มรดกป๋า กับ บารมีมอยส์
Sanook//s.isanook.com/sr/0/images/logo-new-sanook.png60060
//s.isanook.com/sp/0/ud/11/55419/48.jpgมรดกป๋า กับ บารมีมอยส์

มรดกป๋า กับ บารมีมอยส์

แชร์เรื่องนี้

ฟุตบอล : นับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ภาพที่ทุกคนคุ้นชินตาจะไม่มีให้เห็นอีกต่อไป คงเหลือไว้เพียงแค่ความทรงจำ ให้ได้คิดถึงในบางวาระ และบางภวังค์ .....

ไม่ผิดแน่นอนหากจำต้องมองย้อนถึงความหลังอันแสนหวาน กับภาพบรรยากาศเดิมๆ ที่ทำให้เรามีความสุข ฉีกยิ้มเปื้อนหน้าไปพร้อมกับศรัทธาของเหล่าสาวก

ไม่ใช่การจมปลัก แต่เพราะรักไม่ยอมเปลี่ยนแปลง  ..ฮิ้ววว !!

ฟังดูก็เหมือนเรื่องมันเศร้า แต่เราๆ ท่านๆ ก็อดใจหายไม่ได้ เมื่อจะไม่ได้เห็นภาพชายแก่อารมณ์เกรี้ยวกราด ใช้ไดร์เป่าผมสั่งการลูกทีม (ด่ากรรมการด้วย) อยู่ข้างสนาม

ใช่แล้วผมกำลังพูด (เขียน) ถึงการอำลาตำแหน่งนายใหญ่ แมนฯ ยูไนเต็ด ของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ที่กดปุ่มรีไทร์ตัวเองด้วยวัย 71 ขวบ พร้อมตัวเลข 26 ปีกับอีก 6 เดือน บนเก้าอี้กุนซือในรั้ว "โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด"

"ป๋า" ไม่ได้หายไปไหน โยกบั้นท้ายขาวๆ อวบๆ ไปนั่งเก้าอี้ผู้อำนวยการฟุตบอล และทูตของ "ปีศาจแดง" แทน

แต่บรรดาทีมงานคุณภาพคับแก้ว ยืนต่อแถวเรียงราวประกาศยุติบทบาทภายในทีมไปพร้อมๆ กับเจ้านาย ไล่จาก เอริค สตีล โค้ชผู้รักษาประตู, ไมค์ ฟีแลน มือขวาผู้ซื่อสัตย์ และ เรเน่ มิวเลนสตีน โค้ชจอมแท็กติก

ภารกิจอันใหญ่หลวงและหนักอึ้งตกลงเต็มบ่าของ เดวิด มอยส์ และทีมสตาฟฟ์ใหม่ยกชุด ที่ประกอบไปด้วย สตีฟ ราวด์ ผู้ช่วยฯ, จิมมี่ ลัมส์เดน หัวหน้าโค้ช และ คริส วู้ดส์ โค้ชผู้รักษาประตู

ลองเทียบกันปอนด์ต่อปอนด์ ระหว่างทีมงานของ "ป๋า" กับเหล่าสตาฟ์ของ มอยส์


เซอร์ อเล็ก เฟอร์กูสัน vs เดวิด มอยส์



 
เป็นไปได้ยากมากที่จะหาใครมาเทียบเคียงบารมีระดับ "ป๋า" ที่ เซอร์ อเล็กซ์ ทิ้งช่องโหว่ระหว่างเขากับ เดวิด มอยส์ ชนิดไม่เห็นฝุ่น

เกียรติประวัติแกยาวเหยียด เอาแค่ย่อๆ 49 ถ้วยรางวัลตลอดอาชีพผู้จัดการทีมเกือบ 40 ปี และเกือบ 27 ปีใน "โรงละครแห่งความฝัน" กับ 13 ถ้วยลีก, 5 ถ้วยเอฟเอ คัพ, 4 ถ้วยลีก คัพ, 2 ถ้วย "ยูซีแอล" และอื่นๆ อีกมากมาย เฟอร์กูสัน สั่งสมประสบการณ์ผ่านร้อนผ่านหนาวมาอย่างมาโชกโชน แต่กว่าจะถึงวันนี้ "ป๋า" แกเจ็บมาเย๊อะ

