คลิป "อเกวโร" เหมา 2 !!! เรือใบ อัด สิงห์ คว้าโล่ คอมมิวนิตี้

คลิป "อเกวโร" เหมา 2 !!! เรือใบ อัด สิงห์ คว้าโล่ คอมมิวนิตี้
90MiN

สนับสนุนเนื้อหา

ฟุตบอล  คอมมิวนิตี้ชิลด์
วันอาทิตย์ที่ 5 สิงหาคม 2561

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 2-0 เชลซี

สนาม : เวมบลีย์



แม้จะเป็นเพียงการแข่งขัน คอมมิวนิตี้ชิลด์ ที่ไม่มีผลอะไรกับเกมลีกและเกมถ้วย แต่ทาง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ เชลซี ต่างไม่ยอมกันง่าย ๆ ในนัดก่อนเปิด พรีเมียร์ลีก เกมนี้

โดยทางแชมป์ พรีเมียร์ลีก 2017/18 ส่งใชุดใหญ่สุดเท่าที่จะทำได้ นำทัพโดย เซร์คิโอ อเกวโร, เลรอย ซาเน และ แบร์นาโด้ ซิลวา ทำเกมรุก ด้าน เชลซี ภายใต้การคุมทีมของ เมาริซิโอ ซาร์รี จะยังใช้ชุดเก่งในเกมพรีซีซั่น นำโดย อัลบาโร โมราต้า, เปโดร โรดริเกซ และ คาลัม ฮัดสัน-โอดอย

นาทีที่ 2 ริยาด มาห์เรซ ได้โอกาสโชว์สับขาหลอกก่อนโยกเข้ากลางเพื่อหาโอกาสยิง แต่ ดาวิด หลุยส์ ยังบล็อกเอาไว้ได้

นาทีที่ 13 ฟิล โฟเด้น พาบอลลุยขึ้นมาในแดน เชลซี ก่อนแตะให้ อเกวโณ พลิกหาช่องซัด บอลผ่านมือ กาบาเยโร เข้าไป แมนฯ ซิตี้ นำ 1-0

นาทีที่ 25 อัลบาโร โมราต้า ได้บอลทางกราบซ้าย ก่อนโยกเข้าในแล้วได้โอกาสปั่น บอลโค้งไม่พอหลุดกรอบออกไป

นาทีที่ 31 ฮัดสัน-โอดอย ได้บอลทางกราบซ้ายก่อนโยกเข้าในแล้วซัด บอลหลุดกรอบออกไปแบบมีลุ้น

นาทีที่ 34 โอกาสของ ฮัดสัน-โอดอย อีกครั้ง คราวนี้เขาโยกจากซ้ายเข้ากลางเหมือนเดิม แต่ลูกยิงของเขาไปตรงตัว บราโบ ที่รับกระฉอกออกมา แนวรับ ซิตี้ ชวยกันเคลียร์ออกไปได้

นาทีที่ 38 ฮัดสัน-โอดอย แตะบอลคืนให้ มาร์กอส อลอนโซ ได้ลองยิงใบไม้ร่วงไปเสาไกล แต่ บราโบ รู้ทัน ถอยไปคว้ามาได้อย่างหวุดหวิด

นาทีที่ 45+1 บราโบ เกือบทำทีมเสียประตูตีเสมอเมื่อเขาพยายามออกมาตัดบอลที่ขอบเขตโทษ แต่เปลี่ยนใจปล่อยบอลกระดอนพื้นเด้งข้ามหัวเขาไป บอลเกือบจะข้ามเส้นอยู่แล้วแต่นายทวารชาวชิลียังมาคว้าบอลได้ทันโดยมี โมราต้า ตามกดดันอยู่ข้างหลัง

จบครึ่งแรก แมนฯ ซิตี้ ยังนำอยู่แค่ลูกเดียวจาก อเกวโร เกมนี้ เชลซี ดูมีโอกาสมากกว่าแต่พวกเขายิงไม่ตรงกรอบกันเอง ในขณะที่ ซิตี้ ดูแผ่ว ๆ ลงไปหลังได้ประตูขึ้นนำ แต่ก็ยังประมาทกันไม่ได้ทั้งสองฝ่าย

นาทีที่ 47 จอร์จินโญ เสียบอลกลางสนาม อเกวโร เอาบอลไปได้ก่อนลากจี้เข้าหาประตูเรื่อย ๆ จังหวะสุดท้ายได้วางเท้ายิงแต่ทำได้ไม่ดีพอ บอลออกนอกกรอบไม่ได้ลุ้น

นาทีที่ 50 อเกวโร หลุดกับดักล้ำหน้ามาดวลกับ กาบาเยโน เดี่ยว ๆ แล้ว แต่เจ้าตัวดูจะชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะตัดสินใจแตะหลบ ปรากฏว่า กาบาเยโร ไม่หลง และสุดท้าย อเกวโร ต้องฝืนยิงมุมแคบ บอลเข้าข้างตาข่าย

