My Liverpool by มาร์ค สุรเดช

My Liverpool by มาร์ค สุรเดช

หลังจากเว้นวรรคให้กับโปรแกรมทีมชาติกันไปในช่วงสัปดาห์ก่อน เข้าสู่ปลายสัปดาห์นี้เกมพรีเมียร์ลีกของอังกฤษก็จะยังเตะกันตามปกติเหมือนเดิม ซึ่ง “หงส์แดงลิเวอร์พูล จะลงเตะเป็นคู่บิ๊กแมตช์คู่เดียวโดดๆ ในวันอาทิตย์ โดยพวกเขาจะต้องลงใต้มาที่ ลอนดอน บ้านของ เชลซี นั่นก็คือ สแตมฟอร์ด บริดจ์

โดยแม้ฤดูกาลนี้อาจจะผ่านมาเพียงแค่ 11 เกม แต่หากลูกทีมของ คิง เคนนี่ ไม่มีคะแนนกลับออกมา คงไม่เร็วเกินไปที่จะพูดว่าโอกาสในการลุ้นแชมป์ลีกสูงสุดในรอบ 2 ทศวรรษของพวกเขาคงยังต้องรอต่อไปอีก อย่างน้อยก็คงไม่น่าจะเกิดขึ้นในฤดูกาลนี้เป็นแน่

ในส่วนของการปรีวิวเกมคู่ เชลซีลิเวอร์พูล นั้น ผมคงจะยกไปพูดถึงกันแบบละเอียดในฉบับที่จะวางแผงวันศุกร์ โดยวันนี้จะขอแบ่งพื้นที่เล็กๆอันนี้ให้กับเรื่องราวที่เกิดขึ้นในแคมป์ “หงส์แดง” ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา และหยิบมาเล่าสู่กันฟัง

คิง เคนนี่ โวยโปรแกรมสุดโหด 2 เกมใน 48 ชั่วโมง

เคนนี่ ดัลกลิช ผู้จัดการทีมคนเก่งของ ลิเวอร์พูล ออกมาวิพากษ์วิจารณ์โปรแกรมที่ทีมของเขาจะต้องทำศึกหนักถึง 2 เกมแถมยังต้องลงเตะในช่วงระยะเวลาเพียงแค่ 48 ชั่วโมงเท่านั้น

“หงส์แดง” มีคิวต้องดวลกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในเกมพรีเมียร์ลีก ซึ่งเกมนี้จะต้องเล่นกันที่ แอนฟิลด์ ในวันอาทิตย์ที่ 27 พ.ย. แต่ทว่าพวกเขายังมีโปรแกรมทำศึกรอบ 8 ทีมสุดท้ายของศึก คาร์ลิ่ง คัพ ที่จะพบกับ เชลซี ในวันอังคารที่ 29 ซึ่งทำเอา คิง เคนนี่ ถึงกับไม่พอใจกับการจัดวางโปรแกรมที่ทำให้ทีมของเขาต้องพบกับงานสุดหินในช่วงเวลาห่างกันเพียงแค่ 48 ชั่วโมง

“มันเป็นเรื่องที่น่าเศร้าจริงๆ เมื่อผู้เล่นมีโปรแกรมต้องลงเล่นทั้งเกมฟุตบอลลีก และ ฟุตบอลถ้วย ในระยะเวลาห่างกันเพียง 48 ชั่วโมง”

“หากฟุตบอลลีก คิดว่าโปรแกรมที่ออกมาจะไม่บั่นทอนคุณภาพของพวกเขา เราคงต้องปล่อยให้มันเป็นไปเช่นนั้น”

อย่างไรก็ดี ฟุตบอลลีก ได้อ้างเหตุผลที่ทำให้พวกเขาจำเป็นต้องเลื่อนเกมคู่ เชลซี กับ ลิเวอร์พูล ใน คาร์ลิ่ง คัพ ขึ้นมาเร็วกว่าเดิม 1 วันจากเดิมนั่นเป็นเพราะในคืนวันพุธวันเดียวกันนั้น จะมีเกมที่ทีม “ไก่เดือยทอง” ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ ลงเล่นในถ้วยยูโรป้า ลีก พบกับ พีเอโอเค ซาโลนิก้า จากกรีซ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจหวั่นเกรงถึงการรักษาความปลอดภัย ว่าอาจจะเกิดปัญหาขึ้นได้

