เก็บตกหลังเกม! 5 เรื่องต้องรู้หลัง ปีศาจแดง บุกพ่าย ไบรท์ตัน 2-3

เก็บตกหลังเกม! 5 เรื่องต้องรู้หลัง ปีศาจแดง บุกพ่าย ไบรท์ตัน 2-3
90MiN

สนับสนุนเนื้อหา

จากเกมที่น่าจะง่าย ๆ กลับกลายเป็นฝันร้ายของ ปีศาจแดง เมื่อพวกเขาโดนนำห่างไปถึง 3-1 ในครึ่งแรก แถมยังทำอะไรคู่แข่งไม่ได้อีกเลยจนครบ 90 นาทีปกติ ต้องรอลูกจุดโทษของ ป็อกบา มากู้ความหวัง แต่ก็สายเกินไป

ไปดูกันว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้างในเกมที่ เอเม็กซ์ สเตเดี้ยม เมื่อคืนนี้

5. มาร์กเซียล ยังฉวยโอกาสไว้ไม่ได้Mike Hewitt/GettyImages
อ็องโตนี มาร์กเซียล มีโอกาสที่จะกลับมากู้ชื่อเสียงของเขาอีกครั้ง หลังจากที่เสียตำแหน่งให้ อเล็กซิส ไปเมื่อต้นปี และยังไม่สามารถทำให้ มูรินโญ ประทับใจได้เท่าไหร่ในเกมพรีซีซั่นที่ผ่านมา

จากฟอร์มการเล่นออกทะเลของ อเล็กซิส เมื่อเกมที่แล้วทำให้ มาร์กเซียล ได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงในเกมนี้ ซึ่งเจ้าตัวก็ทำได้ดีอยู่พักนึง เมื่อสามารถพาบอลลุยเข้าเขตโทษของเจ้าบ้านได้ แม้จะไม่ได้จบด้วยการยิงแต่ก็ถือว่าน่าพอใจ

อย่างไรก็ตาม เขาหายไปเลยตั้งแต่ทีมเสียประตู และหลัจากนั้นก็ไม่สามารถเรียกฟอร์มกลับมาได้อีกจนถูกเปลี่ยนตัวออกไปในครึ่งหลัง

โดยรวมแล้วเขาไม่ได้แย่ขนาดนั้นเมื่อเทียบกับคนอื่น ๆ แต่จากปัญหาที่เขามีกับ มูรินโญ ก่อนหน้านี้ มาร์กเซียล ก็คงหนีไม่พ้นต้องกลับไปเป็นตัวสำรองอดทนอีกตามเคย

4. กองกลางที่อ่อนยวบGLYN KIRK/GettyImages
แม้ว่าจะได้ลงเล่นด้วยการเป็นเกมที่สอง แต่ ป็อกบา, เปเรย์รา และ เฟร็ด เล่นได้แตกต่างจากเกมที่แล้ว มาก พวกเขาส่งบอลไม่เข้าเป้า โรเมลู ลูกากู เลยหากไม่นับการถ่ายบอลไปมา และยิ่งไม่ต้องพูดถึงการตั้งเกมรับกลางสนาม เพราะ ไบรตัน ได้โอกาสทะลวงครั้งแล้วครั้งเล่าจากพื้นที่ตรงนั้น

ไบรท์ตัน น่าได้ประตูขึ้นนำตั้งแต่จังหวะที่ อ็องโตนี น็อคคาร์ท หลุดเดี่ยวแล้ว แต่โชคยังดีที่มิดฟิลด์ชาวฝรั่งเศสลนลานจนยิงออกไปเอง 

แต่หลังจากนั้นพวกเขาก็รั่วแล้วรั่วอีก เกมกลางสนามไม่สามารถดันนักเตะ ไบรตัน ให้กลับไปแดนตัวเองได้เลย และเป็นผลให้พวกเขาโดนกดดันอย่างหนักในตอนท้ายครึ่งแรก และเสียถึง 3 ประตูก่อนนกหวีดจะเป่าหมดเวลา 45 นาที

3. ความล้มเหลวในการเล่นเกมรับMike Hewitt/GettyImages
ในขณะที่ ลุค ชอว์ เอาตัวรอดจากเสียงวิจารณ์ในเกมนี้ไปได้ แต่อีก 3 คนที่เหลือในแผงแบ็คโฟร์กลับมีเรื่องให้โดนด่ากันเต็ม ๆ

แอชลีย์ ยัง ปล่อยพื้นที่ฝั่งของเขาให้มีพื้นที่เล่นมากเกินไปจนเสีย 2 ประตูแรก เอริค ไบญี ทำเสียจุดโทษซึ่งกลายเป็นประตูที่สาม และ ลินเดเลิฟ คุม เมอร์เรย์ พลาดในจังหวะเสียประตูที่ 1

ในกรณีของ ลินเดเลิฟ อาจจะไม่ใช่เรื่อที่แบ่ขึ้นกว่าเดิมเท่าไหร่ เพราะแฟน ๆ ผีแดง ต่างรู้ซึ้งในเรื่องนี้ดี่า ยามใดที่ ลินเดเลิฟ ลงสนาม พวกเขามีสิทธิ์เสียประตูเสมอ แต่กับความผิดพลาดของ ยัง และ ไบญี นี่ไม่เรื่องที่เกิดขึ้นบ่อยนัก

