top 10 comebacks in European

top 10 comebacks in European

ฟุตบอล : ปาฎิหารย์เกิดขึ้นได้เสมอ หากเราตั้งใจและมีดวงนำพา!!

อาร์เซนอล ตัวแทนทีมสุดท้ายของเกาะอังกฤษ กำลังอยู่ในสถานการณ์หน้าสิวหน้าขวาน โอกาสตกรอบ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 16 ทีมมีค่อยข้างสูง หลังพลาดท่าเสียทีแพ้คาถิ่นต่อ บาเยิร์น มิวนิค 1-3 ในเกมแรก

อาร์แซน เวนเกอร์ บอสใหญ่ของ "เดอะ กันเนอร์ส" รู้ซึ่งถึงข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ดีว่าโจทย์ในเกมที่ อารีอันซ์ อารีน่า ที่ต้องบุกไปชนะด้วยผลต่าง 3 ประตู มันเป็นอะไรที่ยากไม่ต่างกับ "เข็นครกขึ้นภูเขา"

แต่หากยังมีความหวัง ศรัทธายังคงบังเกิด ทุกอย่างก็เป็นไปได้ วันนี้ "ฮอตสกอร์" ขอนำ 10 สุดยอดการคัมแบ็กของ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก มาให้ทัศนาเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับเหล่า "กูนเนอร์' ลองพิจารณาดูครับ!! (เครดิต The sun)

เชลซี 4-1 นาโปลี
(ยูซีแอล รอบ 16 ทีม ปี 2012 สกอร์รวม เชลซี เข้ารอบ 5-4)

เกมที่ทำให้ โรแบร์โต้ ดิ มัตเตโอ เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในเวที แชมเปี้ยนส์ลีก หาใช่เกมที่ล้ม บาร์เซโลน่า หรือ บาเยิร์น ทว่ามันคือเกมในรอบ 16 ทีมที่เจอกับ นาโปลี ยอดทีมจาก เซรี่ อา

สกอร์เกมแรกที่แพ้มา 1-3 ทำให้เกมที่ ลอนดอน จะต้องชนะ 2-0 เป็นอย่างน้อย และประตูของ บรานิสลาฟ อิวาโนวิช ในช่วงต่อเวลาพิเศษเป็นประตูที่มีค่ามหาศาล เพราะทำให้ทีมพลิกชนะ ก่อนสุดท้ายคว้าแชมป์แรกในประวัติศาสตร์ได้สำเร็จ
ฟูแล่ม 4-1 ยูเวนตุส
(ยูโรป้าลีก รอบ 16 ทีม 2010 รวม 2 นัด ฟูแล่ม เข้ารอบ 5-4)

ประตูของ ดิ๊กสัน อีตูฮู ที่ยิงได้ในเกมที่ ตูริน เปรียบเสมือนการต่อลมหายใจให้กับลูกทีมของ รอย ฮอดจ์สัน แม้ว่าเกมนัดสองที่ คราเวน คอตเทจ ไม่มีใครจะเชื่อน้ำยาว่า ฟูแล่ม จะดีพอที่จะพลิกสถานการณ์ได้

ที่ไหนได้ ฟูแล่ม กลับโชว์ฟอร์มสุดฮอตระเบิดตาข่าย 4 ประตูรวด แซงเอาชนะ ยูเวนตุส 4-1 รวมสองนัดชนะ 5-4 ผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมก่อนไปพลาดท่าแพ้ แอต.มาดริด ในนัดชิงชนะเลิศไปอย่างน่าเสียดาย

8.มิดเดิ้ลสโบรห์ 4-2 สเตอัว บูคาเรสต์
(ยูฟ่า คัพ รอบรองชนะเลิศ รวม 2 นัด มิดเดิ้ลสโบรห์ เข้ารอบ 4-3)

การเข้ามาเล่นในเวทียุโรปครั้งแรกดูจะไม่โสภานัก เมื่อ เดอะ โบโร่ บุกไปแพ้ในถิ่น โรมาเนีย 0-1 ทว่าไม่ใช่แค่นั้นทุกอย่างดูเลวร้ายลงไปอีกเมื่อเกมที่ ริเวอร์ไซด์ สเตเดี้ยม พวกเขาถูกนำไปก่อน 2-0 ทำให้สกอร์รวมกลายเป็น 3-0

