วิเคราะห์บอล แมนเชสเตอร์ ซิตี้ - เชลซี

วิเคราะห์บอล แมนเชสเตอร์ ซิตี้ - เชลซี

 

วิเคราะห์บอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ
(1) แมนเชสเตอร์ ซิตี้ - เชลซี (3)
วัน: จันทร์ที่ 3 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา: 03.00 น.
สนาม: เอติฮัด สเตเดี้ยม
ผู้ตัดสิน: ไมค์ ดีน
ถ่ายทอดสด: CTH Stadium 5



 

ผลงาน 5 นัดหลังสุดของทั้ง 2 ทีม

แมนฯ ซิตี้

29/1/14 พรีเมียร์ลีก สเปอร์ส 1-5 แมนฯ ซิตี้
25/1/14 เอฟเอคัพ แมนฯ ซิตี้ 4-2 วัตฟอร์ด
21/1/14 ลีกคัพ เวสต์แฮม 0-3 แมนฯ ซิตี้
18/1/14 พรีเมียร์ลีก แมนฯ ซิตี้ 4-2 คาร์ดิฟฟ์
15/1/14 เอฟเอคัพ แมนฯ ซิตี้ 5-0 แบล็คเบิร์น

เชลซี

29/1/14 พรีเมียร์ลีก เชลซี 0-0 เวสต์แฮม
26/1/14 เอฟเอคัพ เชลซี 1-0 สโต๊ค
19/1/14 พรีเมียร์ลีก เชลซี 3-1 แมนฯ ยูไนเต็ด
11/1/14 พรีเมียร์ลีก ฮัลล์ 0-2 เชลซี
5/1/14 เอฟเอคัพ ดาร์บี้ 0-2 เชลซี

ผลงานการพบกัน 5 นัดหลังสุด

27/10/13 พรีเมียร์ลีก เชลซี 2-1 แมนฯ ซิตี้
14/4/13 เอฟเอคัพ เชลซี 1-2 แมนฯ ซิตี้
24/2/13 พรีเมียร์ลีก แมนฯ ซิตี้ 2-1 เชลซี
25/11/12 พรีเมียร์ลีก เชลซี 0-0 แมนฯ ซิตี้
12/8/12 คอมมูนิตี้ ชิลด์ เชลซี 2-3 แมนฯ ซิตี้

ความพร้อม-สภาพทีม

แมนฯ ซิตี้

เซร์คิโอ อาเกโร่เจ็บแฮมสตริงมาจากเกมที่แล้ว จนต้องพักราวหนึ่งเดือน แต่เรือใบสีฟ้ายังมีอัลบาโร่ เนเกรโด้กับเอดิน เชโก้ที่พร้อมจะลงล่าตาข่ายได้ ขณะที่แดนกลางยังไม่ได้ฆาบี้ การ์เซียฟิตกลับมาจากอาการบาดเจ็บเล็กน้อยที่ทำให้เขาชวดบู๊มาแล้วใน 2 นัดหลัง และคงเป็นแฟร์นานดินโญ่ที่จะได้โอกาสลงไปเป็นตัวตัดเกมในแดนกลางแทนเช่นเดิม ขณะที่ซาเมียร์ นาสรี่เป็นมิดฟิลด์ตัวหลักอีกคนที่พักยาวอยู่ นอกจากนั้นก็พร้อมจัดชุดแกร่งลงสนามได้ตามเดิมโดยกาแอล กลิชี่น่าจะรักษาตำแหน่งแบ๊กซ้ายเอาไว้ได้อีกนัด หลังเบียดแย่งกับอเล็กซานเดอร์ โคลารอฟมาตลอดช่วงหลังๆ ส่วนมาร์ติน เดมิเคลิสคงจะยืนเป็นเซ็นเตอร์แบ๊กคู่กับแว็งซองต์ กอมปานีต่อไป

