Sanook//s.isanook.com/sr/0/images/logo-new-sanook.png60060//s.isanook.com/sp/0/ud/11/56846/drama.jpg
เปิดสนามพรีเมียร์ลีก ดราม่ามาเต็ม!
ฟุตบอล : และแล้วก็มาถึงวันที่แฟนบอลชาวไทยรอคอยลอยคอกันมานาน สำหรับฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2013-14 ซึ่งดราม่านั้นเกิดขึ้นเร็วมากจริงๆ เพราะมาตั้งแต่เกมนัดเปิดสนาม
สิ่งที่ผมต้องเอามาพูดเพราะว่ามันไม่ใช่บอลอังกฤษ ที่ทุกๆ คนให้ความสนใจหรอกครับ แต่มันเป็นดราม่า! คนไทยชอบดราม่าอยู่แล้ว
โดยในคู่หลัก 3 คู่ของคืนวันนี้ (เสาร์ที่ 17 ส.ค.) ซึ่ง 3 ทีมใหญ่ที่ผมพูดคือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, อาร์เซน่อล และลิเวอร์พูล
เริ่มตั้งแต่ช่วงเย็นของวันเสาร์ที่ 17 สิงหาคม โดยดราม่าแรกเกิดขึ้นในเกม ลิเวอร์พูล เปิดบ้านพบ สโต๊ค ซิตี้ เป็นลำดับแรก รูปเกมออกมาเป็นอย่างที่เราคิดกันไว้อย่างชัดเจนคือทัพ "หงส์แดง" บุกกระหน่ำ และมีลูกชนเสาชนคานเยอะแยะมากมาย
ซึ่งดราม่ามาอยู่ในช่วงนาทีสุดท้ายครับ เจ้าบ้านเสียลูกโทษที่จุดโทษจากจังหวะแฮนด์บอลของ แดเนี่ยล แอ็กเกอร์ ทำให้ผมคิดในใจว่า "เอาอีกแล้ววว... หงส์เอ๊ย"
มิโญเล่ต์ โชว์ฟอร์มเหนี่ยวหนึบนัดเปิดฤดูกาลจนได้รับคะแนน 4.5 จาก 5
ของสกายสปอร์ต ถือว่าเป็นคะแนนสูงสุดในรอบ 10 ปีของผู้รักษาประตูหงส์แดง
แต่ไม่ได้เป็นอย่างนั้นครับ! ฮีโร่ผู้ช่วยชีวิตคือ
ซิมง มิโญเล่ต์ ผู้รักษาประตูคนใหม่ที่เพิ่งซื้อเข้ามา เฮียแกเซฟลูกยิงของ
โจนาธาน วอลเตอร์ส ซึ่งเจ้ากองหน้ารายนี้ หลายคนคงจำได้ดีเพราะฤดูกาลก่อนพี่แกยิงจุดโทษไม่เข้าหลายลูกมาก เป็นอันว่า ลิเวอร์พูล เอาชนะไปได้ 1-0 เก็บสามแต้มสำคัญไปได้อย่างสุดมัน
มาถึงดราม่าที่ 2 ช่วงสามทุ่มตามเวลาบ้านเรา
อาร์เซน่อล เปิดรังพบ
แอสตัน วิลล่า ซึ่งเจ้าบ้านนั้นทำผลงานในเกมอุ่นเครื่องได้ค่อนข้างดีจนน่าจับตา
แม้ไม่ได้ซื้อใครเพิ่มเลยนอกจาก ยาย่า ซาโนโก้ แบบฟรีๆ และเปิดเกมอย่างหวือหวาด้วยการทำประตูออกนำ 1-0 ตั้งแต่ 6 นาทีแรก
ซึ่งคู่นี้ผมมองว่า "กินนิ่ม!" แต่หนังกลับทันทีครับ กลายเป็น วิลล่า ที่ยิง 3 ลูกรวด โดยลูกแรกมาจากจุดโทษที่ไม่น่าได้ เนื่องจาก แอนโธนี่ เทย์เลอร์ ผู้ตัดสินในเกมได้ปล่อยให้เป็นลูกได้เปรียบไปแล้ว แต่ดั๊นนนน กลับมาเป่าให้จุดโทษซะอย่างงั้น
