ปรากฎการณ์ "ฉก"

ปรากฎการณ์ "ฉก"
Sport Radio

สนับสนุนเนื้อหา

ฟุตบอล : "อารมณ์คมคาย" วันนี้ยังคงโฟกัสไปกับเรื่องราวของตลาดซื้อขายนักเตะที่ต้องบอกว่า ณ เวลานี้ เป็นประเด็นร้อนไม่แพ้เรื่องอื่นใดในวงการลูกหนังโลก เพราะนอกจากการย้ายตัวของบรรดาแข้งดังไปสู่ทีมเชียร์ของหลายๆ คน

หรือการยกระดับการเล่นของตัวนักเตะจากลีกรองไปสู่ลีกหลัก และที่น่าสนใจที่สุดก็คือเมื่อทีมใหญ่ขยับ ย่อมได้รับการจับตามอง ไม่ว่าจะเป็น เชลซี, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, เรอัล มาดริด หรือ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง เหล่านี้เป็นต้น อย่างไรก็ตามน่าจะพอทราบกันดีว่า ฟุตบอลกับธุรกิจในโลกยุคปัจจุบันเป็นของคู่กันไปแล้ว

ดังนั้นหากมีนักเตะดาวดังซักรายเกิดเปรยคำพูดในช่วงนี้ว่าอยากย้ายไปทีมนู้นทีมนี้ แต่ถ้าทีมปลายทางไม่มีเม็ดเงินมากพอกับการดึงตัวไปร่วมทีมให้ได้แล้วล่ะก็ ทุกอย่างก็เป็นเพียงแค่ความฝันเท่านั้น มีสำนวนว่าไว้ "เงินคือพระเจ้า" และมันก็ยังเป็นเช่นนั้นอยู่ในหลายกรณี และตอนนี้ของ "อารมณ์คมคาย" ขอหยิบยกเอาการย้ายทีมแบบเม็ดเงินสำคัญกว่าจิตใจในช่วงซัมเมอร์นี้มาพูดถึงกันเสียหน่อย

ราดาเมล ฟัลเกา (แอตเลติโก มาดริด ไป โมนาโก) ภาพจากเว็บไซต์ http://www.asm-fc.com/en/

"เอล ติเกร" คือกองหน้าที่หลายทีมในเวทีค้าแข้งยูโรปนั้นปรารถนาตัวมาตลอดรอบ 2 ปีที่ผ่านมา หลังเจ้าตัวทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมทั้งกับทัพ "ตราหมี" และทีมชาติ โคลอมเบีย

แรกเริ่มเดิมทีเลยทีมที่ถูกตั้งเป็นตัวเต็งใยการคว้าตัว ฟัลเกา คือ "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี โดยกระแสข่าวมีมากมายหลายกระแส ทั้งการทุ่มซื้อแบบฉีกสัญญา, การเจรจาขอซื้อในราคาค่าตัวมหาศาล หรือการแลกตัว เฟร์นานโด ตอร์เรส พร้อมเพิ่มเงินอีกพอเป็นประมาณในการสลับขั้วหัวหอก

สุดท้ายแล้วเศรษฐีใหม่ของลีก เอิง ฝรั่งเศส อย่าง โมนาโก ก็กลายเป็นทีมที่ฉกตัวไปร่วมทีมได้หน้าตาเฉย เพราะยอมควักเงินจ่ายที่ 60 ล้านยูโร (2.4 พันล้านบาท) แถมมีค่าเหนื่อยล่อใจนักเตะที่ 14 ล้านยูโร (560 ล้านบาท) ต่อปี หนักขนาดนี้ใครจะไปอดใจไหวล่ะครับ...แหม่

มาริโอ เกิทเซ่ (โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ไป บาเยิร์น มิวนิค)