ความพร้อม-สภาพทีม

เชลซี

เฟร์นานโด ตอร์เรสยังคงอยู่ระหว่างพักรักษาอาการบาดเจ็บที่เข่า ทำให้ซามูเอล เอโต้จะรับหน้าที่หัวหอกตัวเป้าต่อไป นกจากนั้นสิงห์น้ำเงินก็สภาพฟูลทีม โดยโมฮาเหม็ด ซาลาห์ ปีกดาวรุ่งตัวใหม่ คงจะถูกใส่ชื่อไว้บนม้านั่งสำรองด้วย ส่วนมาติย่า มาทิชอาจจะถูกส่งลงเล่นในแดนกลางอีกครั้ง หากทีมต้องการปรับแท็คติกมาเล่นให้รัดกุมขึ้น โดยแฟรงค์ แลมพาร์ด มิดฟิลด์ตัวเก๋า ก็น่าจะได้ลงมาใช้ความเก๋าประคองเกมอีกคน ส่วนรามิเรสอาจจะขยับขึ้นไปทำเกมทางฝั่งขวาแทน โดยสองมิดฟิลด์ตัวปั้นเกมรุกยังน่าจะเป็นออสการ์และเอด็อง อาซาร์ ขณะที่แนวรับก็พร้อมจัดชุดใหญ่ลงเล่น โดยบรานิสลาฟ อิวาโนวิชจะยืนแบ๊กขวาและเซซาร์ อัซปิลิกูเอต้ายืนแบ๊กซ้าย ส่วนคู่เซ็นเตอร์แบ๊กเป็นแกรี่ เคฮิลล์กับจอห์น เทอร์รี่

วิเคราะห์รูปเกม

แมตช์นี้สำคัญต่อการลุ้นแชมป์ของทั้งสองทีมอย่างยิ่ง แมนฯ ซิตี้เริ่มเครื่องติดแล้ว และถ้าเอาชนะเกมนี้ได้อีก คู่แข่งทีมอื่นคงต้องเหนื่อยแน่ในการจะไล่ตามให้ทัน ส่วนเชลซีก็ต้องเบรกคู่แข่งสำคัญให้อยู่ และถ้าชนะได้ก็จะเพิ่มโอกาสให้มากขึ้นเช่นกัน นัดนี้คงจะสู้กันเต็มที่แน่ สิงห์น้ำเงินคงจะเน้นในเรื่องการวางแท็คติกมาหยุดยั้งเรือใบสีฟ้า ที่เกมรุกสุดแสนอันตรายและมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะเกมในบ้านที่ถล่มคู่แข่งทีมใหญ่ ๆ มาราบคาบทุกทีม และนัดนี้จะเป็นแมตช์ล้างตาจากที่เคยออกไปพ่ายมาในนัดแรกด้วย นัดนี้ถ้าเชลซีคงหวังตื๊อให้ได้ยาว ๆ แต่สุดท้ายไม่น่ารอด

รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม:

แมนฯ ซิตี้ (4-4-2): โจ ฮาร์ท; ปาโบล ซาบาเลต้า, มาร์ติน เดมิเคลิส, แว็งซองต์ กอมปานี, กาแอล กลิชี่; เฆซุส นาบาส, ฆาบี้ การ์เซีย, ยายา ตูเร่, ดาวิด ซิลบา; อัลบาโร่ เนเกรโด้, เอดิน เชโก้
ผู้จัดการทีม: มานูเอล เปเญกรินี่

เชลซี (4-2-3-1): ปีเตอร์ เช็ก; บรานิสลาฟ อิวาโนวิช, แกรี่ เคฮิลล์, จอห์น เทอร์รี่, เซซาร์ อัซปิลิกูเอต้า; เนมานย่า มาทิช, แฟรงค์ แลมพาร์ด; รามิเรส, ออสการ์, เอด็อง อาซาร์; ซามูเอล เอโต้
ผู้จัดการทีม: โจเซ่ มูรินโญ่

ฮอตสกอร์: แมนฯ ซิตี้ชนะ 1-0

เกร็ดที่น่าสนใจ

*แมนฯ ซิตี้ชนะเกมพรีเมียร์ลีกที่เอติฮัด สเตเดี้ยมติดต่อกันมาแล้ว 11 นัด
*อัลบาโร่ เนเกรโด้ทำ 16 ประตูในการลงเตะพรีเมียร์ลีก 13 นัดในบ้านฤดูกาลนี้
*เชลซีแพ้ติดต่อกันใน 4 นัดหลังสุดที่ลงเตะพรีเมียร์ลีกที่เอติฮัด สเตเดี้ยม
*เชลซีไม่เสียประตูในเกมพรีเมียร์ลีกนอกบ้านเลยใน 3 นัดหลัง