5 เรื่องควรรู้ หลัง อาร์เซน่อล บุกคว่ำมิลาน 2-0 ตุนความได้เปรียบเลก 2

5 เรื่องควรรู้ หลัง อาร์เซน่อล บุกคว่ำมิลาน  2-0 ตุนความได้เปรียบเลก 2
90MiN

สนับสนุนเนื้อหา

ลูกทีมของอาร์เซน เวนเกอร์ โชว์ผลงานได้เยี่ยมผิดหูผิดตากับฟอร์มก่อนหน้านี้มากทีเดียว หลังบุกไปเอาชนะเจ้าถิ่น เอซี มิลาน ได้ถึงซานซิโร่ 2-0 ทำให้พวกเขาได้เปรียบสุด ๆ ในเกมถัดไปที่ เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม

งานนี้มีหลายเรื่องให้พูดถึงแน่นอน จะมีอะไรบ้างนั้น ต้องเลื่อนลงไปดูแล้วล่ะ

1. อาร์เซน่อล กลับมาสู่เส้นทางของชัยชนะได้อีกครั้ง

MARCO BERTORELLO/GettyImages

การพ่ายแพ้ต่อไบรท์ตัน เป็นอะไรที่น่าปวดหัวทีเดียวสำหรับลูกทีมของ อาร์เซน เวนเกอร์

พวกเขาแพ้ติดกัน 4 เกม ทำลายสถิติที่ย่ำแย่ที่สุดของพวกเขาในรอบ 16 ปี แถมโดนอันดับ 7 อย่างเบิร์นลีย์ จี้ตูดเหลือ 5 แต้ม ไม่มีสถานการณ์ไหนที่ทีมของเวนเกอร์ต้องการชัยชนะมากไปกว่านี้อีกแล้ว

เกมเมื่อคืนประตูของ เฮนริคห์ มคิตาร์ยาน และ อารอน แรมซีย์ ไม่ได้เพียงสร้างความได้เปรียบในเกมที่ 2 เท่านั้น แต่ยังสร้างความมั่นใจให้กับลูกทีมของ เวนเกอร์ ด้วย 

เห็นได้ชัดสุด ตอนพวกเขาได้ประตูขึ้นนำ 1-0 หลังจากนั้นพวกเขาเล่นด้วยความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยมแบบที่ไม่ได้เห็นมานานแล้ว เมซุส โอซิล กล้าจ่ายบอลตัดหลังขณะที่ มคิตาร์ยาน เองก็กล้าเลื้อยโชว์ วิลเชียร์ กับ แรมซีย์ ก็ผลุบ ๆ โผล่ ๆ อยู่ในแนวรับอย่างกระหายเลือด แม้กระทั่ง เวลเบ็ค เองยังพัฒนาขึ้นแบบเห็นได้ชัด ไม่มีอะไรดีไปกว่าชัยชนะกับทีมใหญ่อีกแล้วในเวลานี้

2. จุดเริ่มต้นของ มคิตาร์ยานMarco Luzzani/GettyImages

ตอนที่ เฮนริค มคิตาร์ยาน มาถึงลอนดอน เขาแบกความคาดหวังของแฟนบอลเอาไว้มากในฐานะตัวแทนของ อเล็กซิส ซานเชซ และเพื่อนรู้ใจของ โอบาเมยอง

ซึ่งหลังจากฟอร์มอันดุดันในเกมถล่มเอฟเวอร์ตัน เราไม่ได้เห็นอะไรแบบนั้นอีกเลยตลอดเดือนกุมภาพันธ์ อาจจะยกเว้นนิดหน่อยกับเกมเยือนเอิสเตอร์ซุนด์

แต่เกมนี้มันมีบางอย่างเปลี่ยนไป มคิตาร์ยานกล้าเสี่ยง อาจจะเพราะความผิดพลาดที่มีให้เห็นบ่อย ๆ ของแบ็คซ้ายมิลานอย่างดาวิเด คาลาเบรียด้วยที่ทำให้เขากล้า แต่อย่าลืมว่าเขาควรทำได้ดีกว่านี้เมื่อคู่แข่งเป็นไบรท์ตัน หรือ อุสเตอร์ซุนด์

อย่างน้อยที่สุด ชัยชนะและประตูของ มคิตาร์ยาน ในวันนี้จะช่วยสร้างความมั่นใจกลับมาสู่ห้องเครื่องชาวอาร์เมเนียอีกครั้ง แล้วมารอดูกันว่าเขาจะยังเป็นแบบนี้ได้อีกหรือเปล่ากับวัตฟอร์ดในวันอาทิตย์

ถ้าทำได้ น่าเชื่อว่าฟอร์มดุ ๆ ของเขาสมัยอยู่ดอร์ทมึนด์น่าจะกลับมาให้เห็นก่อนจบฤดูกาลนี้ล่ะนะ


3. แรมซีย์ รีเทิร์นCatherine Ivill/GettyImages

ก่อนหน้านี้ แรมซีย์ไม่ได้บาดเจ็บแต่เพียงทางกายภาพเท่านั้น แต่มันยังเป็นเรื่องของจิตใจด้วย

