มหัศจรรย์ แกเร็ธ เบล

มหัศจรรย์ แกเร็ธ เบล

ฟุตบอล : ใจจริงอยากเขียนถึง คอมเมนต์ "หลังเกม" ของ โรแบร์โต้ มันชินี่ ตั้งแต่เมื่อวาน แต่ติดคิว "จุดเปลี่ยนบอลไทย" ครั้นพอถึงวันนี้ก็โดน "แซงคิว" โดย แกเร็ธ เบล อย่างช่วยไม่ได้ และไร้ข้อโต้แย้งครับ

อดีตแบ็กซ้าย กลายเป็นปีกซ้าย และล่าสุดสามารถยืนตรงกลางเป็นกองหน้าได้ด้วยซัลโวไปแล้ว 23 ประตูหลังซัด "บอลนิ่ง" สุดสวยเสียบตาข่าย ยุสซี่ ยัสเคไลเน่น ในช่วงนาทีสุดท้ายให้สเปอร์สเฉือนขุนค้อน เวสต์แฮม 3-2 แบบสุดมันส์

สัก 2 สัปดาห์ก่อนครับ "เดลี เมล์" เพิ่งจะมีบทความเชิงวิเคราะห์ลูกยิงของ แกเร็ธ เบล เปรียบเทียบกับ "เทคนิค" การปาลูกเบสบอลว่ามีความคล้ายกัน

กล่าวคือ มีการ "จงใจ" ปล่อยบอล หรือเตะบอลออกไปโดย "บังคับ" ไม่ให้ลูกบอลนั้นหมุน เพราะได้มีการศึกษา และทดลองมาแล้วว่า ลูกบอลที่ไม่หมุนยามพุ่งแหวกอากาศจะเกิด "วิถีบอล" อันยากต่อการคาดเดาอย่างมาก

นั่นคือ บอลจะส่าย + สวิง แบบไม่เป็นธรรมชาติ และในกรณีของเบล ลูกบอลจะฮุกมุดลงเสียบตาข่ายอย่างรวดเร็ว และเหลือเชื่อ

ประตูที่ เบล ยิงฟรีคิกใส่นิวคาสเซิล หรือลียง ลูกบอลข้ามกำแพงแล้วตกลงดินก่อนกระทบตาข่ายด้วยซ้ำอันแสดงให้เห็นว่า บอล "มุดลง" รวดเร็วขนาดไหน

ผมเคยคุยกับพี่ใหญ่เรา "เฮียนอส" ในรายการ "สปอร์ตส อินไซด์" ช่อง T Sports ช่วง 2 - 3 ทุ่มวันจันทร์ ถึงศุกร์ แต่ผมจะจัดทุกศุกร์ว่า ในโลกนี้เท่าที่ผมเคยเห็นมีนักเตะเพียง 4 คนที่ใช้ "เทคนิค" เดียวกันนี้

คนแรกคือ จูนินโญ่ แปร์นัมบูกาโน่ อดีตเพลย์เมกเกอร์บราซิลของ ลียง, คนที่สอง ดิดิเยร์ ดร็อกบา, สาม- คริสติอาโน่ โรนัลโด้ และล่าสุด เบล ที่ดูจะใช้เทคนิคนี้ได้ดีที่สุด

ดีจนรู้สึกว่า เบลสามารถ "งัดไม้ตาย" นี้มาใช้ตลอดเวลาในสนามหากทุกอย่างพอเหมาะพอเจาะแล้วเค้าเองก็แทบจะไม่พลาดเลย

กับประตู 3-2 ที่ทำเอาคนที่ควรได้รับ "แมน ออฟ เดอะ แมตช์" (หากเบล ไม่เทพขนาดนี้) อย่าง ยัสเคไลเน่น อึ้งไปเลยก็เช่นกันที่แม้ไม่ใช่ "ฟรีคิก" แต่เป็นเทคนิคการซัดบอลกลางใบด้วยพื้นที่ตรงสันข้างนิ้วโป้งเท้า เหมือนๆ กัน

