Premier League Preview by มาร์ค สุรเดช

Premier League Preview by มาร์ค สุรเดช

ชัยชนะเหนือ ฟูแล่ม ในเกมมันเดย์ไนท์ ทำให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยึดตำแหน่งจ่าฝูงคืนมาจาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้สำเร็จพร้อมกับทำแต้มทิ้งห่างจาก 1 เพิ่มเป็น 3 คะแนน หลังจากที่ทีม “เรือใบสีฟ้า” ต้องพบกับงานยากในการบุกไปแชร์แต้มออกจากรัง บริทานเนีย ของทีม “ช่างปั้นหม้อ” สโต๊ค ซิตี้ ในเกมวันเสาร์  

สุดสัปดาห์นี้เป็นโอกาสดีอีกครั้งสำหรับทีมของ โรแบร์โต้ มันชินี่ ที่จะได้ลงเล่นก่อนพร้อมกับสร้างความกดดันให้กับทางฝั่งของ “แชมป์เก่า” ที่จะลงเล่นเกมมันเดย์ไนท์เป็นสัปดาห์ที่ 2 ติดต่อกัน   

สถิติชนะรวดทุกเกมของ ซิตี้ ในฤดูกาลนี้จะถูกท้าทายหรือไม่เมื่อผู้มาเยือนคือ “แมวดำ” ซันเดอร์แลนด์ ทีมที่ทำผลงานได้ดีในลีกหลังการเข้ามาของ มาร์ติน โอ’นีล รวมถึงยังทะลุเข้าไปถึงรอบ 8 ทีมสุดท้ายได้สำเร็จในเอฟเอ คัพ ก่อนจะร่วงตกรอบไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้วอย่างน่าเสียดายด้วยน้ำมือของ เอฟเวอร์ตัน หลังจากอุตสาห์บุกไปเสมอมาได้ในเกมแรก  

1 คะแนนจาก บริทานเนีย ไม่ได้ถือเป็นความเสียหาย หรือ ผลงานที่น่าผิดหวังเกินไปนักสำหรับ ซิตี้ เพราะใครๆก็ทราบดีว่า สโต๊ค เป็นทีมที่เก่งในบ้านเพียงใดแถมมักจะมีลูกฮึดอยู่เสมอเมื่อมีโอกาสได้ดวลแข้งกับทีมระดับแถวหน้าของลีก  

ในเกมนี้ มันชินี่ ต้องลุ้นว่าจะได้ตัว เซร์คิโอ อเกวโร่ กลับมาคืนทีมอีกครั้งหรือไม่ แต่หากยังไม่ฟิตพร้อมอาจจะเป็นโอกาสอันดีอีกครั้งสำหรับคู่หัวหอกอย่าง เอดิน เชโก้ และ มาริโอ บาโลเตลลี่ เหมือนในเกมก่อนนี้ โดยที่ คาร์ลอส เตเวซ จะสแตนด์บายรอโอกาสลงมาโชว์ฝีเท้าในฐานะตัวโจ๊กเกอร์เมื่อทีมต้องการ  

ด้าน ซันเดอร์แลนด์ ที่ยังมีลุ้นไปเล่นฟุตบอลยูโรป้า ลีก กับเขาด้วยหากดูจากความเป็นไปได้ในตารางคะแนน โดยที่ความพ่ายแพ้ตกรอบ เอฟเอ คัพ ไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อจิตใจของนักเตะ “แมวดำ” มากนัก ตัวผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนามน่าจะเป็นชุดเดิมๆจากเกมที่เพิ่งแพ้ต่อ เอฟเวอร์ตัน มา โดยมี สเตฟาน เซสเซญง และ นิคลาส เบนท์เนอร์ ประสานงานเป็นคู่กองหน้า  

ความน่าจะเป็นของเกม: สถานการณ์ที่บีบบังคับให้ต้องชนะเพื่อรักษาโอกาสลุ้นแชมป์ทำให้ ซิตี้ ไม่มีทางเลือกในเกมนี้มากนักนอกจากต้องเดินหน้าบดขยี้ผู้มาเยือนเพื่อแลกกับ 3 คะแนนที่ต้องการให้จงได้ ซันเดอร์แลนด์ อาจจะมีเกมรับที่แข็งแกร่ง และ เกมสวนกลับที่อันตราย แต่ดูจากโอกาสและความเป็นได้ในเกมนี้ พวกเขายังเป็นรองทีมของ มันชินี่ อยู่พอสมควร  

ผลการแข่งขันที่คาด: แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ชนะ ซันเดอร์แลนด์ 2-0 

และแม้จะโดนเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงการทำหน้าที่ของผู้ตัดสินที่เหมือนจะเอื้อประโยชน์ให้ แต่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน และลูกทีมไม่ได้สะทกสะท้านกับคำกล่าวหาที่ว่านี้ อย่างไรก็ดีการที่มีโปรแกรมต้องบุกไปเยือนทีมที่กำลังเริ่มฟื้นคืนชีพเพื่อหนีตายอย่าง “กุหลาบไฟ” แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส ก็ถือเป็นเรื่องที่ท้าทายอย่างมากว่า “ปีศาจแดง” จะทำได้ดีแค่ไหนในเกมนี้  

เกมนี้มีโอกาสที่ เซอร์ อเล็กซ์ อาจจะให้ พอล สโคลส์ ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงอีกครั้งหลังจากได้ลงเล่นเพียงเล็กน้อยในเกมกับ ฟูแล่ม เมื่อคืนวันจันทร์ ขณะเดียวกันเกมรุกอาจจะได้เห็น 3 ดาวยิงอย่าง เวย์น รูนี่ย์, แดนนี่ เวลเบ็ค และ ฮาเวียร์ เอร์นันเดซ ลงมาประสานงานกันอย่างพร้อมเพรียง  