แต่ถึงแม้ฟุตบอลลีกจะมีเหตุผลที่มีน้ำหนักก็ตาม ทว่า คิง เคนนี่ ก็ยังมองว่า ลีก น่าจะยังมีทางออกที่ดีกว่านั้นได้ โดยเขากล่าวว่า

“มันเป็นที่พอจะรับฟังได้สำหรับเหตุผลที่พวกเขาอ้างถึงความจำเป็นในการรักษาความปลอดภัยที่จะทำได้ลำบากขึ้นเพราะมีเกมคู่ระหว่าง สเปอร์ส กับ พีเอโอเค ซาโลนิก้า ทำให้เกมระหว่างเรา กับ เชลซี ไม่สามารถจะเตะกันในวันพุธได้”

“แต่มันก็เป็นหน้าที่ของฟุตบอลลีกอยู่แล้ว ที่จะต้องหาทางออกที่ดีที่สุด ซึ่งพวกเขาจะต้องคำนึงถึงสุขภาพของผู้เล่นด้วย แต่ดูเหมือนสิ่งนี้จะไม่ได้เกิดขึ้น”

“และเมื่อเราได้ไถ่ถามฟุตบอลลีกว่าทำไมเกมของเราถึงเลื่อนออกไปไม่ได้ พวกเขาก็ไม่ได้ให้คำตอบที่เป็นเหตุเป็นผลกลับมา”

“สิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะเตือนไปยังแฟนๆนั้นก็คือควรจะไตร่ตรองให้ดีหากต้องการจะซื้อตั๋วเพื่อชมเกม คาร์ลิ่ง คัพ”

“เราไม่อยากให้แฟนๆต้องเสียเงินเป็นจำนวนมาก และเราเองก็อาจไม่มีทางเลือกด้วยที่จะต้องใช้ผู้เล่นอายุน้อยๆลงสนามหลายรายในเกมนั้น”

ซัวเรซ ปากหวานอ้อนขออยู่โยงใน แอนฟิลด์ นานๆ

หลุยส์ ซัวเรซ ยอดดาวยิงของ ลิเวอร์พูล ชาวอุรุกวัย ออกมากล่าวให้แฟนบอล “หงส์แดง” แทบตัวลอย เมื่อบอกว่าเขาต้องการจะปักหลักค้าแข้งในถิ่นแอนฟิลด์ ไปอีกนานแสนนาน

ดาวยิงทีมชาติอุรุกวัย หลุยส์ ซัวเรซ ดูจะปรับตัวได้แล้วทั้งชีวิตในสนาม และ นอกสนามในการมาค้าแข้งในประเทศอังกฤษ โดยเขายอมรับว่าเวลานี้ อังกฤษ เปรียบได้กับบ้านหลังที่สองของเขาไปเรียบร้อยแล้ว

“นี่เพิ่งจะเป็นช่วงต้นของความฝันในการค้าแข้งของผมเท่านั้น และหนึ่งในความฝันที่กลายเป็นจริงแล้วก็คือการได้มาเล่นให้กับ ลิเวอร์พูล”

“แม้สัญญาปัจจุบันของผมจะยังเหลืออีกถึง 5 ปี แต่ผมก็อยากจะอยู่ต่อไปอีกเท่าที่จะทำได้”

“นี่เป็นสโมสรที่ผมรู้สึกดีมากๆ ผมรู้สึกดีที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของที่นี่ และยังรู้สึกดีมากๆกับเมืองๆนี้ด้วย”

“บรรยากาศของที่อังกฤษนั้นยากจะหาที่ใดมาเสมอเหมือน พวกเขาเป็นสโมสรที่กระหายในความสำเร็จอย่างยิ่งยวด”

ทั้งนี้ในเกมฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก 2014 โซน อเมริกาใต้ เมื่อวันศุกร์ที่แล้วที่พบกับ ชิลี นั้น ซัวเรซ ตะบันคนเดียวถึง 4 ประตูให้กับทีม “จอมโหด” โดยมีการวิเคราะห์กันอีกด้วยว่า ซัวเรซ อาจจะยิงได้มากกว่านั้นอีกด้วย หากว่าเขายังอยู่ในสนาม เพราะ ซัวเรซ โดนโค้ช ตาบาเรซ เปลี่ยนตัวออกมาพักเสียก่อนขณะที่เหลืออีก 14 นาทีจะจบการแข่งขัน

