ปีใหม่ที่ต้องเจียมตัวของ ‘ผีแดง’

ปีใหม่ที่ต้องเจียมตัวของ ‘ผีแดง’
Smm Sport

สนับสนุนเนื้อหา

ฟุตบอล : ช่วงวัน "บ็อกซิ่ง เดย์" ถึงวันปีใหม่ เป็นช่วงที่หัวตารางของ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ขับเคี่ยวกันอย่างถึงพริกถึงขิง ไม่ว่าจะเป็น อาร์เซน่อล จ่าฝูง ลิเวอร์พูล, เชลซี และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 4 ทีมยักษ์ใหญ่ที่โรมรันสรรพาวุธเข้าฟาดฟันเพื่อชิงความเป็นหนึ่งในช่วงเปิดหัวปี 2014 นี้

เดี๋ยวๆๆๆ ลืมทีมไหนไปหรือเปล่า ปกติช่วงคริสต์มาส บ็อกซิ่งเดย์ จะขาดเจ้าประจำหัวตารางแบบพวกเขาไม่ได้จริงๆ อ้าวแล้วตอนนี้พวกเขาไปไหนล่ะครับ ทีมที่เคยเจิดจรัสในวันแกะกล่องของขวัญ เป็นแชมป์ครึ่งฤดูกาล เป็นจ่าฝูงข้ามปีจนชินตา แต่ตอนนี้หนายหน้าไปแล้ว

เลื่อนสายตาท่านลงมาครับ ลงมาอีกครับ นั่นแหละ ทีมอันดับ 6 ในปัจจุบัน "แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด" ของพวกเรา อย่าไปเผยอชูคอกับพวกชิงจ่าฝูงเขาเลยครับ เวลานี้เราทำอะไรไม่ได้นอกจากเจียมเนื้อเจียมตัวกับสถานะของตัวเอง อย่าไปหวังถึงการคว้าแชมป์สมัยที่ 21 ยอมรับกันตรงๆ ดีกว่าว่า "ยาก"

 

ครึ่งฤดูกาลแรกของ เดวิด มอยส์ กุนซือผู้ทำหน้าที่พา "ปีศาจแดง" ผ่านยุคใหม่ต่อจากความเกรียงไกรของผู้จัดการทีมระดับตำนานอย่าง เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ต้องบอกว่าไม่เข้าตากรรมการเท่าไหร เพราะเคยทำทีมฟอร์มแย่จนหลุดไปไกลกว่ากลางตารางมาแล้ว แน่นอนเหมือนที่เคยพูดกันมาหลายครั้ง คือยังมั่นใจ และเชื่อในความเป็น "แมนฯ ยูไนเต็ด" และเชียร์ต่อไปไม่ว่าทีมจะอยู่อันดับที่เท่าไหร่ของตาราง

การที่เคยตกไปอยู่ถึงอันดับ 9 เมื่อเดือนที่แล้ว ไม่ใช่เรื่องง่ายก็จริงที่จะปีนกลับขึ้นมา ต้องบอกว่าโชคดีที่ซีซั่นนี้มีหลายทีมพากันโชว์ฟอร์มโดดเด่น แต้มตรงหัวตารางจึงยังแออัดยัดเยียด เบียดกันไม่หลุดอย่างเมามันพอสมควร ทำให้ ระยะห่างช่วงที่ "อสูรแดง" ทำแต้มหลุดมือนั้นไม่ได้โดนทิ้งจนกู่ไม่กลับ

แล้วถามว่า 8 แต้มไม่เยอะเหรอ "เยอะครับ" แต่ไม่ใช่ระยะที่จะโดนทิ้งหายไปจากสารบบ เป็นระยะไม่ใกล้ แต่ก็ไม่ไกล ยังปีนกลับไปหาได้ หลังจากเจอวิกฤตทีมฟอร์มแย่ ไม่ชนะติดต่อกัน 4 นัดในลีก รวมถึงการขาดขุมกำลังสำคัญที่ได้รับบาดเจ็บ ทั้ง ไมเคิ่ล คาร์ริค และ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ รวมถึงแนวรับที่ผลัดกันเจ็บนัดละคนทำให้ผลงานช่วงนั้นเหมือนจะเริ่มกู่ไม่กลับ