(ไม่ใช่หลังเท้า หรือไซด์โป้งนะครับ แต่เป็นการยิงเหมือนกับจะยิงด้วยหลังเท้า แต่เปลี่ยนให้พื้นที่สัมผัสเป็นสันบริเวณด้านนอกนิ้วโป้ง)

หากยังจำกันได้ โรนัลโด้ ใช้เทคนิคเดียวกันยิงฟรีคิกไกล "เกือบหาย" ในแมตช์เสมอแมนฯยูฯ 1-1 ที่ผ่านมา จังหวะนั้นเป็นตอนท้ายเกมที่ ดาวิด เด เกอา หน้าถอดสีไปแล้ว แต่ยังโชคดีที่บอลมุดช้าไปนิดเดียว และเช็ดตาข่ายด้านบนแทนจะเป็นการมุดเข้าตุงตาข่าย

ผมเองเคยเขียนถึง "ความแตกต่าง" ของเบลไปแล้วก่อนหน้านี้ และขอสรุปอีกทีว่า หากไม่ใช่ประตูแบบพิสดารของเบล ทีมตราไก่คงไม่ได้อยู่อันดับ 3 ในตอนนี้ เพราะลูกทีมของ อังเดร วิลลาส โบอาส จะเก็บได้เพียง 1 แต้ม ไม่ใช่ 10 แต้มจาก 4 เกมล่าสุด

 

และก็ต้องตกรอบ "ยูโรป้า ลีก" ไปแล้วด้วยเช่นกัน

เขียนแบบนี้ไม่ใช่จะไม่ให้ "เครดิต" AVB และนักเตะไก่คนอื่นๆ นะครับ เพราะเราต้องยอมรับเช่นกันว่า กุนซือหนุ่มโปรตุกีส ปั้นทีมชุดนี้ให้เล่นได้น่าตื่นตาตื่นใจ สร้างสรรค์โอกาสได้มาก และคู่ควรกับตำแหน่ง "ท็อปทรี" บนตารางเช่นนี้ครับ

สำคัญที่สุดก็คือ "หล่อหลอม" ทีมชุดนี้ให้เป็นนักเตะของเค้าอย่างแท้จริง

สังเกตได้จากตอน เบลทำประตูได้ และ AVB แสดงท่า "สะใจ" ชนิดผมไม่เคยเห็นผู้จัดการทีมฟุตบอลอังกฤษคนไหน "แสดงออก" ได้มากมายขนาดนั้น

แล้วนักเตะคนที่วิ่งเข้าหา AVB คนแรกคือ เบล และกอดกันกลมก่อนคนอื่นๆ จะเข้ามาร่วมแจม

ภาพแบบนี้ "ซื้อ/ขาย" ไม่ได้ และหากไม่ได้ใจกันจริงๆ นักเตะไม่ทำแน่ ไม่เชื่อถามผู้เล่นเชลซีที่ ณ ช่วงเวลานี้ของปีก่อนทำ AVB เก้าอี้หลุดได้เลย

ครับ สุดสัปดาห์หน้า สเปอร์ส จะเปิดรังไวท์ ฮาร์ท เลน รับการมาเยือนของ อาร์เซนอล ในแมตช์ที่เป็นยิ่งกว่า "ชิงดำ" โควตา UCL และดาร์บี้แมตช์ ลอนดอน

เราลองมาดูกันนะครับว่า "หลังเกม" เรายังจะพูดถึงมหัศจรรย์ แกเร็ธ เบล กันอีกหรือไม่!?

เรื่องโดย "Kai Muk Dum"

การยิงฟรีคิกของ แกเร็ธ เบล

บรรยากาศกองเชียร์หลังประตูเกมสเปอร์สชนะลียง 2-1