5 เรื่องต้องรู้ เกม แมนฯยูฯ พลิกเชือด เชลซี

5 เรื่องต้องรู้ เกม แมนฯยูฯ พลิกเชือด เชลซี
90MiN

สนับสนุนเนื้อหา

ทำสำเร็จจนได้สำหรับลูกทีมของโฆเซ มูรินโญ หลังจากพวกเขาถูกทีมเยือนบุกมานำไปก่อนในครึ่งแรก 1-0 ซึ่งการที่พวกเขาพลิกกลับมาชนะเชลซีได้ 2-1 ทำให้พวกเขาสามารถแซงลิเวอร์พูลขึ้นไปอยู่อันดับ 2 ได้อีกครั้งด้วย

อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่เพียงประเด็นเดียวที่เกิดขึ้นในเกมบิ๊กแมตช์สุดมันวันอาทิตย์ และ 5 ข้อต่อไปนี้ก็คือ 5 เรื่องสำคัญที่เกิดขึ้นเกมดังกล่าวครับผม

5. วิลเลียน ขโมยซีนClive Brunskill/GettyImages
แม้ว่าแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดจะเป็นฝ่ายเอาชนะไปได้ 2-1 ในคืนที่ผ่านมา แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการโชว์ฟอร์มของวิลเลียนในเกมนี้เอาชนะปีกคนอื่น ๆ ได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นอ็องโตนี มาร์กเซียล, อเล็กซิส ซานเชซ, เปโดร โรดริเกซ หรือแม้แต่เอเด็น อาซาร์

ประตูขึ้นนำในเกมนี้เริ่มมาจากการตัดบอลหน้ากรอบเขตโทษ ก่อนเป็นวิลเลียนเองนี่แหละที่ทำบอลขึ้นมาในแดนแมนฯ ยู เล่นกัน 2 คนกับเอเด็น อาซาร์จนหลุดกับดักล้ำหน้าและกลายเป็นประตูในที่สุด

การเล่นอย่างชาญฉลาดและความคมในการทำประตูของวิลเลียนไม่ใช่เรื่องบังเอิญ โดยเฉพาะแฟนบอลบาร์ซาน่าจะรู้ดีที่สุด

4. ลูกากู ยิงทีม Top 6 ได้ซะทีOLI SCARFF/GettyImages

ชายผู้มีค่าเหนื่อย 250,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ต้องเจอแรงกดดันมากในระยะหลัง เนื่องมาจากสถิติอันย่ำแย่บางอย่างของเจ้าตัว

นั่นคือเขาไม่เคยยิงทีม Top 6 ได้เลย

เขาถูกครหาว่าไม่ใช่ของจริง ยิงได้แต่ทีมที่อ่อนกว่า และอื่น ๆ อีกมากมาย แต่ประตูกับเชลซีในวันนี้ไม่ใช่เป็นเพียงแค่การลบสถิติออกเท่านั้น แต่ยังเป็นการแสดงให้เห็นด้วยว่าเขามีสมาธิหน้าปากประตูมากขนาดไหน และคงไม่นานเกินรอที่เขาจะยิงทีม Top 6 ได้อีกครั้ง


3. ลินการ์ด ยังมีของดีซ่อนอยู่อีกเยอะ

OLI SCARFF/GettyImages
เด็กหนุ่มผู้เป็นผลผลิตของอคาเดมีผีแดงผู้นี้เคยมีช่วงเวลาอันยอดเยี่ยมอยู่ระยะหนึ่ง หลังซัดไป 6 ประตูจาก 9 นัดที่ลงเล่น ก่อนจะเริ่มจางหายไปในที่สุด

ซึ่งวิกฤติของลินการ์ดก็ดูจะย่ำแย่เข้าไปอีกเมื่ออเล็กซิส ซานเชซเดินทางมาถึงโอลด์แทร็ฟฟอร์ด เพราะแม้อเล็กซิสจะไม่ได้เล่นทับตำแหน่งเขาโดยตรง แต่มันหมายความว่านักเตะที่มีฝีมือไล่เลี่ยกันและเล่นตำแหน่งใกล้เคียงกันต้องมีคู่แข่งมากขึ้น แรชฟอร์ดเอย มาร์กซิยาลเอย มาตาเอย นักเตะเหล่านี้แหละที่จะมาทับตำแหน่งเขา

อย่างไรก็ตาม วันนี้เป็นวันที่ลินการ์ดแสดงให้เห็นอีกครั้งว่าเขายังมีดีซ่อนอยู่อีก การสอดขึ้นมาโขกบอลโล่ง ๆ ทำให้เห็นวิสัยทัศน์ของการเป็นตัวทำประตูของเขา แถมการโหม่งก็ยังควบคุมทิศทางและแรงได้ดีอีกด้วย ต้องชมเขาล่ะ

2. แมนฯ ยูเริ่มหายใจได้ทั่วท้องบ้างแล้ว

OLI SCARFF/GettyImages
ก่อนหน้าเกมนี้จะเริ่มขึ้น มีหลายฝ่ายมองว่าแมนฯ ยู มีสิทธิ์ร่วงจากพื้นที่ยูฟา แชมเปี้ยนส์ลีก

ก็จะไม่ให้มองได้อย่างไร ก่อนหน้านี้พวกเขาแพ้ทั้งสเปอร์สและนิวคาสเซิล กายร่างจากที่เป็นทีมลุ้นแชมป์อยู่ดี ๆ ตอนนี้เริ่มจะเป็นทีมลุ้นโควตาแชมเปี้ยนส์ลีกมากขึ้นเรื่อย ๆ และหากพวกเขาแพ้เชลซีอีก พวกเขาจะอยู่อันดับ 3 มีแต้มเท่าอันดับ 4 และนำอันดับ 5 เพียง 1 คะแนนเท่านั้น

ชัยชนะในนัดนี้ส่งผลให้พวกเขาทิ้งเชลซีออกไปเป็น 6 คะแนน และแม้ว่าพวกเขามีคิวแข้งกับลิเวอร์พูลและแมนเชสเตอร์ ซิตี้ แต่เชลซีเองก็ต้องเจอกับซิตี้และลิเวอร์พูลเช่นกัน แถมสิงห์บลูยังต้องไปเจอสเปอร์สอีกด้วย ตอนนี้เราจึงกล้าพูดได้เลยว่างานของเชลซียังหนักกว่าเยอะ 

1. สัญญาณของมิตรภาพOLI SCARFF/GettyImages
อันโตนิโอ คอนเตกับโฆเซ มูรินโญเริ่มปะทะคารมกันมาตั้งแต่ฤดูกาลที่แล้วและยิ่งมาหนักข้อขึ้นเรื่อย ๆ ในฤดูกาลนี้ นั่นทำให้โอกาสที่ทั้งสองคนจะจับมือกันในสัปดาห์นี้ดูเป็นไปไม่ได้เลย

โดยเฉพาะเมื่อมูรินโญเดินไปจับมือกับนักเตะเชลซีทุกคนในอุโมงค์ก่อนเกมเริ่ม แต่ยังไม่ยอมจับมือกับคอนเต้ ในขณะที่คอนเต้เองก็พยายามจะเลี่ยงมูรินโญอยู่ตลอดเวลา

แต่พวกเขาก็จับมือกันจนได้จริง ๆ ถึงจะแป๊บเดียวก็เถอะ คงทำให้อัฟราม แกรนท์สบายใจขึ้นมาหน่อยละนะ