สื่ออังกฤษบอกคลื่นใต้น้ำของแมนฯยู อยู่ที่ ริโอ ถ้าฟอร์มดีเชื่อว่าเขาคงจัดการมอยส์ได้แน่ แต่พอมอยส์ดร็อป ริโอ ผลงานของทีมก็ดูดีขึ้นผิดหูผิดตา

แต่ "ปีศาจแดง" ก็ยังเป็น "ปีศาจแดง" ใครจะว่าผมอวยทีมตัวเองก็เอาเถอะ ปีใหม่ทั้งที ขอมองโลกให้มัน "สวย" ดูบ้าง ทีมเรากลับมาได้อย่างทุลักทุเล ด้วยการชนะ ชัคตาร์ โดเน็ทส์ค 1-0 ใน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก จากนั้นอีก 5 นัดต่อมาก็ยังชนะรวดในทุกรายการ ต้องขอบคุณนักเตะแนวรับเลือดใหม่ คริส สมอลลิ่ง, ฟิล โจนส์ และ จอนนี่ อีแวนส์ ที่น่าจะเป็นตัวตายตัวแทนของ ทั้ง ริโอ เฟอร์ดินานด์ และ เนมานย่า วิดิช ได้อย่างไม่เคอะเขิน ขอบคุณ ทอม เคลฟเวอร์ลีย์ ที่กลับมาทำผลงานได้ดีอีกครั้ง ขอบคุณ ฟิล โจนส์ อีกครั้งกับบทมิดฟิลด์ตัวรับจำเป็นที่ตัดเกมได้ยอดเยี่ยม ขอบคุณ ดาเรน เฟล็ทเชอร์ ที่หายเจ็บมาช่วยกู้สถานการณ์ได้ทัน ขอบคุณ อันโตนิโอ วาเลนเซีย ที่ยังทำผลงานคงเส้นคงวา ขอบคุณ แอชลีย์ ยัง ที่เริ่มฝากผีฝากไข้ได้บ้าง รวมทั้ง เวย์น รูนีย์ ที่เป็นศูนย์รวมจิตใจ และสิ่งยึดเหนียวให้แฟนบอลเชื่อมั่นกันต่อไป และที่ขาดไม่ได้ แดนนี่ เวลเบ็ค ที่เลเวลอัพแบบข้ามขั้น มายืนแทน "อาร์วีพี" ได้แบบสบายๆ ด้วยผลงานการกดประตูได้ 4 ประตูใน 4 นัดหลังสุด ถือว่าเกินความคาดหมายแล้ว


ฟอร์มสดของ "มหาเทพเวลเบริอุส"

จะบอกว่าโชคช่วยในเกมกับ ฮัลล์ ที่คู่แข่งโหม่งเข้าประตูตัวเอง หรือชนะได้ไม่สวยงามในเกมกับ นอริช แต่เชื่อเถอะว่าพอผ่านไปก็ไม่มีใครจำหรอกว่า 3 แต้มนั้นได้แต่ใดมา และฟอร์มตอนนี้จะยืนระยะได้อีกนานแค่ไหนก็ยังเป็นเรื่องที่ตอบยาก โดยเฉพาะในยุคที่ เดวิด มอยส์ ยังพร้อมพาทีมล้มลุกคลุกคลานได้ทุกช่วงเวลา ฉะนั้นตอนที่ชนะ 6 นัดรวด ก็จงดื่มด่ำกับมันให้เต็มที่ครับ เพราะไม่รู้จริงๆ ว่าจะไม่นัดที่ 7 หรือไม่ เพราะเกมต่อไป คือการรับการมาเยือนของ "สเปอร์ส" ที่กุนซือใหม่ ทิม เชอร์วู้ด ก็กำลังพยายามกู้วิกฤตทีมเช่นกัน

วันปีใหม่นี้ก็ไม่มีอะไรมากครับ นอกจากจะอวยพรให้ท่านผู้อ่าน แฟนๆ สปอร์ต กูรู ทุกท่านเงินทองไหลมาเทมา ร่ำรวยกันถ้วนหน้า มีสุขภาพแข็งแรง ไม่ต้องเอาเงินที่หามาได้ไปหาหมอก็แล้วกันครับ ส่วนบรรดาทีมหัวตาราง ผมก็อยากส่งคำเตือนเบาๆ ไปหานะครับว่า "เรา มา แล้ว"

“สุกรโลกันต์”