เช็กบิลแมนเชสเตอร์...?

เช็กบิลแมนเชสเตอร์...?

ฟุตบอล : แม้ว่าชัยชนะที่ได้มานั้นมาจากการทำเข้าประตูตัวเองของคู่แข่ง ก็ดีพอที่จะคลี่คลายสถานการณ์ตึงเครียดออกไปจากทีมผีแดงได้บ้าง และอย่างน้อยๆได้เห็นความพยายามในการสร้างโอกาสพังประตูคู่แข่งมากยิ่งขึ้น

ในเกมพรีเมียร์ ลีกที่โนนักบุญไล่ตีเสมอได้ในถิ่นโอลด์แทรฟฟอร์ด เกมรุกของผีแดงไม่ค่อยชัดเจน ไม่ค่อยกระตือรือร้น จนโดนบ่นโดนต่อว่ามากมายจากแฟนบอล

เกมเครียดๆ เฉือนโซเซียดัด ทีมเยือนด้วยสกอร์ที่ทำเข้าประตูตัวเอง ทว่าแฟนบอลก็พอใจในระดับหนึ่ง เชื่ออย่างนั้นครับ เพราะดูจากสถิติที่บรรดาลูกทีมของ เดวิด มอยส์ พยายามปิดสกอร์ถึง 18 ครั้ง

น่าเสียดายที่ขาดความเด็ดขาด ขาดในเรื่องของสัญชาตญาณนักฆ่า ปล่อยโอกาสดังกล่าวให้หลุดลอยไปมากมาย

อย่างไรก็ตามถึงจะไม่ลงตัวทั้งหมด แต่ได้บางอย่างที่ควรจะมี ก็ยังดี ถึงแม้ว่ายังคงขาดเรื่องความเด็ดขาด แต่ยังมีโอกาสได้เห็นการหาจังหวะสร้างสกอร์ได้เป็นชิ้นเป็นอันมากขึ้น

พูดถึงเรื่องของความเด็ดขาด ต่อไปอาจจะมีปัญหามากขึ้นก็ได้ ในช่วงเวลาที่ไม่มี โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ อยู่ในทีม ฮาเวียร์ เฮอร์นานเดซ กับ ชินจิ คากาวะ ถูกจับนั่งข้างสนามกันค่อนข้างนานมาก เมื่อถึงเวลา ถึงโอกาสที่จะใช้งานกัน มันไม่ปรู๊ดปร๊าดอย่างที่ต้องการ

คงไม่แปลกใจเท่าไหร่ เมื่อ เฮอร์นานเดซ และ คากาวะ ออกมาบ่นก่อนหน้านี้ว่าน่าจะมีโอกาสลงสนามมากกว่านี้ เพราะการนั่งนานๆยังไงสนิมต้องเกาะกินแข้งขาแน่นอน

โอกาส 18 ครั้งตามสถิติที่เกิดขึ้น ผีแดงช่วยกันยิงเข้ากรอบแค่ 5 ครั้งเท่านั้น และสำหรับ ฮาเวียร์ เฮอร์นานเดซ 80 นาทีที่อยู่ในสนามมีโอกาสแค่ครั้งเดียว

เป็นหน้าที่ของ เดวิด มอยส์ ที่จะมองหาสมดุลในเรื่องนี้กันต่อไป ซึ่งเชื่อว่าคงไม่ง่าย เพราะเรื่องของสมดุล จริงๆแล้ว มอยส์ ต้องหาทั้งทีมนั่นแหละ เพื่อให้ได้ทีมที่ตัวเองต้องการเสียที

การสลับสับเปลี่ยนตัวนักเตะ ปรับเปลี่ยนแผนการเล่นไปเรื่อย บางคนอาจจะคิดว่า เดวิด มอยส์ กำลังโรเตชั่นนักเตะเพื่อรักษาความสดเอาไว้ ในความเป็นจริง มอยส์ ยังคงลองหลายๆอย่างเพื่อหาทีมที่ต้องการนั่นเอง ถึงนาทีนี้เชื่อว่ายังคงไม่ลงตัวทั้งหมด

