เกมล้างตาของเปเญกรินี่

เกมล้างตาของเปเญกรินี่

ฟุตบอล : ทันทีที่ผลการจับสลากประกบคู่ศึกเอฟเอ คัพ รอบที่ 5 ปรากฏออกมา สิ่งที่หลายคนทำตามมาคือการอุทานโดยไม่ตั้งใจ

บางคนอยากรู้ว่าใครเป็นคนที่จับสลากให้ผลออกมาเช่นนี้?

เป็นเรื่องตลกร้ายอย่างแน่นอนที่ 4 ทีมระดับท็อปโฟร์ของพรีเมียร์ลีกในเวลานี้ต้องมาพบกันเองพร้อมๆกัน ทั้งๆที่พวกเขาทั้ง 4 ทีมก็เพิ่งจะมีโปรแกรมพบกันมาในช่วงก่อนหน้านี้ไม่นาน ไม่ว่าจะเป็นคู่ของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ กับเชลซี หรือคู่ระหว่าง อาร์เซนอล และลิเวอร์พูล

ไม่ว่าจะเพราะโชคชะตา ฟ้าลิขิต หรืออะไรก็ตาม เมื่อทุกอย่างกำหนดมาเช่นนี้ก็ไม่มีวันหลีกหนีได้

มองในอีกด้านหนึ่งก็เป็น "โอกาส" ที่ทีมผู้ปราชัยในนัดที่ผ่านมาจะได้ล้างตา แก้ตัว โดยมีเดิมพันเป็นโอกาสที่จะทะลุเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้าย เข้าใกล้เวมบลีย์ไปอีกขั้น

สำหรับเกมวันเสาร์นี้เป็นเกมระหว่าง แมนฯ ซิตี้ กับเชลซี ซึ่งในเกมล่าสุดเมื่อวันที่ 3 ก.พ.ที่พบกันนั้นทีมของ มานูเอล เปเญกรินี่ เป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำอย่างน่าเจ็บปวด เมื่อถูกกลยุทธ์ของโจเซ่ มูรินโญ่ สะกดพวกเขาจนไม่สามารถทำอะไรได้เลย ทั้งๆที่ก่อนหน้านั้น "เรือใบสีฟ้า" เป็นทีมที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดในพรีเมียร์ลีก

เซร์จิโอ "กุน" อเกวโร่ ยังคงมีอาการบาดเจ็บ

ทั้งนี้แม้ส่วนหนึ่งจะเป็นเพราะพวกเขาขาด 2 นักเตะแกนหลักอย่าง เซร์จิโอ "กุน" อเกวโร่ และแฟร์นันดินโญ่ ที่รายหลังบาดเจ็บในช่วงก่อนเกมไม่นาน แต่มันไม่สามารถใช้เป็นข้ออ้างได้ และการพ่ายแพ้คาบ้าน

ดังนั้นในเกมคืนนี้จะเป็นโอกาสที่ เปเญกรินี่ จะแก้ตัวอีกครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งตลอดมายอดกุนซือชาวชิลี เคยเอาชนะมูรินโญ่ ในการประลองกันได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้นตลอดการพบกัน 9 ครั้ง

แม้ในส่วนใหญ่ 7 ครั้งจะเป็นการพบกันในสเปน โดยเปเญกรินี่ เป็นรองเพราะคุมทีมมาลาก้า ขณะที่มูรินโญ่ คุมเรอัล มาดริดก็ตาม การในการพบกัน 2 ครั้งในฤดูกาลนี้ที่พรีเมียร์ลีก เขาก็พ่ายต่อการเกมกลยุทธ์ของยอดกุนซือจอมโอหังอย่างราบคาบ ไม่ว่าจะเป็นการพบกันที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ หรือเอติฮัด ก็ตาม

ในการพบกันที่เดอะ บริดจ์ เปเญกรินี่ ตัดสินใจใช้หัวหอกอคนเดียวในเกมดังกล่าว ซึ่งกลายเป็นความผิดพลาดทำให้ทีมที่มีเกมรุกดีที่สุดไม่สามารถเล่นได้เต็มประสิทธิภาพ