ขณะที่ เดวิด มอยส์ จับงานโค้ชครั้งแรกกับสโมสร เปรสตัน นอร์ธ เอนด์ พาทีมคว้าแชมป์ลีกทู ในปี 2000 และเป็นแชมป์เดียวที่ปรากฎในอาชีพ ก่อนรับงานกับ เอฟเวอร์ตัน เมื่อปี 2002 ปลุกปั้นขึ้นสู่ทีมแถวหน้าพรีเมียร์ลีก เป็นเวลา 11 ปี เกียรติประวัติที่เห็นและเด่นชัดที่สุดคือ คว้ารางวัลผู้จัดการทีมยอดเยี่ยมประจำปี 3 สมัย (2002-03, 2004-05 และ 2008-09)

งานหลักของ "เฮียมอยส์" คือเอาชนะใจแฟนบอล รวมถึงคุมแข้งอีโก้สูงให้อยู่หมัด และเคลียร์ปัญหาคาราคาซังของ เวย์น รูนี่ย์ ให้กระจ่าง ก่อนเปิดฤดูกาลนี้

คงต้องบอกว่า "ไม่มีใครแทนเธอได้" แต่ในเมื่อ มอยส์ คือคนที่ "ป๋า" เลือกเองกับมือ เวลาเท่านั้นที่จะเป็นเครื่องพิสูจน์ .....


 

ไมค์ ฟีแลน vs สตีฟ ราวด์ (มือขวา)



 

อดีตแบ็กขวาชุดแชมป์แรกของ เฟอร์กูสัน ในถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด (เอฟเอ คัพ ปี 90) ฟีแลน อยู่กับ แมนฯ ยูฯ ในฐานะนักเตะ 5 ฤดูกาล ก่อนโดนเด็กนรก แกรี่ เนวิลล์ (ในเวลานั้น) ก้าวขึ้นมาเบียดแย่งตำแหน่งจนต้องย้ามทีม


ฟีแลน กลับมารับตำแหน่งเป็นโค้ชเยาวชนเด็กผีมาก่อน กระทั่งรับบทบาทมือขวา เฟอร์กี้ เต็มตัวในปี 2008 ภายหลังที่ คาร์ลอส เคยรอช อำลาไปรับงานคุมทีมชาติโปรตุเกส ผลงานเคียงบ่าเคียงไหล่ "ป๋า" คือนำทีมคว้าแชมป์ลีก 3 สมัย

ขณะที่ สตีฟ ราวด์ คืออดีตนักเตะผู้อาภัพที่จำต้องแขวนสตั๊ดก่อนเวลาอันควรจากอาการบาดเจ็บเล่นงาน แต่วิกฤตครั้งนั้นกลับกลายเป็นโอกาสที่ให้เจ้าตัวหันมาเอาดีทางโค้ชในทีมของ สตีฟ แม็คคลาเรน ตั้งแต่ยุคคุม ดาร์บี้, มิดเดิ้ลสโบรช์ และทีมชาติอังกฤษ ผลงานเตะตา เดวิด มอยส์ ดึงมาเป็นมือขวาคู่ใจในถิ่น กูดิสัน พาร์ค ปี 2008 ก่อนดูดมาฟีเจอริ่งกันต่อในทีม แมนฯ ยูฯ

ตอนนี้แกอายุ 42 เป็นหนุ่มใหญ่วัยกลัดมัน แต่ดูจะเด็กไปมั้ยหากเทียบตำแหน่งกับประสบการณ์ ??


เรเน่ มิวเลนสตีน vs จิมมี่ ลัมส์เดน (โค้ชทีมชุดใหญ่)



 


หาก ไมค์ ฟีแลน คือจอมว๊ากเคียงข้างกายผู้เป็นนายใหญ่ ว่ากันว่า มิวเลนสตีน คือจอมวางแท็กติกเบ็ดเสร็จตัวจริงในทีมของท่านเซอร์

มิวเลนสตีน เข้ามาอยู่กับ แมนฯ ยูฯ เมื่อปี 2007 ในตำแหน่งโค้ชที่คอยพัฒนาด้านเทคนิคให้กับนักเตะ ก่อนขยับรับไม่ต่อจาก ฟีแลน ในตำแหน่งโค้ชทีมชุดใหญ่ในปีรุ่งขึ้น มีส่วนสำคัญในการดึงตัว อเล็กซานเดอร์ บุทเนอร์ แข้งโนเนมจากลีกบ้านเกิดเข้าสู่ทีม