 นับตั้งแต่โชว์ฟอร์มสุดสะเด่าในเกมยูโร 2016 ที่ฝรั่งเศสกับทีมชาติเวลส์ เขาไม่เคยกลับไปสู่จุดนั้นได้อีกเลย โดยเฉพาะฟอร์มนัดหลัง ๆ ที่เขาถูกวิจารณ์บ่อยสุด ๆ

 เหมือนเขาจะกลับมาได้แล้วก่อนหน้านี้ ในเกมที่ยิงแฮททริกใส่เอฟเวอร์ตัน 5-1 แต่หลังจากนั้นเขาเงียบยิ่งกว่าเป่าสาก แถมอาการเจ็บ ออด ๆ แอด ๆ เริ่มกลับมากำเริบอีก

ดูเหมือนว่าการตัดสินใจพักเขาในเกมกับไบรท์ตันอาจเป็นเรื่องที่ถูกต้อง การส่งขาลงในขณะที่ไม่ฟิตเต็มร้อย นอกจากจะไม่ช่วยให้ทีมพลิกกลับมาชนะไบรท์ตันได้แล้ว เกมวันนี้อาจจบอีกแบบก็ได้

ประตูที่ทำได้ของเขาในวันนี้แสดงให้เห็นถึงความนิ่งหน้าปากประตูเป็นอย่างดี และนี้แหละคือสิ่งที่อาร์เซน่อลต้องการสุด ๆ ในเวลาแบบนี้ เวลาที่หน้าเป้า 2 คนหลักไม่สามารถลงเล่นได้ยังไงล่ะ

4. มิลาน สะดุดMARCO BERTORELLO/GettyImages

ก่อนหน้าเกมนี้ เอซี มิลาน ภายใต้การคุมทีมของตำนานสโมสรอย่าง เจนนาโร่ กัตตูโซไม่แพ้ใครมา 12 เกมติดต่อกัน ชนะไปถึง 5 และสร้งาความตื่นตาตื่นใจให้แฟนบอลได้แบบคนละเรื่องกับทีมเมื่อต้นฤดูกาล

 เกมนี้ยังพอมีความตื่นเต้นนั้นอยู่บ้าง โดยเฉพาะการประสานงานกันระหว่างคาลฮาน ชาลฮาโนก์ลู กับ ซูโซ่ แต่สุดท้ายแล้วก็ทำอะไรไม่เป็นชิ้นเป็นอันอยู่ดี

ก็แหงล่ะ ทีมเอซี มิลาน ชุดนี้มีผู้เล่นหน้าใหม่เกือบทั้งทีม พวกเขาอาจต้องจูนกันใหม่ให้มากกว่านี้ แต่ต้องรอถึงเมื่อไหร่กันล่ะ

ตอนนี้เหมาะสมที่สุดแล้วที่จะแสดงให้เห็นว่าเอซี มิลานชุดใหม่ที่ราคาเหยียบ 200 ล้านยูโร จะสามารถลืมตาอ้าปากได้อีกครั้ง ขออย่างเดียว อย่าให้การสะดุดในวันนี้กลายเป็นการล้มยาวไปอีก ไม่งั้นปีศาจแดงดำ คงต้องเป็นยักษ์หลับต่อไปอีกในฤดูกาลหน้า

5.  โอกาสสู่ถ้วยยูโรป้าลีกใบแรกของ อาร์เซน่อล

MARCO BERTORELLO/GettyImages

ไม่แปลกถ้าในเวลานี้ แฟนบอลของอาร์เซน่อลจะกลับมาฝันถึงการคว้าแชมป์ถ้วยเล็กในเวทียุโรปอีกครั้ง หลังหัวหกก้นขวิดมาตลอด 4 นัดที่ผ่านมา

2 ประตูอเวย์โกล ในวันนี้ทำให้ทีมของอาร์เซน เวนเกอร์เข้ารอบไปครึ่งตัวแล้ว แถมภาระจากรายการอื่นก็ไม่มีแล้ว เวนเกอร์จึงน่าจะทุ่มสุดตัวไปเลยในเกมหน้าที่เอมิเรตส์ ตอนแข่งเลก 2 กับอุสเตอร์ซุนด์ ยังพอเข้าใจได้ว่าพักตัวหลังไว้ซัดกับซิตี้ในนัดชิงคาราบาวคัพ แฟนปืนใหญ่จึงน่าจะเบาใจได้ว่าเกม 2 เราจะได้เห็นนักเตะอย่าง มคิตาร์ยาน โอซิล และ แรมซีย์ ลงตัวจริง

ถ้าผ่าน เอซี มิลาน ไปได้ในรอบนี้ ทีมใหญ่อื่น ๆ ก้จะเหลือแค่โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ และ แอตเลติโก มาดริด เท่านั้น

ดอร์ทมุนด์ ยังต้องสู้แย่งอันดับไปเล่นบอลยุโรป การพลาด 3-4 นัดอาจทำให้พวกเขาชวดแม้กระทั้งตำแหน่งยูโรป้าก็ได้ ในขณะที่แอตเลติโก ยังมีลุ้นคว้าแชมป์ลีกอยู่ หลังช่องว่างของพวกเขากับบาร์ซ่า อยู่ที่ 8 แต้มในตอนนี้

นั่นทำให้อาร์เซน่อลเป็นทีมที่มีภาษีดีสุดแล้ว และพวกเขาก็ไม่จำเป็นต้องกลัวใครอีกต่อไป