Scoop : ในวันที่ปีศาจแดงไร้ "ป๊อกบา"

Scoop : ในวันที่ปีศาจแดงไร้ "ป๊อกบา"
90MiN

สนับสนุนเนื้อหา

ครั้งหนึ่งท่านเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เคยกล่าวไว้ว่า เขาจะไม่ซื้อขายนักเตะกับเรอัล มาดริด เด็ดขาด แต่กับมูรินโญคงไม่ใช่แบบนั้น

ขณะที่สถานการณ์ของป๊อกบาภายใต้การคุมทีมของนายใหญ่ชาวโปรตุเกสไม่สู้จะราบรื่นเท่าใดนัก เนื่องจากปัญหาฟอร์มตกและการหาตำแหน่งที่เหมาะสมใน 11 ตัวจริงไม่ได้เสียที ขณะเดียวกันก็มีรายงานข่าวอย่างต่อเนื่องว่าแชมป์ยุโรปอย่าง เรอัล มาดริด ก็กำลังจะทำการปรับปรุงทีมครั้งใหญ่เนื่องจากผลงานในฤดูกาลนี้ค่อนข้างย่ำแย่ หมดลุ้นแชมป์ทุกอย่างในประเทศไปแล้ว เหลือเพียงยูฟา แชมป์เปี้ยนส์ลีก อย่างเดียวให้ไขว่คว้า โดยยอดทีมจากสเปนให้ความสนใจจะดึงตัวป็อกบาไปร่วมทีมเพื่อการสร้างทีมใหม่ในฤดูกาลหน้า

สำหรับความเคลื่อนไหวก่อนเกมเอฟเอคัพรอบที่ 5 นี้  มูรินโญได้ให้สัมภาษณ์ก่อนเกมส์จะเริ่มขึ้นไม่ถึง 24 ชั่วโมงว่า ป็อกบาอาจจะได้ลงเล่นในเกมนี้ และยังหัวเสียออกมาจวกเรื่องที่สื่อเล่นข่าวเกี่ยวกับความขัดแย้งระหว่างเขาและมิดฟิลด์ทีมชาติฝรั่งเศส จนทำให้สตาร์ค่าตัว 89 ล้านปอนด์อาจจะย้ายทีมว่าเป็น "พวกขี้โกหก"

หลังจากนั้นไม่นานกุนซือปีศาจแดงก็ได้รับข่าวที่ทำให้เขาผิดหวังว่า ป๊อกบาจะพลาดการลงสนามในศึกเอฟเอคัพเนื่องจากอาการป่วย

แต่สุดท้ายแล้ว ลูกทีมของมูรินโญก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรกับการเล่นเกมนี้ พวกเขาสามารถอัดฮัดเดิร์สฟิลด์เจ้าบ้านไป 2-0 ลบภาพที่เคยมาแพ้ที่นี่เมื่อปีที่แล้วไปได้ และทะยานสู่รอบควอเตอร์ไฟนอล โดยผลการจับฉลากเมื่อคืนนี้ออกมาแล้วว่า พลพรรคปืศาจแดงจะได้เจอกับไบรตันทีมร่วมลีกอีกครั้ง

ขณะเดียวกันในด้านของป๊อกบา มีการอ้างกันว่าช่วงหลังที่เขาเปลี่ยนไปเนื่องจากการเข้ามาของ อเล็กซิส และเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ บางแหล่งข่าวถึงกับอ้างว่า เขา และ ดาบิด เดเคอา อยากจะได้สัญญาใหม่ที่รับค่าเหนื่อยไม่ต่ำกว่า 300,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ เช่นเดียวกับที่ผู้มาใหม่อย่างอเล็กซิสรับอยู่

สื่อหลักของทางแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดได้ออกมาอธิบายเรื่องนี้ว่าอาจจะเป็นเพียงแค่ทฤษฎีสมคบคิดเท่านั้น โดยพวกเขากล่าวว่าที่ป๊อกบาไม่ได้ลงสนามในนัดนี้เนื่องจากมีอาการป่วยเท่านั้น

แต่นั่นก็เป็นแค่สารที่ออกมาจากสื่อหลักของสโมสร จึงไม่มีค่าอะไรนักในแง่ของการให้ข่าว โดยทางสโมสรได้ทวิตข้อความเหล่านี้ 6 ชั่วโมงก่อนหน้าที่มูรินโญจะนำลูกทีมลงสนาม

ซึ่งนี่คือแนวทางการบริหารจัดการเรื่องนอกสนามในสไตล์แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่เคยทำกันมา