โดยเฉพาะ ไบญี ที่ได้ชื่อว่าเป็นกองหลังที่ดีที่สุดของ ยูไนเต็ด ชุดนี้แล้ว การที่เห็นเขายืนตำแหน่งผิดพลาดเละเทะ หรือการเปิดพื้นที่ให้ ไบรท์ตัน มีโอกาสสวนหลายต่อหลาครั้งไม่เป็นผลดีกับ ยูไนเต็ด เท่าไหร่ และนั่นน่าจะทำให้ แมนฯ ยู ต้องซื้อกองหลังเป็นอย่างแรกทันทีที่เข้าสู่ตลาดซื้อขายนักเตะในหน้าหนาว 

2. เมอร์เรย์ ไปได้สวยMike Hewitt/GettyImages
เกล็น เมอร์เรย์ เล่นบนลีกสูงสุดมาแล้ว 4 ฤดูกาลก่อนหน้านี้ แต่ฟอร์มจาก 3 ฤดูกาลแรกกับฤดูกาลล่าสุดกลับต่างกันลิบลับ โดย 3 ฤดูกาลแรกที่เขาลงเล่นให้ คริสตัล พาเลซ และ บอร์นมัธ เขายิงรวมกันได้ 11 ประตู ในขณะที่ฤดูกาลล่าสุดกับ ไบรท์ตัน เขายิงได้ 12 ประตู

อาจจะไม่ได้เยอะอะไรมาก แต่กองหน้าของทีมหนีตกชั้นที่ยิงได้เกิน 10 ประตูก็ถือว่ายอดเยี่ยมมากแล้ว และเมื่อพิจารณาว่าเขาอายุ 33 ในตอนนั้นก็ยิ่งทำให้เขาเป็นศูนย์หน้าที่ฝากฝังได้คนนึงทีเดียว

ในเกมกับ แมนฯ ยู เขาทำหน้าที่ในการป่วน ไบญี และ ลินเดเลิฟ ได้อย่างยอดเยี่ยม โดยเฉพาะ กับ ลินเดเลิฟ ที่พยายามจะประกบติดเขาจนเปิดพื้นที่ว่างมากมายในเขตโทษ ตั้งแต่โอกาสสวนกลับของ น็อคคาร์ท, ประตูที่สองที่ทำให้ ดัฟฟี มีช่องยิง และยังเอาชนะในการดวลตัวต่อตัวจนทำให้ทีมได้ลูกขึ้นนำด้วย

ด้วยฟอร์มต่อเนื่องเช่นนี้ก็น่าจะทำให้เขามีโอกาสสูงที่จะเป็นดาวยิงให้กับทีม นกนางนวล ได้อีกครั้งในฤดูกาล 2018/19 และช่วยให้ทีมรอดตกชั้นได้อีกครั้ง

1. มูรินโญ ยังยึดติดกับการโยนบอลเหมือนฤดูกาลที่แล้วGLYN KIRK/GettyImages
แม้ว่า ป็อกบา จะทำให้เห็นแล้วว่าเขามีศักยภาพมากขนาดไหนในฟุตบอลโลก 2018 แต่ดูเหมือนว่าเขาจะปักใจให้กับการเน้นโยนบอลเข้าเขตโทษหมดแล้ว

ตลอด 90 นาทีปกติ จังหวะเดียวที่ ป็อกบา ทำได้ดีก็คือการลากบอลหาช่องยิงไกลในช่วง 15 นาทีสุดท้าย นอกนั้นคือการพยายามโยนบอลสะเปะสะปะที่ทำอะไรแนวรับ ไบรท์ตัน ไม่ได้เลย

สุดท้ายแล้ว มูรินโญ ก็ยังคงใช้แผนเดิม นั่นก็คือการหากองหน้าตัวใหญ่ ๆ อย่าง ลูกากู คอยปั่นป่วนคู่อข่งในเขตโทษ จากนั้นก็อาศัยมือบอมบ์อย่าง ป็อกบา และ ยัง สาดบอลเข้าใส่อย่างเดียวโดยไม่คิดหาวิธีบุกแบบอื่นเลย 

แผนนี้ยิ่งชัดเจนเข้าไปใหญ่เมื่อเขาส่ง เฟลไลนี ซึ่งเป็นตัวอุดมคติในการพักบอล ลงมาแทนที่ มาร์กซิยาล ซึ่งเป็นตัวความเร็วเลี้ยงทะลวงแนวรับคู่แข่ง และมันก็ยิ่งหดหู่สุด ๆ ที่ทีมต้องมาอาศัยประตูจากลูกจุดโทษซึ่งได้จากการบังบอลของ เฟลไลนี นั่นแหละ 

ขอบคุณข้อมูล : 90min

ติดตามSanook! Sport

ผลบอลสด โปรแกรมบอล พร้อมข้อมูลก่อนเตะ ข่าวสารฟุตบอลทั้งไทยและลีกชั้นนำ รวมถึงกีฬาอื่นๆ จากทุกมุมโลก ร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook ได้ที่นี่!!