นักเตะเจ้าของฉายา "เมสซี่แห่งเมืองเบียร์" ผลงานโดดเด่นเหลือเกินกับทัพ "เสือเหลือง" นับตั้งแต่ก้าวจากทีมเยาวชนขึ้นมาเล่นกับทีมชุดใหญ่เมื่อปี 2009 ที่ผ่านมา เขามีส่วนอย่างมากกับการพา ดอร์ทมุนด์ คว้าตำแหน่ง "ดับเบิ้ลรองแชมป์" ทั้งในรายการลีกและยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา

และก่อนนี้ก็มีรายงานหนาหูว่าอาจถึงเวลาที่กองกลางรายนี้จะโบยบินออกจากแดนบ้านเกิด ไปโชว์ความสามารถในลีกต่างประเทศเสียที โดยมีทีมอย่าง เรอัล มาดริด ยักษ์ใหญ่ของลา ลีกา สเปน รออ้าแขนต้อนรับเพื่อไปร่วมงานกับเพื่อนร่วมชาติอย่าง ซามี เคห์ดิร่า และเมซุต โอซิล เรื่องราวกำลังเดินทางไปตามบทบาทของวงจรลูกหนังโลก

แต่แล้วช่วงปลายฤดูกาล 2012/13 ที่ผ่านมา อยู่ดีๆก็มีข่าวเล็ดลอดว่าเจ้าตัวจะกลายเป็นสมาชิกใหม่ของทัพ "เสือใต้" และเพียงไม่กี่วันหลังจากนั้นก็มีประกาศว่าเขาคือสมาชิกใหม่ของ บาเยิร์น ในฤดูกาลหน้าในสนนราคา 37 ล้านยูโร (1.48 พันล้านบาท) ทำสถิติเป็นค่าตัวของการซื้อขายระหว่างทีมใน บุนเดสลีกา ที่สูงที่สุดเท่าที่เคยมีมาอย่างว่า เงินไม่เข้าใครออกใคร

ติอาโก้ อัลคันทาร่า (บาร์เซโลน่า ไป บาเยิร์น มิวนิค)

เอาจริงผมเริ่มจะเบื่อชื่อของกองกลางรายนี้มากขึ้นทุกที เพราะนับตั้งแต่ปิดฤดูกาล 2012-13 ที่ผ่านมาชื่อของ อัลคันทาร่า ก็โชว์หราอยู่ในหน้าสื่อหลายต่อหลายครั้ง เริ่มจากการที่เจ้าตัวออกมายอมรับว่าไม่มีความสุขในถิ่นคัมป์ นู เนื่องจากไม่สามารถเบียดตำแหน่งตัวจริงกับบรรดารุ่นพี่ในทีมได้

จากนั้นทีมอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็โร่เข้ามาแสดงความสนใจและอยากได้ตัวไปร่วมทีมมากมาย อย่างไรก็ตาม บาร์เซโลน่า ออกท่ากันไว้ว่ารอให้นักเตะไปรับใช้ชาติใน "ยูโร ยู 21" ให้เสร็จสิ้นเสียก่อน

พอนักเตะพาทีม "กระทิงน้อย" คว้าแชมป์ แถมยิงแฮตทริกในเกมนัดชิงชนะเลิศได้อีก ทีนี้ก็เลยทำให้ "บาร์ซ่า" เกิดการลังเล มีกระแสข่าวว่าอาจรั้งตัวให้ค้าแข้งอยู่กับทีมต่อ อย่างไรก็ตามทัพ "ปีศาจแดง" ก็ไม่ย่อท้อกับการตามตื๊อให้ห้องเครื่องรายนี้มาเสริมทัพให้ได้

แต่ในท้ายที่สุด เป๊ป กวาร์ดิโอล่า อดีตเจ้านายเก่าที่ไปรับงานคุมทีมบาเยิร์น มิวนิค แค่เอ่ยปากมาคำเดียวว่านี่คือนักเตะที่เขาต้องการตัวที่สุดในช่วงซัมเมอร์นี้ บอร์ด "เสือใต้" ก็ไม่รอช้าจัดมาให้ในราคา 25 ล้านยูโร (1 พันล้านบาท) แบบไม่ต้องรีรอ แถม "บาร์ซ่า" ขายให้แบบไม่คิดอะไรเลยด้วยซ้ำ