ตั้งแต่สมัยท่านเซอร์อเล็กซ์คุมทีม เขาจะมีนโยบายแบนสื่อที่ออกข่าวที่ทำให้ทีมฝ่ายตรงข้ามรู้ความเคลื่อนไหวและข่าวที่ละเอียดอ่อนต่อสโมสร เพื่อให้ทีมมีสมาธิกับการแข่งขันมากที่สุด ดังนั้นการให้ข่าวเช่นนี้จึงเป็นธรรมเนียมปฏิบัติปกติ

แต่คงไม่ใช่ในยุคนี้ เพราะดูเหมือนว่า โชเซ มูรินโญ จะส่งสารไปถึง เดวิด วาร์กเนอร์ ผู้จัดการทีมฮัดเดิร์สฟิลด์ทาวน์แบบอ้อม ๆ ว่า ไม่ต้องกังวลอะไรกับการรับมือนักเตะที่ค่าตัวแพงที่สุดของทีมเขา เพราะยังไงเจ้าตัวก็ไม่ได้ลงเล่นอยู่ดี

และฟังดูไม่เหมือนว่าจะเป็นการอวยพรให้ป็อกบาหายป่วยไว ๆ สักเท่าใดนัก เมื่อสิ่งที่ยอดกุนซือรายนี้บอกกับสื่อเกี่ยวกับอาการป่วยของมิดฟิลด์ค่าตัวมหาศาลนี้ว่า "ผมไม่สน ผมโฟกัสที่เกมนี้เท่านั้น ส่วนเรื่องของป็อกบาค่อยมาคิดกันหลังจบเกม"

และยิ่งน่าสนใจเข้าไปอีกตรงที่ว่า 'เฮียมู' จะคิดยังไงเกี่ยวกับลูกทีมผู้รักการใช้สื่อโซเชียลมีเดียคนนี้ ที่อ้างว่าตัวเองป่วยก็แต่ก็มีแรงพอที่จะทวีตอวยพรให้เพื่อนร่วมทีมโชคดีในเกมส์เมื่อคืนนี้

เรื่องผลการแข่งขันคงไม่ต้องพูดถึงกันมากเท่าใดนัก แต่เรื่องราวหลังจบเกมต่างหากที่มีอะไรให้เด็กผีต้องคิดตาม

นัดเมื่อคืนนี้ อเล็กซิส ซานเชส กองหน้าตัวใหม่ของทีมโชว์ฟอร์มดี เล่นเพื่อทีมอย่างที่มูรินโญอยากให้ป็อกบาเป็น ซึ่งเมื่อนักเตะทีมชาติชิลีผู้นี้เล่นได้อย่างโดดเด่น มันก็ส่งผลให้กองหน้าอย่าง ลูกากู โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมเช่นกัน โดยทั้งคู่ช่วยกันทำประตูที่สองให้กับทีมในช่วงครึ่งหลังด้วย

กองหน้าชาวเบลเยียมเล่นได้อย่างไร้ที่ติแทบไม่มีข้อผิดพลาดอะไรเลย แถมยังเล่นดี เหมาคนเดียว 2 ประตูอีกต่างหาก

และเมื่อมองกลับที่เมืองแมนเชสเตอร์ นักเตะค่าตัวแพงเป็นประวัติศาสตร์ของสโมสรอย่าง ปอล ป็อกบา ซึ่งอาจจะกำลังนั่งดูเพื่อน ๆ เล่นเมื่อคืนนี้ คงต้องฉุกคิดอะไรขึ้นมาซักอย่าง เมื่อเห็นสถานการณ์ที่ทีมไม่มีเขาในสนาม แต่บรรดาเพื่อนร่วมทีมกลับโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมเช่นนี้

แต่เอาเข้าจริงก็อาจจะยังวัดอะไรมากไม่ได้ เนื่องจากฮัดเดิร์สฟิลด์ไม่ใช่ทีมแกร่งอะไรมากมาย และยังต้องมีเรื่องการดิ้นรนหนีการตกชั้นให้คิดกันอีก จึงอาจทำให้สมาธิของทีมไปอยู่ที่ฟุตบอลลีกมากกว่า

หากเป็นอย่างที่ป็อกบาทวีตจริง เด็กผีก็หวังให้เขาหายไว ๆ กลับมาเป็นกำลังหลักของทีม แม้ว่าจะอยู่ในช่วงฟอร์มตกก็ตาม แต่อย่างน้อยการมีมิดฟิลด์ระดับเวิร์ลด์คลาสเช่นนี้อยู่ในทีมก็ยังอาจจะหวังทีเด็ดจากเขาได้

แต่ถ้าเกิดสถานการณ์พลิกผันเป็นไปอย่างที่สื่อเล่นข่าวกันรายวัน ก็ต้องอยู่ที่มูรินโญว่าช่วงเวลาที่เหลือจะจัดการกับทีมอย่างไร ในวันที่ผู้เล่นคนสำคัญอย่าง ปอล ป็อกบา ฟอร์มตกและหมดใจเช่นนี้