ทว่าเรื่องเหลือเชื่อมีอยู่จริงลูกทีมของ สตีฟ แม็คคาเรน กระซวกคืนทีเดียว 4 ตุงรวดพลิกเข้ารอบแบบสุดมหัศจรรย์ แม้ว่าสุดท้ายแล้วรอบชิงชนะเลิศจะพ่ายเละเทะต่อ เซบีญ่า 0-4 ก็ถือว่าเป็นปีทองของสโมสรแล้ว

7.ลิเวอร์พูล 3-3 เอซี มิลาน
(ยูซีแอล รอบชิงชนะเลิศ 2005 จบเกม ลิเวอร์พูล ชนะจุดโทษ)

นี่คือสุดยอดเกมนัดชิงของ แชมเปี้ยนส์ลีกที่ยากจะหาอะไรที่ดีกว่าได้ เกมครึ่งแรกประตูของ เปาโล มัลดินี่ และ เฮอร์นัน เครสโป (2) ทำให้ เอซี มิลาน ออกนำ 3-0 ทำให้เหล่า "เดอะ ค็อป" หลายรายรับไม่ได้ถึงกับต้องปิดโทรทัศน์นอน

ทว่ามันกลายเป็นความผิดพลาดมหันศ์ที่อดดูสุดยอดเกม ลูกทีมของ ราฟาเอล เบนิเตซ โกงตายไล่ตามตีเสมอ 3-3 ก่อนไปเบียดเอาชนะจุดโทษ๋ได้แบบสุดมันส์ มันเป็นนาทีที่น่าจดจำเหลือเกินสำหรับแชมป์สมัยที่ 5 ของ ลิเวอร์พูล

6.ลา คอรุนญ่า 4-0 เอซี มิลาน
(ยูซีแอล รอบ 8 ทีม 2004 รวม 2 นัด ลา คอรุนญ่า เข้ารอบ 5-4)

เป็นอีกหนึ่งเกมที่พลิกล็อคที่สุดที่เคยจำได้ ลา คอรุนญ่า สร้างปรากฎการณ์คัมแบ็กที่ยิ่งใหญ่เหนือ เอซี มิลาน ทีมแชมป์เก่าในปี 2004 ได้อย่างมหัศจรรย์พันลึก

ก่อนเกมนัดที่ 2 ปิศาจแดงดำ เป็นต่อหลายขุม ไม่ว่าจะศักยภาพ รวมถึงสกอร์นัดแรกที่ชนะถึง 4-1 ทว่า ซูเปอร์เดปอร์ โชว์เทพยิงชนะ 4-0 ก่อนพลิกเข้ารอบ 5-4 และเป็นเกมแรกในประวัติศาสตร์ที่มีการคัมแบ็กได้จากสกอร์ที่ตามหลังถึง 3 ประตู

 5.แมนฯ ยูไนเต็ด 2-1 บาเยิร์น มิวนิค
(ยูซีแอล รอบชิงชนะเลิศ 1999 จบเกม แมนฯ ยูไนเต็ด คว้า 3 แชมป์)

หากว่าเกมนัดชิงในปี 2005 คือหนึ่งในเกมที่สุดยอดแล้ว เกมนัดชิงปี 1999 ก็คงจะเป็นอีกหนึ่งเกมนัดชิงในประวัติศาสตร์ที่มีความดราม่าไม่ต่างกัน

มาริโอ บาสเลอร์ ซัดฟรีคิกให้ยอดทีมจาก เยอรมัน ขึ้นนำไปก่อน ทว่าในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ เท็ดดี้ เชอร์ริงแฮม และ โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ มาโขก 2 ประตูสำคัญช่วยให้ "ผีแดง" กลับมาผงาดเป็นเจ้ายุโรปอีกครั้งนับตั้งแต่ปี 1968


