อีกทีกับ‘ผีแดง’

อีกทีกับ‘ผีแดง’

พรีเมียร์ลีกปีนี้ถือว่ายังอลหม่านยิ่งกว่างานบวชนาคดีแท้!

“สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี กลับสู่เส้นทางแห่งชัยชนะอีกครั้ง และก็เป็นเหมือนกับเมื่อต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมา นั่นก็คือ “หมาป่า” วูล์ฟส์ ที่มาเพิ่มหัวจิตหัวใจให้ชุ่มฉ่ำ

ไม่น่าเชื่อว่าจากที่เกือบจะเหลือแค่คะแนนเดียว แต่กลับคัมแบ็กได้ถึง 3 เป็นคะแนนอันล้ำค่ามาก เนื่องมากจาก “ปืนใหญ่” อาร์เซนอล พลาดท่าปราชัยให้กับ ฟูแล่ม แบบ “ได้ยังไง” 1-2

เสียของดีแท้!

ทำให้ตอนนี้ เชลซี กับ อาร์เซนอล ขยับแซงกันไปแซงกันมา คะแนนก็ไล่กันไปไล่กันมาในสเต็ปของแชมเปี้ยนส์ลีก

แต่ แฟรงค์ แลมพาร์ด แกก็กล้าประกาศว่า เชลซี ยังได้ลุ้นแชมป์แบบเต็มตัว

ว่ากันด้วยเหตุผลของคะแนนเป็นไปได้แน่นอน แต่ด้วยฟอร์มการเล่นแล้ว ต้องบอกว่า เชลซี ไม่ได้น่าเกรงขามอะไรเลยแม้แต่น้อย

นักเตะยังไม่ลงตัว และทำไปทำมา “อะไหล่” ที่เคยเพียบเต็มแผง กลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ดาวรุ่ง รอสส์ เทิร์นบุล, เปาโล แฟร์ไรร่า, จอร์จ แม็คอีแครน, แซม ฮัทชินสัน, ไรอัน เบอร์ทรานด์, เนแธเนียล ชาโลบาห์ และ โรเมลู ลูกากู

จะมีก็แค่สองคนแรกที่ประสบการณ์เพียบ ที่เหลือนั้นต้องบอกว่า ยังไม่ใช่

มุมหนึ่งอาจจะดูดีที่เด็กใหม่เกิดกันเพียบ แต่ถามว่า เวลานี้สมควรที่จะมาเกิดหรือเปล่า ก็เท่านั้นเอง

เพียงแต่สัญญาณดีๆ ก็มีขึ้นบ้างจากฟอร์มของ เฟร์นานโด ตอร์เรส ที่ดูเหมือนจะกระเตื้องมากขึ้น เพียงแต่มันยังดูขาด ๆ เกิน ๆ เนื่องจากการเล่นที่นี่ ถูกข้อจำกัดบทบาทมากเกินไปหรือไม่ ทำให้ประสิทธิภาพลดทอนลงไปเรื่อย ๆ

ขณะที่ค่ำคืนนี้ที่ไทน์ไซด์ ความน่าสนใจของทีมที่อยู่บนยอดดอยอย่าง “ปิศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะต้องกู้ชื่อของตัวเองกลับคืนมา หลังจากพลาดอย่างแรงให้กับบ๊วยถ่วยอย่าง “กุหลาบไฟ” แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส คาหลุมตัวเองในวันส่งท้ายปีเก่า

เครื่องหมายคำถามมันอยู่ที่ว่า ปัญหามันก็อยู่ที่อาการบาดเจ็บ หรือว่าการจัดตัวของ เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน กันแน่

นัดที่แล้ว เซอร์อเล็กซ์ จัดทัพด้วยการไม่มีมิดฟิลด์ตัวกลางแม้แต่คนเดียว เนื่องจากถอย ไมเคิล คาร์ริค ไปเล่นเซ็นเตอร์ฮาล์ฟ ส่วนแผงมิดฟิลด์ก็จัดพวกเล่นแต่ตัวรุก และเป็นพวกริมเส้นธรรมชาติลงทั้งหมด ทำให้ แบล็คเบิร์น เล่นสบายเหลือเชื่อ

อันโตนิโอ วาเลนเซีย,  ปาร์ค จี ซอง และ นานี่ ไม่มีทางที่ เซอร์ จะใช้อีกแน่ เพราะเกมที่แล้วต้องเปลี่ยนเอา อันแดร์สัน ลงมาแทน ฮาเวียร์ "ชิชาริโต้" เฮอร์นานเดซ ตั้งแต่ต้นครึ่งหลัง เพราะกลางสู้ไม่ได้ชัดเจน

แน่นอนว่า ไม่มีทางใช้อีกแน่ เพราะต้องไม่ลืมว่า นิวคาสเซิ่ล อดีตทีมหัวตารางที่บินถอยหลังลงมาตามสภาพ มีแผงมิดฟิลด์ที่ดีพอตัว

กาเบรียล โอแบร์กต็อง, โยฮัน กาบาย, ชีค ติโอเต้, โจนาส กูเตียร์เรซ, ฮาริส วุคคิช และฮาเต็ม เบน อาร์กฟา 5 จาก 6 คนนี้ได้ลงแน่นอน โดยมี เดมบ้า บา ปักหลักเป็นหัวหอกเป้าที่น่ากลัวทุกฝีเก้า

ปัญหาก็คือ ริโอ เฟอร์ดินานด์ กับ คริส สมอลลิ่ง ที่มีข่าวว่าพร้อมแล้วสำหรับเกมนี้ จะพร้อมแค่ไหนในการลงเล่น หากได้สักคนก็น่าจะเวิร์กขึ้นเยอะ เมื่อ คาร์ริค จะได้มาเล่นมิดฟิลด์ หากต้องไปเล่นเซ็นเตอร์ฮาล์ฟเหมือน 2 เกมหลังสุด

รับรองโดน เดมบ้า บา หลอนตายแน่

โชคยังดีที่ดูเหมือนว่า นิวคาสเซิล กลับตกหลุมอากาศ หาชัยชนะในบ้านไม่เจอมาตั้งแต่ 5 พฤศจิกายนที่ผ่านมา และ 8 นัดหลังชนะได้แค่เกมเดียวเท่านั้น

หนักยิ่งกว่าก็คือ พวกเขาไม่เคยเลยที่จะยัดผีลงหม้อ นับตั้งแต่ชัยชนะ 4-3 เมื่อเดือนกันยายน ปี 2001 หรือเมื่อ 10 ปีที่แล้ว

คิดดูแล้วกัน พวกเขาชนะครั้งล่าสุดคราวนั้นเกมรุกสาลิกา ยังเป็น “ฮอตช็อต” อลัน เชียเรอร์, เคร็ก เบลลามี่ และโลร็องต์ โรแบร์ อยู่เลยครับพี่น้อง

ดังนั้นถ้าไม่เคราะห์หามยามซวย และเซอร์อเล็กซ์ จัดทัพแบบไม่ย่ามใจเกินกว่าเหตุ ก็น่าจะเก็บคะแนนออกมาได้อย่างน้อยก็ 1 แต้ม

แต่แค่นั้นมันจะพอหรือไม่ ก็เป็นอีกเรื่อง!

เรื่องโดย " บี แหลมสิงห์ "

คอลัน์ may i come in please นสพ.กีฬารายวันฮอตสกอร์