แต่ในการพบกันที่เอติฮัด แม้จะใช้ระบบหัวหอกคู่ตามปกติ แต่การขาดอเกวโร่ รวมถึงเสียพลังขับเคลื่อนสำคัญในแดนกลางอย่างแฟร์นันดินโญ่ ไปทำให้ทีมไม่สามารถเล่นได้เต็มประสิทธิภาพเช่นกัน

นอกจากนั้นยังโดนแผนของมูรินโญ่ เล่นงานจนเสียผู้เสียคนด้วย

เนมันย่า มาติช มิดฟิลด์ตัวรับของมูรินโญ่

เกมเมื่อต้นเดือน ก.พ. ที่ผ่านมากุนซือจอมอหังการ เลือกใช้เนมันย่า มาติช มิดฟิลด์ตัวรับรายใหม่แต่หน้าเก่าของเชลซี ที่ซื้อมาจากเบนฟิก้าก่อนตลาดปิดลงปักหลักเป็นตัวเก็บกวาดอยู่หน้าแนวรับ โดยใช้วิลเลียน เพลย์เมคเกอร์ชาวบราซิลที่มีประโยชน์จากการสามารถเล่นในเกมรับได้ดีด้วยลงมาผนึกกำลังอีกทาง

มาติช และวิลเลียน ทำให้เกมแดนกลางของ ซิตี้ เสียตัวตนและไม่สามารถหาทางเจาะเข้าทำได้ ซึ่งที่สุดแล้วเมื่อทีมแพ้ในเกมแดนกลาง เชลซี ก็ไม่ต้องเจอกับภาระหนัก และยังสามารถใช้เกมสวนกลับที่มี เอเดน อาซาร์ เป็นตัวสร้างความปั่นป่วนเล่นงานได้ตลอด

ด้วยความสำเร็จจากเกมที่แล้ว ทำให้เชื่อว่ามูรินโญ่ น่าจะยึดระบบเดิมไว้

นั่นจึงเป็นปัญหาของเปเญกรินี่เองว่าจะสามารถหาทางแก้ไขในสิ่งที่เคยผิดพลาดได้หรือไม่ และนักเตะของซิตี้ ได้เรียนรู้อะไรบ้างจากการแพ้เชลซีเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา

นอกจากนี้ด้วยความที่เป็นเกมเอฟเอ คัพ จึงไม่เพียงแต่จะมีเรื่องของโอกาสคว้าโทรฟี่แชมป์เป็นเดิมพันเท่านั้น ยังมีเรื่องของความมั่นใจเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องด้วยอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้

โดยจากเกมล่าสุดทั้งสองทีมเกิดอาการ "แฮงค์" พร้อมๆกันเมื่อทำได้เพียงเสมออย่างน่าประหลาดใจ โดย เชลซี พลาดโดน เวสต์ บรอมวิช อัลเบี้ยน ไล่ตีเสมอได้ แต่ขณะที่ ซิตี้ นั้นหนักกว่าเมื่อไม่สามารถเล่นได้เหมือนเดิมในเกมที่ทำได้เพียงแค่เสมอกับนอริช

ชัยชนะในเกมนี้จะเป็นตัวจุดประกายทีมได้อีกครั้ง ซึ่งสำคัญมากสำหรับเส้นทางที่เหลือของฤดูกาลนี้

โดยเฉพาะเปเญกรินี่ และแมนฯ ซิตี้ที่พวกเขาตระหนักดีกว่าหากพลาดพ่ายในเกมนี้ขึ้นมาอีกนัด

ไม่เพียงแต่เอฟเอ คัพจะหลุดมือไป โทรฟี่ใหญ่พรีเมียร์ลีก ก็อาจหลุดลอยตามไปด้วยก็เป็นได้เกมล้างตาของเปเญกรินี่

ลูกแม่กิ่ง