Classic Game : ผีแดง ฟัด ปืนใหญ่

Classic Game : ผีแดง ฟัด ปืนใหญ่
Sport Radio

สนับสนุนเนื้อหา

ฟุตบอล : หากจะพูดถึงสุดยอดเกมพรีเมียร์ลีกสักคู่หนึ่ง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ปะทะ อาร์เซน่อล ย่อมเป็น 1 ในเกมนั้นอย่างไม่ต้องสงสัยเลย

"ไอ้ปืนใหญ่" สถาปนาตัวเองขึ้นมาเป็นผู้ท้าชิงเบอร์ 1 ของ "ปีศาจแดง" ในยุคมิลเลเนียม ช่วงนั้นคู่นี้เจอกันเมื่อไรมีเรื่องให้ได้พูดถึงตลอด โดยเฉพาะเรื่องความรุนแรงในสนาม

แม้ว่าช่วงหลัง อาร์เซน่อล จะไม่ใช่คู่ต่อสู้ที่สมน้ำสมเนื้อกับ แมนฯ ยูไนเต็ด แต่มิอาจปฏิเสธได้เลยว่าฤดูกาลนี้เด็กในคาถาของ อาร์แซน เวนเกอร์ กำลังมั่นใจอย่างยิ่งกับตำแหน่งจ่าฝูง บวกกับฟอร์มการเล่นที่สยอดสยองเหลือเกิน

เวลานี้พวกเขาคือผู้ท้าชิงเบอร์ 1 ของทีมแชมป์เก่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

สัปดาห์นี้คอลัมน์ Classic Game จะพาคุณผู้อ่านย้อนไปดุเกมคลาสสิกในความทรงจำกันครับ (เฉพาะพรีเมียร์ลีกเท่านั้นนะครับ)

อาร์เซน่อล 3-2 แมนฯ ยูไนเต็ด 1997

ถือเป็นเกมแจ้งเกิดของ นิโกล่าส์ อเนลก้า กองหน้าดาวรุ่งวัย 18 ปีอย่างแท้จริง เมื่อเขาได้โอกาสลงเล่นเป็นตัวจริงแทน เดนิส เบิร์กแคมป์ ที่บาดเจ็บ และเขาก็ซัดประตูขึ้นนำ 1-0 ผ่านมือ ปีเตอร์ ชไมเคิ่ล จอมหนึบแห่งยุคเข้าประตูไป ตามด้วยลูกยิงไซด์โค้งของ ปาทริค วิเอร่า

แต่ยังไม่ทันจบครึ่งแรกดี แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ตามตีเสมอได้อย่างไม่น่าเชื่อ เท็ดดี้ เชอริงแฮม ดาวยิงทีมชาติอังกฤษในเวลานั้นเหมาคนเดียว 2 ตุง แต่เริ่มครึ่งหลังได้ไม่นาน ไนเจล วินเทอร์เบิร์น เปิดลูกเตะมุมโค้งเข้ากบาล เดวิด แพล็ท โหม่งตุงตาข่าย พร้อมกับชัยชนะที่สุดมันเกมหนึ่งของบอลอังกฤษในยุคนั้น

แมนฯ ยูไนเต็ด 0-1 อาร์เซน่อล 1998

แมนฯ ยูไนเต็ด มีคะแนนนำ อาร์เซน่อล 12 คะแนน ก่อนเกมวันนั้น และถ้วยพรีเมียร์ลีก จะยังสถิตย์อยู่ที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ถ้าอย่างน้อยพวกเขาไม่แพ้ในวันนี้ 


ทุกอย่างเกือบลุล่วงอยู่แล้ว ถ้าแนวรับ "ปีศาจแดง" ไม่โดน มาร์ค โอเวอร์มาร์ส ปีกทีมชาติฮอลแลนด์ฉีกเป็นวิ่นๆ ก่อนซัดบอลเรียดลอดขา ชไมเคิ่ล เข้าประตู

