5 เรื่องต้องรู้! "ลิเวอร์พูล" ถล่ม "บอร์นมัธ" ขาดลอย 3-0

5 เรื่องต้องรู้! "ลิเวอร์พูล" ถล่ม "บอร์นมัธ" ขาดลอย 3-0
90MiN

สนับสนุนเนื้อหา

เกมนัดที่ 34 ของ ลิเวอร์พูล จบลงด้วยความชื่นมื่นของ เยอร์เก้น คล็อปป์ และลูกทีม หลังพวกเขาทำงานหนัก ก่อนเอาชนะคู่แข่งอย่าง บอร์นมัธ ไปขาดลอย 3-0 ขยับตาม แมนเชสเตอร์ ยุไนเต็ด ทีมอันดับ 2 เหลือเพียง 1 คะแนนชั่วคราว

สถิติของ ซาลาห์, โอกาสของ เทรนท์ และฟอร์มการเล่นอันยอดเยี่ยม ของ ลิเวอร์พูล สิ่งเหล่านี้คือตัวอย่างที่เกิดขึ้นในแมตช์วันเสาร์นี้ระหว่าง หงส์แดง กับ เชอร์รีส์ ถ้าอยากรู้ว่ามีอะไรอีกบ้าง ต้องเลื่อนลงไปชมแล้วล่ะ !

5. มาเน มาแน่LINDSEY PARNABY/GettyImages
เคยมีช่วงเวลาหนึ่งที่ ซาดิโอ มาเน เล่นไม่ออกจนโดนกดดันให้ถูกปลดเป็นตัวสำรองมาแล้ว แต่ตอนนี้ดูเหมือนปีกชาวเซเนกัลจะสลัดคำวิจารณ์เหล่านั้นออกไปได้อย่างหมดจด

ประตูของเขาในนาทีที่ 6 เกิดขึ้นจากจังหวะเปิดของ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน มาเน สามารถสลัดตัวประกบขึ้นโหม่งลูกโล่ง ๆ ไปติดเซฟของ เบโกวิช จังหวะแรก ก่อนจะตามซ้ำดาบ 2 เข้าไปได้ 

ลูกดังกล่าวเป็นประตูที่ 9 ของเขาใน พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลนี้ และเป็นลูกที่ 17 จากทุกรายการ ช่วยให้ 3 ประสานของ ลิเวอร์พูล กลายเป็นแนวรุกที่อันตรายที่สุดระดับโลกไปแล้ว

4. โอกาสของ เทรนท์ ในฟุตบอลโลกCatherine Ivill/GettyImages

ด้วยวัยเพียง 19 ปี เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ อาจจะได้ไปเล่นฟุตบอลโลกที่รัสเซียใยอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า แกเร็ธ เซาท์เกต ออกมาพูดหลังเกมกระชับมิตรรอบล่าสุดว่า เขายังไม่มีนักเตะในใจตายตัวเท่าไหร่ มีเพียงไม่กี่คนจริง ๆ เท่านั้นที่การันตีไปแล้ว

ซึ่งในตำแหน่งแบ็คขวาเพิ่งจะมีแค่คนเดียวที่ไม่น่าพลาดคือ ไคล์ วอล์กเกอร์ ของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อีกคนที่ควรจะได้หากดูฟอร์มในฤดูกาลที่แล้วคือ นาธานเนียล ไคลน์ แต่ ไคลน์ ดันพักยาวไปแล้วในฤดูกาลนี้ และเพิ่งจะกลับมาลงเล่นได้เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา นั่นทำให้เขาน่าจะต้องถูกนำมาพิจารณาใหม่อีกครั้ง

กลายเป็นคนที่มาแทน ไคลน์ ใน ลิเวอร์พูล อย่าง เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ นี่แหละที่โชว์ฟอร์มเข้าตาสุด ๆ ฟอร์มแจ่ม ๆ ของเขาในตอนแรกอย่างมากก็อาจจะติดทีมชุดเยาวชน แต่ตอนนี้ ไป ๆ มา ๆ มีสิทธิ์คิดไกลถึงชุดใหญ่ในฟุตบอลโลกได้แล้ว หลังโชว์ฟอร์มเยี่ยมสุด ๆ ในเกมเมื่อคืนนี้ และเกม แชมเปี้ยนส์ลีก กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้

ฟอร์มและความฟิตของเขาดูดีกว่ารุ่นพี่ร่วมสโมสรอย่าง ไคลน์ แน่ ๆ ส่วน โจ โกเมซ ก็ไปเจ็บในเกมกระชับมิตรจนโดนพักยาวไปอีกคน ยิ่งถ้าเทียบกับ คาลัม แชมเบอร์ส ของ อาร์เซนอลแล้ว ยิ่งไม่ต้องพูดถึง เทรนทต์ จึงดูมีภาษีสุด ๆ ในตอนนี้ และเชื่อว่าแฟน ๆ หงส์แดง คงเชียร์ให้เขาไปร่วมทีมแน่นอน