ส่วน จิมมี่ ลัมส์เดน โค้ชจอมเก๋าวัย 65 ปี ประวัติเย๊อะตามอายุ ในฐานะคนบ้านเดียวกันกับ มอยส์ คือโค้ชข้างกายตัวจริง เพราะอยู่เคียงบ่าเคียงไหล่กับกุนซือเลือดสกอตต์ มาตั้งแต่สมัยแตกหน่อกุนซือในทีม เปรสตัน ต่อด้วย 11 ปีกับทีม เอฟเวอร์ตัน ประสบการณ์ไม่ต้องพูดถึง แต่ความสำเร็จยังห่างไกล

 


เอริค สตีล vs คริส วู้ดส์ (โค้ชผู้รักษาประตู)




 
เอริค สตีล คือคนที่ เซอร์ เฟอร์กี้ เลือกให้มาแทนที่ โทนี่ โคตัน โค้ชนายทวารคนเก่า ที่จำต้องอำลาทีมไปเนื่องจากอาการบาดเจ็บ


สตีล ท่องไปทั่วยุทธภพลูกหนังทั้งในฐานะนักเตะ และในฐานะโค้ช เคยฝึกปรือให้กับนายทวารของแต่ละทีมมาแล้วนับไม่ถ้วน ทั้ง แมนฯ ซิตี้, ลีดส์, ดาร์บี้ รวมถึงช่วยทีมชาติออสเตรเลีย, สวิตเซอร์แลนด์, นอร์เวย์, เยอรมนี และสหรัฐฯ ผลงานเด่นคือเข็น ดาบิด เด เคอา จากนายด่านประตูน้ำ กลายเป็นยอดนายทวารเบอร์ 1 ของพรีเมียร์ลีก (ติดทีมยอดเยี่ยมพรีเมียร์ลีก เมื่อซีซั่นที่แล้ว)

ทางฝั่ง คริส วู้ดส์ เคยติดทีมชาติอังกฤษถึง 43 นัด อยู่ในตำแหน่งโค้ชผู้รักษาประตูให้ เอฟเวอร์ตัน ยาวนานตั้งแต่ปี 1998 ตั้งแต่ที่ เดวิด มอยส์ ยังไม่ได้เข้ารับตำแหน่งนายใหญ่ เคยโดดรับพาร์ทไทม์ให้กับทีมชาติสหรัฐฯ มาแล้วด้วย


แน่นอนว่าทีมงานชุดใหม่ในยุคของ "มอยส์ คอนเน็คชั่น" ยังมิอาจเทียบรุ่นเก่าเก๋ากึกของบรรดาทีมสตาฟฟ์ของ "ป๋า" ในทีมที่เต็มไปด้วยความคาดหวังได้แม้แต่คนเดียว

แต่ชิ้นงานที่น่าจะได้ใจเหล่าสาวกไปไม่น้อยของ มอยส์ น่าจะเป็นการดึง ฟิล เนวิลล์ อดีตลูกน้องเก่าและอดีตเด็กผีมาร่วมเป็นหนึ่งในทีมงาน รวมทั้งแต่งตั้ง ไรอัน กิ๊กส์ ปีกพ่อมดจอมเก๋า รับบทบาทผู้เล่นควบคู่ไปกับตำแหน่งโค้ช


 

เชื่อเหลือเกินว่าความเก๋าของ "เฮียกิ๊กส์" จะช่วยผสานสัมพันธ์ระหว่างเจ้านายคนใหม่ กับบรรดานักเตะภายในทีมได้เป็นอย่างดี เพราะในทีมชุดนี้ผู้เล่นทุกคนต่างรู้ดีว่าใครใหญ่

จับตางานชิ้นแรกอย่างเป็นทางการของ เดวิด มอยส์ ในการคุมทัพ "ปีศาจแดง" ไม่ใกล้ไม่ไกล "ราชมังคลากีฬาสถาน" บ้านเรานี่เอง

 

-จ่าตุ๊-