จากนั้นช่องว่างที่เคยห่างห็ถูกบีบเข้ามาเรื่อยจนสุดท้าย "ปีศาจแดง" เสียแชมป์ให้กับ อาร์เซน่อล ในที่สุด

อาร์เซน่อล 1-2 แมนฯ ยูไนเต็ด 1999

หลังจากเสียแชมป์ให้กับ อาร์เซน่อล โปรแกรมการแข่งขันซีซั่นใหม่จัดให้คู่นี้โคจรมาเจอกันตั้งแต่นัดแรกเลย

เฟรดริก ลุงเบิร์ก ยิงเบิกร่องให้ "ไอ้ปืนใหญ่" ในต้อนครึ่งหลัง ทว่าพวกเขากลับโดนนักเตะที่แฟนบอลตัวเองเกลียดที่สุดอย่าง รอย คีน ยิงคนเดียว 2 ลูก ช่วยให้ "ปีศาจแดง" บุกมาชนะหน้าตาเฉย

เท่านั้นไม่พอช่วงท้ายเกม ยาป สตัม กับ ปาทริค วิเอร่า ยังท้าไฝว้กันอีก เป็นภาพที่คลาสสิกเหลือเกิน สำหรับ 2 มหาอำนาจพรีเมียร์ลีก ในยุคนั้น

แมนฯ ยูไนเต็ด 6-1 อาร์เซนอล 2001

เป็นเกมที่โหดร้ายทารุนที่สุดสำหรับสาวก "ปืนโต" เกมที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด แมนฯ ยูไนเต็ด พกดีกรีแชมป์พรีเมียร์ลีก 2 สมัยซ้อน จัดการสั่งสอน อาร์เซน่อล ให้รับรู้ถึงความเจ็บปวด 

ดไวท์ ยอร์ค ซัดแฮตทริก, รอย คีน, เท็ดดี้ เชอริงแฮม และโอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ แบ่งกันคนละประตู หลังจบเกมนี้แต้มถูกฉีกเป็น 16 คะแนน และเหลือโปรแกรมแค่ 10 นัด จากนั้น "ปีศาจแดง" ก็ครองแชมป์สมัยที่ 3 ติดต่อกัน

ผลพวงจากเกมนี้บ่งบอกว่ากองหลังตัวสำรองของ อาร์เซน่อล หลายคน อาทิเช่น โอเล็ค ลุซนี่ และอิกอร์ สเตฟานอฟ สมควรถูกขายทิ้งเป็นอย่างยิ่ง

แมนฯ ยูไนเต็ด 0-1 อาร์เซน่อล 2002

ฤดูกาลถัดมา อาร์เซน่อล เอาคืนชนิดทบต้นทบดอก และคงไม่มีเกมไหนสะใจไปกว่าการบุกไปฉลองแชมป์ถึงบ้านคู่อริอีกแล้ว

ประตูเดียวจากปลายสตั๊ดของ ซิลแวง วิลตอร์ ก็เพียงต่อการสร้างความอับอายให้กับ ยูไนเต็ด ที่ต้องเสียแชมป์ลีกคารัง โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เพราะคะแนนมาขาดเอาในเกมนี้นี่เอง

แมนฯ ยูไนเต็ด 0-0 อาร์เซนอล 2003

นี่คือเกมที่อุดมไปด้วยความป่าเถื่อนอย่างแท้จริง...

ปาทริค วิเอร่า โดนใบแดงไล่ออกจากสนามข้อหาพยายามถีบ รุด ฟาน นิสเตลรอย (แต่ไม่โดนนะจ๊ะ) จากนั้นผู้ตัดสินยังใจดีมอบจุดโทษให้ ยูไนเต็ด เป็นของขวัญในช่วงท้ายเกมอีก ทว่า ฟาน นิสเตลรอย ส่งลูกบอลจูบคานเข้าอย่างจัง

และทันทีที่สิ้นเสียงนกหวีด มาร์ติน คีโอว์น, โลร็องต์ เอตาเม่, แอชลี่ย์ โคล, โคโล ตูเร่ และเรย์ พาร์เลอร์ วิ่งกรูเข้ามาเย้ยหยันดาวยิงชาวดัตช์ ก่อนจะโดนเอฟเอ สั่งแบนเรียงตัว