ยิ่งนานยิ่งเกิดผลเสีย แต่จะทำอย่างไรได้ ในเมื่อ เฟอร์กี้ ตั้งใจทิ้งปัญหานี้ให้ เดวิด มอยส์ แก้ไข วางโครงสร้างในเรื่องของตัวนักเตะกันใหม่ เพราะหลายคนเริ่มหมดอายุการใช้งาน อีกหลายคนไม่ได้มาตรฐานที่คาดหวัง

ไปเช็กผลงานของทีมเรือใบกันบ้าง 3 แต้มที่ได้มาถือว่าสำคัญอย่างงยิ่ง สถานการณ์ในกลุ่มนี้ เคยบอกเอาไว้ว่ามองให้ง่ายเข้าไว้ บาเยิร์น เป็นแชมป์กลุ่ม ในขณะที่วิคตอเรีย พิลเซ่น เป็นทีมบ๊วย เพราะฉะนั้นเรือใบกับซีเอสเคเอ มอสโก จะต้องแย่งอีกหนึ่งพื้นที่เพื่อตามเสือใต้เข้ารอบน็อกเอาต์ต่อไป

เกมในบ้านตัวเองจึงสำคัญมากประมาณว่าบ้านใครบ้านมันนั่นแหละ เมื่อเรือใบบุกไปเอาชนะซีเอสเคเอ มอสโกได้ถึงถิ่นแบบนี้ โอกาสที่จะตามเสือใต้เข้าสู่รอบต่อไปสดใสและชัดเจนมากขึ้น

แนวรับของเรือใบ ทั้ง ปาโบล ซาบาเลต้า และ โคลารอฟ กลับมาทำหน้าที่ตัวเองอีกครั้งทั้งด้านขวาและซ้ายในแนวรับ ในขณะที่คู่เซ็นเตอร์แบ็ก นาสตาซิช คู่กับ ฆาบี้ การ์เซีย โดยมี ริชาร์ดส์ กับ เลสค็อตต์ นั่งดูข้างสนาม

ไม่ต้องแปลกใจอะไรที่ ซีเอสเคเอ มอสโก เล่นบอลยาวกันเป็นหลัก เป้หมายคือสาดเข้าไปตรงพื้นที่คู่เซ็นเตอร์แบ็ก โดยเฉพาะบริเวณความรับผิดชอบของ ฆาบี้ การ์เซีย

จะมากจะน้อยเล่นเอาอกสั่นขวัญแขวนได้เหมือนกันหลังจากเรือใบโดนนำไปก่อน ดีที่ได้คืนมาเร็วจาก กุน อาเกวโร่ ทั้ง 2 ประตูในครึ่งแรก

3 นัดหลังสุดของ กุน อเกวโร่ ที่ลงสนามให้เรือใบ กดไป 5 ประตู ฟอร์มแบบนี้เป็นที่พึ่งพาของทีมได้เลย อย่างไรก็ตามมองแค่ 2 ประตูของ กุน โดยไม่พูดถึง ดาวิด ซิลบา คงไม่ได้

ซิลบา ออกสตาร์ตฤดูกาลนี้ด้วยอาการบาดเจ็บติดตัว ทว่าหลังจากหายกลับมาและความฟิตเต็มที่ขึ้นเรื่อยๆ ผลงานก็ดีขึ้นเรื่อยๆเช่นกัน

สภาพอากาศและสนามในมอสโก น่าจะมีปัญหาต่อการเล่นของ ซิลบา มากพอสมควร ทว่านั่นเป็นเพียงสิ่งที่คิดกันไปเท่านั้น ของจริงไม่สามารถขวางทางความสุดยอดของ ซิลบา ได้เลย

เรือใบอยู่ในบรรยากาศที่ค่อนข้างชัดเจน นัดต่อไปเปิดบ้านรับซีเอสเคเอ มอสโก ถ้าปิดฉากอย่างที่ต้องการได้การต่อสู้ในกลุ่มนี้จบลงทันที