4.ยูเวนตุส 2-3 แมนฯ ยูไนเต็ด
(ยูซีแอล รอบรองชนะเลิศ 1999 รวม 2 นัด แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะ 4-3)

แมนฯ ยูไนเต็ด ทำท่าว่าจะต้องชวดเข้าชิงเสียแล้วหลังโดน ฟิลิปโป้ อินซากี้ เหมาคนเดียว 2 ประตูเวลาเพียง 11 นาที ทำให้สกอร์รวม ยูเวนตุส นำห่างถึง 3-1

ทว่ายอดทีมจากพรีเมียร์ลีกมาได้ รอย คีน ซัดจุดประกายความหวัง และสุดท้าย เรด เดวิลส์ ได้คู่หอกนิลกาฬ ดไวท์ ยอร์ค และ แอนดี้ โคล เหมาคนละ 1 ประตู พลิกกลับมาชนะ 3-2 ได้ชนิดช็อกแฟนบอลเจ้าถิ่นทั้งสนาม

3.เรอัล มาดริด 4-0 กลัดบัค
(ยูฟ่า คัพ รอบ 3 1985 รวม 2 นัด เรอัล มาดริด เข้ารอบด้วยอะเวย์โกล์)

ในยุค 80 เรอัล มาดริด เปรียบเสมือนสุดยอดยักษ์ใหญ่ของวงการลูกหนัง ทว่าการบุกไปโดน มุนเช่นกลัดบัค ถล่มเละเทะ 5-1 ทำให้โอกาสเข้ารอบแทบปิดสนิทเพราะต้องการถึง 4 ประตู

แต่ด้วยเสียงเชียร์กว่า 1 แสนคน "ลอา บังกอส" เล่นลืมเหนื่อยวิ่งบดถล่มผู้มาเยือนจาก เยอรมัน แบบกลับบ้านไม่ถูก ก่อนสุดท้ายจะเป็น ราชันชุดขาว ที่กรุยทางไปคว้าแชมป์ถ้วยนี้เป็นครั้งที่สองได้สำเร็จ

2.เรอัล มาดริด 5-1 ดาร์บี้
(ยูซีแอล รอบ 2 1975 รวม 2 นัด เรอัล มาดริด เข้ารอบ 6-5)

เดฟ แม็คเคย์ พา ดาร์บี้ เข้ามาเล่น ยูโรเปี้ยน คัพ ได้เป็นสมัยที่ 2 และการสร้างสิ่งประหลาดใจหลังเปิดบ้านไล่ถล่ม เรอัล มาดริด ยอดทีมของยุคไปแบบเละเทะ 4-1

อย่างไรก็ตามยอดทีมจาก สเปน ไม่เสียขวัญง่ายๆ กลับมาเล่นที่บ้านอัดคืนได้ 4-1 เช่นกัน ทำให้ต้องต่อเวลาพิเศษ และ ซานติญาร่า ก็มาสวมบทฮีโร่ยิงประตูชัยให้ทีมเจ้าถิ่น ที่สุดท้ายไปไกลที่สุดแค่รอบรองชนะเลิศเท่านั้น หลังไปเสียท่าให้กับ บาเยิร์น มิวนิค


1.ดินาโม ซาเกร็บ 1-7 ลียง
(ยูซีแอล แบ่งกลุ่ม 2011 ลียง พลิกเข้ารอบแบบเหลือเชื่อ)

สถานการณ์ความเป็นจริงที่ ลียง จะเข้ารอบน็อกเอาท์นั้นดูยากเหลือเกิน มีแต้มตามหลัง ไอแอ็กซ์ 3 คะแนน และมีลูกได้เสียตามหลังอยู่ถึง 7 ประตู

แต่ปาฎิหารย์มีอยู่จริง ลียง บุกไปถล่มตัวแทนจาก โครเอเชีย ได้แบบถล่มถลาย 7-1 ขณะที่อีกคู่ เรอัล มาดริด ไม่มีออมมือยำใหญ่ ไอแอ็กซ์ 3-0 ทำให้ โอแอล พลิกสถานการณ์เข้ารอบแบบหน้าตาเฉยจริงๆ

เรื่องโดย "เกื้อ บ้านไกล"