แมนฯ ยูไนเต็ด 2-0 อาร์เซน่อล 2004

อาร์เซน่อล ไม่แพ้ใครในลีก 49 นัด แถมเมื่อซีซั่นก่อนพวกเขาเป็นแชมป์แบบไร้พ่ายอีกด้วย 

รุด ฟาน นิสเตลรอย ซึ่งมีปมความแค้นกับ อาร์เซนอล จัดการปลดเปลื้องความอดอั้นที่สุมอก เมื่อยิงจุดโทษผ่านมือ เยนส์ เลห์มันน์ (ภาพช้าบอกชัดเจนว่า เวย์น รูนี่ย์ พยายามพุ่งล้มเอาจุดโทษ) ก่อนที่ รูนี่ย์ จะล่อเป้าเหน่งๆ เป็นประตูตอกฝาโลง

อาร์เซน่อล 2-4 แมนฯ ยูไนเต็ด 2005

เกมนัดนี้เดือดตั้งแต่ยังไม่เริ่มแข่งด้วยซ้ำ ปาทริค วิเอร่า พยายามกลั่นแกล้ง แกรี่ เนวิลล์ ตอนที่อยู่ในอุโมงค์นักเตะ เดือดร้อนลูกพี่ใหญ่อย่าง รอย คีน ต้องไล่ด่ากราดเอาคืน

วิเอร่า และเบิร์กแคมป์ ช่วยกันผนึกกำลังยิงให้ อาร์เซน่อล ขึ้นนำก่อน 2-1 แต่ใครวันนั้นเองที่ใครหลายคนเริ่มให้การจับตามอง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ มากยิ่งขึ้น ดาวรุ่งชาวโปรตุเกสซัดคนเดียว 2 ลูก "ปีศาจแดง" แซงนำ 3-2

ทว่าตัวขโมยซีนนัดนี้มีชื่อว่า จอห์น โอเช กองหลังบุตรแห่งเทพหายนะ จัดการชิพบอลนิ่มๆ ข้ามหัว มานูเอล อัลมูเนียน เข้าประตูไปอย่างเลือดเย็น

แมนฯ ยูไนเต็ด 0-1 อาร์เซน่อล 2006

ช่วงหลายปีที่ผ่านมา แมนฯ ยูไนเต็ด แสดงให้เห็นว่าพวกเขาคือทีมที่ดีกว่า อาร์เซนอล พิสูจน์ได้จากโทรฟี่แชมป์ และผลงานที่พบเจอกัน 

เกมช่วงต้นซีซั่น 2006-2007 เกมดำเนินไปอย่างน่าอึดอัด ไม่มีทีมไหนอยากพ่ายแพ้ แต่ความผิดพลาดของ โรนัลโด้ ที่เสียบอลให้กับ เชส ฟาเบรกาส ก่อนที่บอลจะถูกส่งไปถึง เอ็มมานูเอล อเดบายอร์ ส่งบอลเข้าสู่ก้นตาข่ายนิ่มๆ

และนั่นคือชัยชนะนัดล่าสุดที่ อาร์เซน่อล บุกมายินดีปรีเปรมที่โรงละครแห่งความฝัน

แมนฯ ยูไนเต็ด 8-2 อาร์เซน่อล 2011

ย่อยยับ!!!!!!!!!! เกมนี้ถูกนิยามไว้แค่สั้นๆ บวกกับความสะใจเท่านั้นเอง สกอร์ 8-2 ยังคงหลอกหลอน อาร์แซน เวนเกอร์ ว่านี่คือความพ่ายแพ้ที่เลวร้ายที่สุดในอาชีพกุนซือของเขา ส่วนประตูที่เกิดขึ้นดูเอาจากลิ้งค์ด้านล่างแล้วกัน 

ส่วนของปีนี้วันอาทิตย์ได้รู้กัน

๑๑บุญเติม๑๑