5 สิ่งที่เราเรียนรู้หลังเกม ลิเวอร์พูล เปิดบ้านพ่าย เวสต์บรอมฯ

5 สิ่งที่เราเรียนรู้หลังเกม ลิเวอร์พูล เปิดบ้านพ่าย เวสต์บรอมฯ
90MiN

สนับสนุนเนื้อหา

"หงส์แดง" ลิเวอร์พูล เปิดบ้านพ่าย เวสต์บรอมวิช 2-3 ส่งผลให้ "เดอะ แบ็กกี้ส์" ตีตั๋วผ่านเข้าไปเล่นในรอบ 5 เอฟเอ คัพ ต่อไป ในการแข่งขัน ฟุตบอล เอฟเอ คัพ รอบ 4 เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 27 มกราคม ที่ผ่านมา และนี่คือ 5 สิ่งที่เราเรียนรู้หลังเกม

5. ยังคงลำบากเมื่อต้องเจอกับทีมที่จอดรถบัสAlex Livesey/GettyImages

เป็นอีกเกมที่ฝั่ง หงส์แดง เหนือกว่าทุกกระบวนท่า ไม่ว่าจะเป็นการครองบอล (69%) โอกาสยิงประตู (23-8) และการที่กุมความได้เปรียบโดยขึ้นนำอย่างรวดเร็ว แต่ดูเหมือนว่าสมาธิของพวกเขาไม่อยู่กับร่องกับรอยเมื่อโดนตีเสมออย่างทันควันและพลิกโดนถูกแซงก่อนจบครึ่งแรก หงส์แดง พยายามโหมบุกหนักตั้งแต่เริ่มครึ่งหลังแต่ก็ไม่อาจเจาะโซนแนวรับของทีมเยือนได้ และประตูที่ไล่มาเป็น 3-2 ก็ดูจะสายเกินไปสำหรับพวกเขา เรียกได้ว่าเกมนี้แทบจะซ้ำรอยแมตช์ที่ เดอะเร้ดส์ พ่ายต่อ สวอนซี ในลีกเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาอย่างไรอย่างนั้น

4. ประสิทธิภาพในการยิงไกลที่หายไปPAUL ELLIS/GettyImages

ลิเวอร์พูล ยิงไกลจากนอกรอบเขตโทษเกือบครึ่งหนึ่งของโอกาสยิงทั้งหมด (9 จาก 24 ครั้ง) เช่นเดียวกับเกมที่พวกเขาปราชัยต่อ หงส์ขาว การเปลี่ยนรูปแบบมาใช้การโจมตีดังกล่าวก็เป็นอีกวิธีแก้ไขหากทีมไม่สามารถเจาะแนวรับฝั่งตรงข้ามได้ แต่เครื่องหมายคำถามก็เกิดขึ้นเมื่อพวกเขาไม่ได้ลุ้นจากการยิงไกลเท่าใดนัก สถานการณ์อย่างนี้ก็ทำให้แฟน หงส์แดง คิดถึงใครบางคนที่เพิ่งย้ายออกจากทีมไป

3. ฟาน ไดจ์ค ไม่ใช่คำตอบของทุกอย่างAlex Livesey/GettyImages

ฟุตบอลในสนามไม่ใช่เกมคอมพิวเตอร์ การทุ่มซื้อปราการหลังด้วยค่าตัวระดับโลกไม่สามารถเปลี่ยนทีมให้มีแนวรับที่แข็งแกร่งได้ในชั่วพริบตาเมื่อฟูลแบ็คทั้งสองข้างยังเปิดช่องว่างให้คู่แข่งเจาะ แดนกลางที่เปิดพื้นที่โล่งในบางครั้ง และดูเหมือน มาติป คู่หูของเขาในคืนนี้ก็แสดงความผิดพลาดออกมาให้เห็นเช่นกัน เซ็นเตอร์แบ็คชาว ดัตช์ ยังมีจังหวะประมาทให้เห็นจนทำให้ทีมเกือบเสียบประตู เขาและเพื่อนร่วมทีมยังคงต้องทำงานหนักในสนามซ้อมร่วมกันต่อไป

2. ให้โอกาสตัวเลือกอื่นในแดนหน้าPAUL ELLIS/GettyImages

ยามที่ทีมเป็นฝ่ายครองเกมบุกเจาะฝ่ายตรงข้ามแต่ไม่สามารถทำประตูได้ ไม่ใช่เรื่องเสียหายที่ คล็อปป์ จะลองเปลี่ยนหรือเพิ่มอาวุธในสนามดูบ้าง โซลันเก้ ดีกรีแข้งเจ้าของรางวัล โกลเด้น บอล เวิลด์คัพ ยู-20 นั่งอยู่บนม้านั่งสำรองทั้งเกมกับ สวอนซี และ เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่ถูกส่งลงสนามในช่วงเวลาที่ทีมต้องการประตูสุดๆ

1. ต้องรับมือกับโมเมนตัมที่เปลี่ยนไปให้ได้Alex Livesey/GettyImages

จากหนทางที่สดใสเมื่อสัปดาห์ก่อนจากที่พวกเขาสามารถเอาชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มาได้ กลายเป็นช่วงเวลาแห่งความผิดหวังเมื่อปราชัยต่อทีมบ๊วยในลีก และทีมรองบ๊วยในบอลถ้วยติดๆ กัน ทว่าฤดูกาลยังไม่จบ พลพรรคหงส์แดง ต้องลืมความผิดหวังและเดินหน้าต่อไปในช่วงที่เหลือของฤดูกาล โดยเฉพาะกับศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก กับ ปอร์โต้ ที่รอพวกเขาอยู่กลางเดือนหน้า