เสีย 1 จุดโทษ 1 ใบแดง มีคนเจ็บเลือดอาบ รวมถึงแพ้นัดเปิดสนามในบ้านครั้งแรกในรอบ 10 ปี
ส่วนลูกสอง ก็เป็นจุดโทษอีกเช่นเดียวกันครับ คราวนี้เป็นทางด้าน โลร็องต์ กอสซิเอลนี่ ปราการหลังเลือดน้ำหอม เข้าสียบโดนบอล ก่อนที่จะรวบ กาเบรียล อักบอนลาฮอร์ ล้มลงไป กรรมการเป่าอีกครั้ง
ซึ่งทั้ง 2 ลูกเป็น คริสเตียน เบนเตเก้ ที่ซัดเข้าไป แถมจังหวะนั้น กอสซิเอลนี่ โดนใบเหลืองที่ 2 เป็นใบแดงอีกต่างหาก ทำให้ทัพ
"เดอะ กันเนอร์ส" เหลือ 10 คนในช่วง 20 นาทีท้าย
ซึ่งทำให้เจ้าบ้านต้องบุกอย่างหนักและเสียประตูที่ 3 จากลูกสวนกลับอีก ทำให้แฟนบอล
"ปืนโต" ต้องเจ็บใจอย่างหนัก และลงไปอยู่รองบ๊วยของตารางทันที
ดราม่าสุดท้ายแอบสะใจเล็กๆ เนื่องจากเป็นเกมที่ สวอนซี ซิตี้ เปิดบ้านพบกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมที่เปลี่ยนกุนซือเป็น
เดวิด มอยส์ ซึ่งผู้คนมองกันว่า
"ไม่น่ารอด" แต่ ไม่ใช่แบบนั้นเลยครับ
แมนฯ ยูไนเต็ด กระหน่ำใส่แชมป์ ลีกคัพ ถึง 4-1 โดยได้ประตูจาก
โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ และแดนนี่
เวลเบ็ค คนละ 2 ลูก
ขอย้ำว่ารายหลังคือ เวลเบ็ค แถมลูกสุดท้ายเป็นการชิพที่สวยงามมาก!
โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ย์ ยิง 2 ประตูตั้งแต่นัดแรกแบบนี้สมราคาเต็ง 1 ดาวซัลโวพรีเมียร์ลีก
เกมนี้ ดราม่ามันอยู่ตรงที่ออกไปเยือนทีมแกร่งอย่าง
"หงส์ขาว" ซึ่งเป็นคู่แข่งที่หนักกว่า 2 ทีมบน แต่
มอยส์ ทำได้ครับ เปิดหัวได้อย่างดี และขึ้นนำจ่าฝูงอย่างภาคภูมิ
คราวนี้ต้องคอยลุ้นกับการเจอเกมนรกแล้วครับ เพราะนัดต่อๆ ไปของพวกเขาเจอทั้ง
เชลซี, ลิเวอร์พูล และแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งต้องบอกว่าเป็นบททดสอบที่โคตรจะหนักของกุนซือวัย 50 ปีเลยทีเดียว
สนุกอย่างที่รอคอยไหมครับ สำหรับนัดแรกของ พรีเมียร์ลีก ประจำปีนี้ นี่ยังไม่รวมถึง ลา ลีกา สเปน ที่เปิดในวันเดียวกัน บุนเดสลีกา กับ ลีก เอิง ที่ฟาดแข้งไปแล้ว 2 สัปดาห์ และยังจะมี กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลีก ที่จ่อลงหวดช่วงปลายเดือนอีก เรียกได้ว่าดูบอลกันให้ตาแฉะกันไปเลยยยย!!
ซึ่งดราม่า จะเกิดขึ้นในทุกๆ อาทิตย์แน่นอนครับ ผมคอนเฟิร์ม!
P.D.
แชร์เรื่องนี้