หงส์ สอบตกระบบ "ไดมอนด์"

หงส์ สอบตกระบบ "ไดมอนด์"

ฟุตบอล : ขออนุญาตมองย้อนกลับไปในแท็คติกส์การเล่นของ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูลที่ถูกชมเชยอย่างมากว่าเป็นทีมที่มีเกมรุกเร้าใจระดับจะ "ทำลายทุกสถิติ" นั้น ความจริงก็ไม่ได้ถึงกับลงตัวทุกจุดจนไร้ที่ติ

เกมที่เซนต์ แมร์รี่ (บุกชนะ 3-0) เบรนแดน ร็อดเจอร์ส (บรรณาธิการเว็บไซต์ Liverpoolfc.com ภาคภาษาไทย ซึ่งน้องชาย "ลูกแม่กิ่ง" เกือบได้ร่วมงานด้วยในปีที่แล้ว ยืนยันว่า "เบร็นแดน" ไม่ใช่เบร็นดอน หรือแบรนดอน) แก้ไขจุดบกพร่องเรื่องการที่แดนกลางไม่มีตัว "กันชน" ซึ่งทำให้เกือบตายในเกมกับสวอนซี ด้วยการใส่ โจ อัลเลน ลงสนามมา ในระบบ "ไดมอนด์"

เจอร์ราร์ด ยืนเป็นตัวสุดท้าย ขนาบด้วยอัลเลนทางซ้าย เฮนเดอร์สันทางขวา และมีคูตินโญ่ เป็นเพลย์เมคเกอร์อยู่หัวสุดของมิดฟิลด์รูปเพชร หรือ "ไดมอนด์"

การลงมาของอัลเลน ทำให้กลางดูคล้ายจะแน่นขึ้นก็จริง เพราะมีคน "ดีเลย์บอล" ก่อนจะหลุดไปถึง สตีเฟ่น เจอร์ราร์ด รวมถึงไลน์แบ็กโฟร์ แต่ในทางตรงกันข้ามก็เป็นการเปิดจุดอ่อนที่ชัดเจนในเรื่องเกมริมเส้น (flank) ด้วยเช่นกัน

ที่แย่คือพวกเขาดันมาเปิดกับทีมที่มีตัวริมเส้นเด็ด ๆ อย่างเซาแธมป์ตัน!

นั่นทำให้ตั้งแต่ครึ่งแรก เราจะเห็นฟูลแบ็กสองข้างทั้ง จอน ฟลานาแกน ทางขวา และเกล็น จอห์นสัน ทางซ้ายโดน "รุมกินโต๊ะ" (out-numbered) เกือบตลอดเวลา โดยฟลานาแกน ต้องเจอของแข็งทั้ง ลุค ชอว์ แบ็กซ้ายที่น่าจับตามองที่สุดบนเกาะอังกฤษเวลานี้ และเจย์ โรดริเกวซ ตัวรุกที่ชอบถ่างไปเล่นริมเส้น รวมถึงบางครั้งยังต้องเจอกับอดัม ลัลลานา ด้วย ซึ่งอย่าลืมว่าทั้ง 3 แข้งเป็นนักเตะระดับดีกรีทีมชาติอังกฤษ

ฝั่ง "จีเจ" เองเหมือนจะเบากว่าแต่เมื่อเจอแบ็กมีอนาคตอย่าง คาลัม แชมเบอร์ส กับอีกหลายคนที่ผลัดกันมารุมกินโต๊ะก็ออกอาการเจเหมือนกัน

มากว่านั้น หากสังเกตให้ดีจะพบกว่า การเปิดเข้ากลาง เฉพาะอย่างยิ่งจาก ชอว์ จะเปิดเข้า "แถว 2" เพราะโปเช็ตติโน่ คงศึกษามาดีแล้วว่า "ไลน์รับ" ของหงส์แดงมักยืนต่ำ

เมื่อเป็นดังนี้ เซาฯ จึงหาโอกาสยิงได้บ่อยครั้ง แต่โชคไม่ดี หรือ "ไม่คม" เอง

ทว่าทุกอย่างเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นในครึ่งหลัง ร็อดเจอร์ส ตัดสินใจทิ้งไพ่โจ๊ก ราฮีม สเตอร์ลิง ลงสนาม

ตาม "ใบสั่ง"

งานของราฮีม ไม่มีอะไรมากครับ ลงไปช่วยเบรกเกมริมเส้นให้ได้เป็นลำดับแรก ซึ่งความจริงในช่วงนั้นลิเวอร์พูล เริ่มหายใจคล่องขึ้นแล้ว ทรงบอลดีขึ้นตามลำดับเพราะปรับตัวกับเกมของเซาแธมป์ตันได้ บวกกับนักบุญเองก็เริ่มอ่อนใจเหมือนกันเพราะมีโอกาสแต่ทำไม่ได้

ทีนี้มันมาป๊อกเอาตรงที่เจ้าหนูราฮีม ดันทำประตูได้ไม่กี่นาทีหลังลงสนาม นั่นทำให้เกมจบลงแทบจะทันทีโดยประตูปิดฝาโรงของ สตีวี จี ที่ "เดาไม่ยาก" ว่าจะยิงจุดโทษเข้ามุมขวาของตัวเอง (มุมไม่ถนัด) ถือเป็นโบนัสแถมท้าย

ยังไงของทิ้งท้ายที่ "จุดโทษ" ไว้นิดครับ ลูกนี้ที่ผมเชื่อว่า เจิร์ดจะยิงมุมไม่ถนัดเพราะ ความสำคัญประตูนี้มีน้อยเนื่องจากนำขาดแล้ว

เสี่ยงเฉลี่ยยิงเปลี่ยนทางบ้างดีกว่า เพราะหากสังเกตดี ๆ เจอร์ราร์ดจะชอบยิงเรียดเข้าซ้ายมือตัวเองในลูกสำคัญ ๆ เพราะมั่นใจกว่า เนื่องจาก "ถนัดกว่า"

กล่าวได้ว่า เกมแบบนี้ หากเป็นสมัยก่อน ลิเวอร์พูลคงแพ้ หรือไม่ชนะ แต่ชั่วโมงนี้ "อาวุธ" ของร็อดเจอร์ส ดีพอ เราจึงได้เห็นแมตช์เล่นไม่ดีแต่ชนะของลิเวอร์พูลบ่อยขึ้น

ชั่วโมงนี้ หัวใจแฟนหงส์บอกว่า "ท็อปโฟร์" ได้แน่ ดังนั้นจะให้จบซีซั่นตอนนี้ที่อันดับ 2 ของไม่เอา แต่จะขอลุ้นจนหยดสุดท้ายเพื่อ "แชมป์" ครับ

ลูกแม่กิ่ง