คนนี้แม่นจริง! กูรูฝรั่งฟันธงศึก "ศรีสะเกษ VS. เอสตราด้า"

คนนี้แม่นจริง! กูรูฝรั่งฟันธงศึก "ศรีสะเกษ VS. เอสตราด้า"
S! Sport

สนับสนุนเนื้อหา

ความเคลื่อนไหว ก่อนไฟต์สำคัญในการป้องกันตำแหน่ง แชมป์สภามวยโลก (WBC) รุ่นซูเปอร์ฟลายเวท ของ "เจ้าแหลม" ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น กำปั้นชาวไทย ที่มีกำหนดการจะขึ้นป้องกันเข็มขัดแชมป์กับ ฮวน ฟรานซิสโก เอสตราด้า รองอันดับ 1 ชาวเม็กซิกัน ที่เดอะ ฟอรั่ม, อิงเกิลวูด แคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา

ล่าสุด เทรเวอร์ ดูเอ็ค ผู้สันทัดกรณีในแวดวงกำปั้นของ sportsbettingdime.com ได้ออกมาแสดงทัศนะถึงนักมวยทั้งคู่ รวมถึงเกมการชกและบทสรุปสุดท้ายที่น่าจะเกิดขึ้นของการเผชิญหน้าบนสังเวียนของกำปั้นทั้งคู่

โดยนักข่าวชาวแคนาเดี้ยน ได้อธิบายถึง "เจ้าแหลม" ว่าด้วยพลังกำปั้นซ้ายของเจ้าตัวสามารถเอาชนะน็อกคู่ต่อกรได้ถึง 40 ราย มันเป็นอะไรที่น่าตื่นเต้นมาก ด้วยสไตล์ของเขาจะเดินติดเพื่ออัดลำตัวให้เปิดการ์ดบน ก่อนปล่อยซ้ายอันหนักหน่วงเข้าปลายคาง

ขณะที่ ฮวน ฟรานซิสโก เอสตราด้า ถือเป็นจอมเชี่ยวด้านเทคนิคคนหนึ่ง ซึ่งหากเขามีพลังกำปั้นอันหนักหน่วงเหมือนแชมป์โลกชาวไทย เขาจะเป็นนักมวยที่สมบูรณ์แบบมาก สไตล์การชกของเขาจะเป็นการปล่อยหมัดต่อเนื่อง เพื่อให้คู่ต่อสู้สะสมอาการบาดเจ็บไปเรื่อยๆ จนท้ายสุดหมดสภาพ

นักมวยทั้งสองถือเป็นนักสู้ที่มีฝีมือด้วยการทั้งคู่ แต่จากการที่ ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น แสดงให้เราเห็นใน 2 ไฟต์ล่าสุด ด้วยการปราบโคตรมวยชาวนิการากัว "ช็อคโกลาติโต้" โรมัน กอนซาเลซ ลงแบบราบคาบ ทำให้ผมไม่เห็นทางเลยว่า เอสตราด้า จะสามารถต้านทานพลังกำปั้นของแชมป์โลกชาวไทยได้อย่างไร ถึงแม้เกมการชกอาจจะต้องยืดเยื้อมากยกขึ้น แต่นั่นก็เป็นเพียงแค่การรอเวลาที่จะโดนน็อกเท่านั้น ฟันฉับ : ศรีสะเกษ ชนะน็อก

อย่างไรก็ตามเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา นักข่าวรายนี้ก็เคยออกมาทำนายว่า โอเล็กซานเดอร์ อูซิก กำปั้นชาวยูเครน จะสามารถยัดเยียดความพ่ายแพ้ครั้งแรกให้กับ ไมริส บริดิส แชมป์โลกชาวลัตเวีย ด้วยการชนะคะแนน ซึ่งท้ายสุดก็เป็นไปตามที่เจ้าตัวคาดการณ์ กำปั้นชาวยูเครน กลายเป็นแชมป์โลก ครุยเซอร์เวท ของสภามวยโลก (WBC) คนใหม่ ด้วยการเอาชนะคะแนนจริงๆ

สำหรับ ศึกป้องกันตำแหน่งแชมป์สภามวยโลก (WBC) รุ่นซูเปอร์ฟลายเวท ของ "เจ้าแหลม" ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น แชมป์โลกชาวไทย ที่นครลอสแองเจลิส แคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา, เวิร์คพอยท์ ทีวี (ช่อง 23) จะรับหน้าที่ถ่ายทอดสด ให้แฟนๆได้ชมกันถึงบ้าน ตรงกับประเทศไทยคือเช้าวันอาทิตย์ที่ 25 กุมภาพันธ์ ตั้งแต่เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป