รำลึกถึงปีเถาะ "นักสู้บลูยีนส์"

รำลึกถึงปีเถาะ "นักสู้บลูยีนส์"

เหลืออีกไม่ถึง 48 ชั่วโมงเท่านั้น ปีเถาะจะผ่านพ้นไปตามวาระ

หลายสิ่งหลายอย่างหลายเหตุการณ์ ได้ผ่านพ้นไปจดบันทึกเอาไว้เพื่อเป็นทั้งกำไร, ขาดทุน และประสบการณ์ชีวิต

สองวันที่ผ่านมา เขียนถึงเรื่องของรำลึกฟุตบอลไทยที่มีเรื่องราวมากมายให้กับทุกคนได้บันทึกกัน มาในวันนี้ขอปิดท้ายปีด้วยเรื่องบอลไทยอีกก็แล้วกัน

อย่างน้อยเรื่องนี้ก็ถือว่าปลุกความเป็นชายในตัวผมให้กลับมาคึกคักอีกครั้งก็ว่าได้!!!!

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน ที่โรงแรมโกลเด้น ทิวลิป ซอฟเฟอริน "บังยี" นายวรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เป็นประธานการประชุมสภากรรมการสมาคมฟุตบอลฯ

โดยมีวาระสำคัญคือการเตรียมการประชุมใหญ่สามัญประจำปี เพื่อจัดให้มีการเลือกตั้งนายกสมาคม

หลังจากจบการประชุม บังยี ได้ประกาศว่า ไบรอัน ร็อบสัน พร้อมมือขวาของกุนซือชาวอังกฤษได้ลาออกจากตำแหน่งแล้ว โดย ร็อบสัน ได้ตกลงกับสมาคมว่า ขอลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าโค้ชทีมฟุตบอลทีมชาติไทยนับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ซึ่งเป็นการจากลากันด้วยมิตรภาพ

นอกจาก ร็อบสัน แล้ว สตีฟ ดาร์บี้ ผู้ช่วยโค้ชของร็อบสัน ที่เป็นกุนซือคนแรกในรอบกว่า 30 ปีที่ทำทีมชาติไทยตกรอบแรกซีเกมส์ ก็ได้ลาออกจากตำแหน่งไปพร้อมกัน

มูลเหตุการณ์ลาออกของร็อบสัน ไม่ได้เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งใด ๆ กับ เอฟเอ แต่การลาออกหนนี้ ร็อบสัน บอกว่า ลาออกเพราะปัญหาสุขภาพ

ไบรอัน ร็อบสัน
เซ็นสัญญารับงานเมื่อวันที่ 23 กันยายน 2552 เป็นเวลา 4 ปี รับค่าเหนื่อยปีละ 6 แสนปอนด์ หรือ 33 ล้านบาท ผลงานสุดท้ายที่ทำไว้คือ ตกรอบแรกอาเซี่ยนคัพ หนแรกในประวัติศาสตร์แบบไม่ชนะใครเลย

เมื่อ ร็อบสัน ไป และทีมชาติไทยเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญจริง ๆ ครับเมื่อได้ วินฟรีด เชเฟอร์ กุนซือยอดฝีมือจาก เยอรมนี เข้ามาคุมทีม

"นักสู้บลูยีนส์" วินฟรีด เชเฟอร์ เทรนเนอร์วัย 61 ปีชาวเยอรมนี มาเป็นกุนซือคนใหม่ของทีมชาติไทย ด้วยการเซ็นสัญญา 3 ปี โดยงานแรกต้องเจอกับโปรแกรมนำทัพลุยศึกฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก โซนเอเชีย พร้อมวางเป้าจะนำทีมไทยเข้าถึงรอบ 10 ทีมสุดท้ายให้ได้

นี่คือมูลเหตุที่บอกว่า ปลุกความเป็นชาย และปลุกไฟในการทำงานของผมอีกครั้ง

เชเฟอร์ ที่รู้จักคือโค้ชมาดเท่ห์สวมกางเกงยีนส์บ่อยครั้งในการคุมทีม ปั้นนักเตะดี ๆ มามากมาย และมีประสบการณ์ร้อยเอ็ดเจ็ดย่านสมุทร

สไตล์ของทีมไทยเปลี่ยนไปชัดเจน เชเฟอร์ ก็พาทีมผ่านเข้ารอบ 20 ทีมสุดท้ายด้วยการปราบ ปาเลสไตน์ และน่าประทับใจสุด ๆ ก็คือ นาทีปัจจุบันนี้ ลมหายใจในฟุตบอลโลกของทีมชาติไทยยังอยู่

ผลงานถือว่าโอเคมาก โดยเฉพาะในเกมแรก รอบแบ่งกลุ่ม ที่บุกไปแพ้ ออสเตรเลีย 1-2 ซึ่งมีแต่เสียงชื่นชมไม่มีก่อนด่า

จากนั้นในเกมที่ 2 ไล่ถล่ม โอมาน ยับเยินอย่างที่ไม่เคยเป็นถึง 3-0 ทำให้ดวงตาเป็นประกายอย่างมากในการลุ้นเข้ารอบ ต่อด้วยการเสมอกับมหาอำนาจอย่าง ซาอุดีอาระเบีย 0-0 ทำให้ 3 นัด มี 4 แต้ม

แม้ว่าสองเกมหลังสุดจะพ่ายให้กับ ซาอุฯ 0-3 และออสเตรเลีย 0-1 แต่ทรงบอลของไทยนั้นถือว่า ไม่เสียของ

นัดที่ 6 ชี้ชะตากับ โอมาน 26 มีนาคม 2555 นับว่าสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ชนะหรือแพ้หรือว่าจะไม่ผ่านเข้ารอบ ถือเป็นเรื่องของฟุตบอล เพราะมาถึงขั้นนี้อยู่ในสายหินแบบนี้ถือว่าคลาสสิกแล้ว

ขอยกเรื่องการคว้าตัว วินฟรีด เชเฟอร์ เป็นเรื่องที่ดีที่สุดของวงการลูกหนังไทยปีนี้ ด้วยการเบียดชนะ ทีมไอ้หนูเยาวชน 19 ปีที่พิชิต เกาหลีใต้ และเสมอ ญี่ปุ่น เข้าวินในใจอย่างฉิวเฉียด

ข้อสำคัญก็คือ อย่าไปใช้ เชเฟอร์ เค้าเยอะเกินไป ที่สำคัญอย่าลืมโอนตังค์ให้ด้วยนะ

คนดีมีฝีมืออยากให้อยู่นาน ๆ...ก็แค่นั้น!


บี แหลมสิงห์

เรื่องล่าสุดของ กีฬา

ดู กีฬา ทั้งหมด