สเตฟาน โยเวติช (ฟิออเรนติน่า ไป แมนเชสเตอร์ ซิตี้)

อันนี้ยังไม่ย้ายอย่างเป็นทางการแต่โอกาสเป็นไปได้สูงมาก ว่า "โยโย่" กำลังจะกลายเป็นสมาชิกใหม่ของ "เรือใบสีฟ้า" ในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ เปิดฉากละครเรื่องนี้ด้วยการประกาศลั่นทั่ววงการของ อาร์เซน่อล หนึ่งในทีมบิ๊กโฟร์ของศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ว่านี่คือหนึ่งในแข้งที่อยากได้ตัวไปร่วมทีมเพื่อคว้าความสำเร็จให้ได้เสียที หลังแห้วทุกรายการมาตลอด 8 ปีที่ผ่านมา

แน่นอนว่าการแข่งขันย่อมเกิดขึ้นเมื่อ ยูเวนตุส ทีมแชมป์จากลีกกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี โดดร่วมวงล่าตัวแข้งรายนี้ด้วยแบบพร้อมเพรียงกัน แถมใจนักเตะเหมือนเอนเอียงไปทางฝั่งทัพ "เบียงโคเนรี่" นัยว่าไม่อยากเปลี่ยนวิถีชีวิตเนื่องจากชินกับไลฟ์สไตล์ในแดนมะกะโรนีเสียแล้วนั่นเอง แต่แล้ว "ม้าลาย" กลับออกอาการยึกยัก อาจเพราะปัญหาเรื่องของเศรษฐกิจใน อิตาลี เวลานี้ไม่ค่อยสู้ดีนัก ทำให้ออกอาการลังเล ชักหน้าไม่ถึงหลัง

ส่วน "ปืนใหญ่" ก็เทียวไล้เทียวขื่อตามจีบอยู่เรื่อยแต่ "ม่วงมหากาฬ" และตัวนักเตะก็ไม่เคยใจอ่อนเสียที ยื้อยุดฉุดกระชากกันอยู่แบบนั้น สุดท้าย แมนฯซิตี้ เดินเข้ามาพร้อมกับเงินจำนวน 29 ล้านยูโร (1.16 พันล้านบาท) พร้อมถามเบาๆ ว่าจะปล่อยตัวไหม ฟิออเรนติน่า พยักหน้าแล้วก็บอกว่า "เอาไปเลยจร้าาาาา"

นี่แค่ตัวอย่างสำหรับกรณี "ฉก" ของตลาดซื้อขายในช่วงซัมเมอร์นี้เท่านั้นนะครับ ผมเชื่อเหลือเกินว่าจะเกิดปรากฎการณ์ "ฉก" อย่างต่อเนื่องในระหว่างนี้ไปจนถึงช่วงสิ้นสุดตลาดซื้อ-ขายนักเตะช่วงซัมเมอร์ หรือง่ายๆก็คือสิ้นเดือนสิงหาคมที่จะถึงนี้นั่นเองครับ

ถ้านับเฉพาะเวลาปัจจุบัน "บิ๊กดีล" ที่เรียกว่า "บิ๊ก" จริงๆ คงหนีไม่พ้น ฟัลเกา ย้ายไป โมนาโก นั่นเอง ที่เหลือยังไม่นับว่าบิ๊กดีลเท่าไหร่ แต่ที่ผมจับตาดูอยู่ตอนนี้คือ "เซอร์ไพรซ์ ดีล" ต่างหากครับ ประเภทไม่มีข่าวเลย และอยู่ดีๆ ไปโผล่กับทีมนั้นทีมนี้เลยทำนองนี้ มาจับตาดูไปพร้อมกันๆ นะครับ

เรื่องโดย "อธิคม ภูเก้าล้วน"