ด้านเจ้าถิ่น แบล็คเบิร์น ความพ่ายแพ้ต่อ โบลตัน ทำให้การเก็บคะแนนเพื่อหนีตายของพวกเขาอาจสะดุดไปเล็กน้อย อย่างไรก็ดีทีเด็ดของพวกเขายังอยู่ที่แผงมิดฟิลด์ และ แนวรุกเหมือนเดิม โดยเฉพาะดาวรุ่งอย่าง จูเนียร์ ฮอยเล็ตต์ ที่ทำไปแล้วถึง 6 ประตูในลีกในฤดูกาลนี้  
ความน่าจะเป็นของเกม: น่าจะเป็นเกมที่สนุกอีกเกมตามสไตล์ทีมที่ต้องการคะแนนทั้งคู่ เจ้าถิ่นต้องการทุกคะแนนเพื่อความอยู่รอด ขณะที่ ยูไนเต็ด ต้องการรักษาบัลลังก์จ่าฝูงของตัวเองพร้อมกับขยับเข้าใกล้ตำแหน่งแชมป์ลีกสูงสุดสมัยที่ 20 ให้มากเข้าไปเรื่อยๆ   

และแม้ แมนฯ ยูไนเต็ด จะมีศักยภาพนักเตะที่เหนือกว่า แต่ทีมของ สตีฟ คีน ก็มีลูกฮึดที่น่ากลัว หากเกมรับของ “แชมป์เก่า” คุมกันไม่ดีอาจเสียท่าได้เหมือนกัน คู่นี้โอกาสที่จะแบ่งคะแนนกันมีสูงไม่น้อย  

ผลการแข่งขันที่คาด: แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส เสมอ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1-1

นอกเหนือจาก 2 คู่ที่เราปรีวิวเป็นคู่หลักไปแล้ว ในคืนวันอาทิตย์ที่สนาม เซนต์ เจมส์ ปาร์ค บ้านของทีม “สาลิกาดง” นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด นั้นก็มีเกมที่น่าสนใจไม่แพ้กัน เมื่อเจ้าถิ่นที่กำลังคั่วพื้นที่ยูโรป้า ลีก อยู่จะเปิดบ้านรับการมาเยือนของแชมป์ คาร์ลิ่ง คัพ ฤดูกาลนี้นั่นคือ “หงส์แดงลิเวอร์พูล  

คู่นี้เจอกันมาต้นฤดูกาล ลิเวอร์พูล เคยอัด นิวคาสเซิ่ล ไป 3-1 แต่ว่าย้อนกลับไปในซีซั่นที่แล้วในการพบกันที่ เซนต์ เจมส์ ปาร์ค นั้น นิวคาสเซิ่ล ก็เคยถล่ม ลิเวอร์พูล ด้วยสกอร์นี้มาแล้วเช่นกัน ถือว่าการเจอกันของ 2 ทีมนี้ เกมส่วนใหญ่ที่ออกมามักจะเปิดแลกเล่นเกมรุกกันสนุก และมีการทำประตูกันเยอะ  

หาก แอนดี้ คาร์โรล, เคร็ก เบลลามี่ และ โฆเซ่ เอ็นริเก้ ได้ลงสนามในเกมนี้ จะถือเป็นการได้เผชิญหน้ากับทีมเก่าของพวกเขาด้วย   นิวคาสเซิ่ล กำลังลงตัวโดยเฉพาะคู่กองหน้าที่ยิ่งเล่นยิ่งเข้าอย่าง ปาปิส ซิสเซ่ และ เดมบ้า บา ขณะที่แนวรุกอย่าง ฮาเต็ม เบน อาร์กฟา ก็เริ่มร่ายมนต์ให้แฟนๆ นิวคาสเซิ่ล ประทับใจขึ้นเรื่อยๆ   

ด้าน ลิเวอร์พูล คงยอมรับสภาพกันแล้วว่าในลีกปีนี้ลืมพื้นที่แชมเปี้ยนส์ ลีก ไปได้เลย ความหวังเดียวในลีกคือการทำอันดับให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้   

ความน่าจะเป็นของเกม: ต่างฝ่ายต่างเป็นทีมที่ถนัดเล่นเกมรุกอยู่แล้ว แต่เทียบความคมแล้วเวลานี้ นิวคาสเซิ่ล ดูจะเชื่อถือได้มากกว่า ลิเวอร์พูล ยังมีปัญหาที่ความเหนื่อยล้าจากการลงเตะถี่ยิบ

แถมแดนกลางเวลานี้เริ่มมีตัวเลือกเหลือให้ คิง เคนนี่ ได้ใช้งานน้อยลงเรื่อยๆอันเนื่องจากความฟิตที่เป็นปัญหาของลูกทีมนั่นเอง รายของ ชาร์ลี อดัม แม้จะมีข่าวว่าอาจหายเร็วกว่าที่คิด แต่คงยังไม่พร้อมสำหรับเกมนี้ นิวคาสเซิ่ล น่าจะใช้โอกาสและความลงตัวในเวลานี้ปลิดชีพผู้มาเยือนเพื่อ 3 คะแนนที่ต้องการได้สำเร็จ  

ผลการแข่งขันที่คาด: นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ชนะ ลิเวอร์พูล 2-1

มาร์ค สุรเดช

ติดตามSanook! Sport

ผลบอลสด โปรแกรมบอล พร้อมข้อมูลก่อนเตะ ข่าวสารฟุตบอลทั้งไทยและลีกชั้นนำ รวมถึงกีฬาอื่นๆ จากทุกมุมโลก ร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook ได้ที่นี่!!