นาทีที่ 51 โอกาสของ ฟิล โฟเด้น บ้าง แต่ลูกยิงของเขาเบาไปมาก กาบาเยโร ล้มตัวคว้าสบาย

นาทีที่ 58 แมนฯ ซิตี้ หนีห่างเป็น 2-0 จากจัหวะเกมสวนกลับอีกครั้ง คราวนี้เป็น แบร์นาโด้ ซิลวา ไหลทะลุช่องให้ กุน หลุดเขาไปยิงมุมแคบผ่าน กาบาเยโร เสียบเสาเข้าไป

นาทีที่ 65 เปโดร เก็บบอลแถวสองได้แล้วพยายามยิงเร็วทันที บอลหลุดออกนอกกรอบ

นาทีที่ 66 มาห์เรซ ได้บอลบริเวณกลางสนาม เจ้าตัวพยายามยิงไกล บอลหลุดเสาออกไปแบบได้ลุ้น

นาทีที่ 72 วอล์กเกอร์ โยนบอลไปเสาสองให้ กุน อเกวโร ที่ยืนโล่ง ๆ ได้วอลเลย์เต็มข้อ แต่ กาบาเยโร ยังทุบทิ้งออกมาได้

นาทีที่ 79 ซิตี้ ทำเกมจากฝั่งขวา คราวนี้เป็น ดิอาซ ที่เติมขึ้นมาได้ก่อนเลือกลากเข้ามุมแคบด้านขวาแล้วซัดเต็มข้อ บอลเข้าข้างตาข่าย

นาทีที่ 82 คราวนี้ ดิอาซ ได้บอลทางซ้ายบ้าง ก่อนจะมช่องได้ยิงจากบริเวณเส้นเขตโทษ กาบาเยโร ยังล้มตัวปัดออกมาได้

นาทีที่ 84 เชซุส สลัด ดาวิด หลุยส์ ออกมาได้ก่อนได้ซัดในเขตโทษ แต่ กาบาเยโร ยังทำได้ดี เซฟได้อีกครั้ง

นาทีที่ 89 เชลซี น่าได้ประตูตีเสมอจากจังหวะพาบอลขึ้นมาทางขวาของ บาร์คลีย์ มิดฟิลด์ชาวอังกฤษตบเข้ากลางแต่โดน บราโบ ออกมาปั๊มบอลแย่งกับ อับราฮัม บอลกระดอนไปเข้าทาง โมเสส แต่ก็ยังโดนสกัดออกไปได้ก่อน

นาทีที่ 90+3 โอกาสทองของ ซิตี้ อีกครั้ง คราวนี้ ดิอาซ สอดมาจากด้านหลังของ อัซปิลิกูเอต้า ไปเอาบอลมาได้และพาบอลจี้เข้าเขตโทษก่อนได้ซัด แต่ กาบาเยโร ยังออกมาได้เร็วและเซฟได้อีกครั้ง

นาทีที่ 90+4 กองหลัง เชลซี มีปัญหาอีกแล้ว คราวนี้เป็นโอกาสของ แบร์นาโด แต่ยังติดเซฟอง กาบาเยโร

จบเกม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้ 2 ประตูจาก เซร์คิโอ อเกวโร ส่งผลให้พวกเขาเป็นทีมแชมป์ลีกทีมแรกในรอบ 5 ปีที่ได้ถ้วยใบนี้ ส่วน เชลซี อกหักเป็นรอบที่ 3 ในช่วงเวลา 4 ปีที่เข้าชิง คอมมิวนิตี้ชิลด์


รายชื่อ 11 ตัวจริง
แมนเชสเตอร์ ซิตี้
บราโบ - สโตนส์ (90+5'), ลาปอร์ต (87'), เมนดี้, วอล์กเกอร์ - แฟร์นันดินโญ, โฟเดน (76'), แบร์นาโด้, ซาเน (49'), มาห์เรซ (68') - อเกวโร (80')
ตัวสำรอง
เอแดร์ซอน, ก็อมปานี (80'), โอตาเมนดี้ (87'), ดิอาซ (76'), โกเมซ (90+5'), กุนโดกัน (49'), เชซุส (68')

เชลซี
กาบาเยโร - รือดิเกอร์, ดาวิด หลุยส์, อลอนโซ, อัซปิลิกูเอต้า - จอร์จินโญ, บาร์คลีย์, ฟาเบรกาส (60') - เปโดร (79'), โมราต้า (69'), ฮัดสัน-โอดอย (59')
ตัวสำรอง
บูวก้า, คริสเตนเซน, ซัปปาคอสต้า, ดริงก์วอเตอร์ (60'), โมเสส (79'), วิลเลียน (59'), อับราฮัม (69')