3. กัปตันกลับมาแล้วClive Brunskill/GettyImages

จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ไม่ได้ลงเล่นในเกมที่เชือด แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา และแม้จะเจอคำวิจารณ์ต่าง ๆ ว่าเขายังไม่เหมาะที่จะยืนเป็นโฮลดิ้งมิดฟิลด์ แต่เขาก็โชว์ฟอร์มได้อย่างแข็งแกร่ง ตอบแทนความไว้ใจของ เยอร์เก้น คล็อปป์ ได้อย่างดีเยี่ยมในเกมนี้

เฮนเดอร์สัน ครอสลูกเข้าในเขตโทษให้ มาเน อย่างพอเหมาะพอเจาะ ก่อนที่ดาวเตะเซเนกัลจะทำประตูขึ้นนำให้กับทีมได้สำเร็จ นอกจากนั้น เฮนเดอร์สัน ยังเป็นหัวใจในการทำเกมรุกของ ลิเวอร์พูล ช่วยเก็บบอลบริเวณแถว 2 และเปิดเข้าในสวย ๆ ได้หลายครั้ง

ด้วยฟอร์มการเล่นแบบนี้ ประกอบการบาดเจ็บของ เอ็มเร ชาน แล้ว จอร์แดน เฮนเดอร์สัน น่าจะยึดตัวจริงในทีมไปได้อีกยาว ๆ เลยทีเดียว

2. ซาลาห์ ยังทำประตูได้อย่างต่อเนื่องClive Brunskill/GettyImages

แม้จะใช้จังหวะเปลืองไปหน่อยในเกมนี้ แต่ ซาลาห์ ก็ทำประตูได้ในที่สุด ประตูของเขาเกิดขึ้นในจังหวะที่ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ เติมเกมรุกมาทางกราบขวา ก่อนหยอดเข้าเขตโทษหวังให้ปีกพ่อมดได้ซัด แม้เจ้าหนูวัย 19 ดูจะเปิดแรงไปนิดนึง แต่ โม ซาลาห์ ก็ยังเทคตัวโหม่งแบบหันหลังให้บอลลอยเข้าประตูไปได้

ประตูของเขาเป็นลูกที่ 30 ไปแล้วในลีกฤดูกาลนี้ และทิ้งช่องว่างระหว่างเขากับ แฮร์รี เคน ไปเป็น 5 ประตูตามเดิม หลังจากที่ เคน ชนะอุทธรณ์ได้ประตูเพิ่มจากเกม สโต๊ค ซิตี้ เมื่อช่วงกลางสัปดาห์ นอกจากนี้ เขายังเป็นนักเตะ ลิเวอร์พูล คนแรกที่ทำได้ถึง 40 ลูกในทุกรายการ นับตั้งแต่ก่อตั้ง พรีเมียร์ลีก ในปี 1992 เป็นต้นมา

ซาลาห์ ยังมีเกมให้เตะน้อยกว่า เคน ก็จริง แต่เมื่อพิจารณาว่าปีกชาวอียิปต์ยิงประตูไม่ได้ในฐานะตัวจริงครั้งสุดท้ายคือเดือนธันวาคมปีที่แล้ว แฮร์รี เคน ก็คงต้องยิงให้ได้ 2 ลูกทุกนัดแล้วล่ะ 

1. เครื่องจักรสีแดงยังคงร้อนแรงLINDSEY PARNABY/GettyImages

อย่างที่ คล็อปป์ เคยพูดไว้ก่อนหน้านี้ เขาจะไม่ผ่อนคันเร่งใน พรีเมียร์ลีก เด็ดขาด แม้ว่าจะมีเกม แชมเปี้ยนส์ลีก ให้ต้องคิดถึงก็ตาม

แม้จะกรำศึกหนักมา 2 สัปดาห์นับตั้งแต่พักเบรกทีมชาติ คล็อปป์ ก็ยังเลือกส่งตัวหลักลงซัดกับ บอร์นมัธ ในเกมนี้ โดยเปลี่ยนเพียงตำแหน่งของ มิลเนอร์ เท่านั้น นอกนั้นอยู่กันครบ โดยเฉพาะ 3 ประสาน มาเน ซาลาห์ และ ฟีร์มิโน

สัปดาห์ต่อไปจะเป็นครั้งแรกที่พวกเขาได้พักมากกว่า 4 วัน และเชื่อได้เลยว่า แม้คู่แข่งจะเป็น เดอะ แบ็กกี้ส์ คล็อปป์ ก็ยังใส่ชุดใหญ่ไฟกระพริบอย่างแน่นอน