“ทุกคนล้วนปรารถนาที่จะทำประตูกันทั้งนั้น และการทำได้ถึง 4 ประตูในเกมเดียวไม่ได้เกิดขึ้นง่ายๆ แต่หากว่าไม่ได้ความทุ่มเทแรงกายแรงใจจากเพื่อนๆคนอื่นในทีมด้วยแล้ว ผมคงไม่มีทางจะทำมันสำเร็จได้แน่”

“ผมรักที่จะได้อยู่ในสนาม ดังนั้นการถูกเปลี่ยนตัวออกมาจึงทำให้ผมรู้สึกเศร้าเล็กน้อย แต่ผมก็ต้องนึกถึงทีมก่อนเป็นลำดับแรก และรู้สึกซาบซึ้งในความทุ่มเทของทุกๆคนเป็นอย่างยิ่ง”

คลีเมนซ์ ไม่สบายโดนนำตัวส่งโรงพยาบาล

สโมสร ลิเวอร์พูล ส่งความปรารถนาดีและกำลังใจไปให้กับ เรย์ คลีเมนซ์ ภายหลังจากมีข่าวว่าอดีตผู้รักษาประตูของทีมรายนี้ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล

ก่อนหน้าเกมอุ่นเครื่องที่ อังกฤษ เปิด เวมบลี่ย์ รับการมาเยือนของ “กระทิงดุ” สเปน ซึ่งลงเอยด้วยชัยชนะของทีม “สิงโตคำราม” 1-0 นั้น เอฟเอ หรือ สมาคมฟุตบอลอังกฤษ ได้เผยว่าพวกเขาได้นำตัว เรย์ คลีเมนซ์ โค้ชผู้รักษาประตูของทีมชาติส่งโรงพยาบาลเพื่อดูอาการ หลังจาก คลีเมนซ์ รู้สึกไม่สบายก่อนหน้าเกมดังกล่าว

“เรย์ คลีเมนซ์ ได้ถูกนำตัวไปตรวจอย่างละเอียดที่โรงพยาบาล” แถลงการณ์ช่วงหนึ่งของ เอฟเอ ระบุไว้

“ณ เวลานี้ เรย์ อยากจะขอขอบคุณทุกข้อความอวยพรที่ส่งเข้ามายังเขา โดย เอฟเอ หวังว่าเราอยากจะให้ เรย์ มีเวลาพักฟื้นและอยู่ภายใต้การดูแลของครอบครัวและคนสนิทของเขาอย่างเต็มที่”

สำหรับ เรย์ คลีเมนซ์ นั้น เขาเคยลงรับใช้ทีม “หงส์แดง” ในฐานะด่านสุดท้ายของทีมเป็นจำนวนถึง 665 เกม และจากการล้มป่วยในครั้งนี้ ทำให้คาดกันว่าเขาคงจะยังไม่หายดีแน่กับการทำหน้าที่ในเกมอุ่นเครื่องที่ อังกฤษ จะพบกับ สวีเดน ในช่วงกลางสัปดาหขณะที่ทุกคนที่เกี่ยวข้องกับ ลิเวอร์พูล ก็ขอส่งกำลังใจไปให้ เรย์ คลีเมนซ์ ให้หายป่วยในเร็ววัน

เคลลี่ ฟอร์มดียิงให้สิงโตน้อยตะปบ ไอซ์แลนด์ ยับ 5-0

มาร์ติน เคลลี่ แบ็คขวาดาวรุ่งจาก ลิเวอร์พูล โชว์ผลงานได้ดี แถมยังทำประตูให้กับทีมได้อีกด้วยในชัยชนะ 5-0 เหนือ ไอซ์แลนด์ ในเกมรอบคัดเลือก ยูโร 2013 ของทีมรุ่นอายุไม่เกิน 21 ปี

นอกเหนือจาก เกล็น จอห์นสัน และ สจ๊วร์ต ดาวนิ่ง ที่ถูก ฟาบิโอ คาเปลโล่ เรียกติดทีมชาติชุดใหญ่ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น ในส่วนของนักเตะดาวรุ่งของทีม “หงส์แดง” อย่าง มาร์ติน เคลลี่ และ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ก็มีโอกาสได้ลงเล่นให้กับทีม “สิงโตคำราม” ชุดเล็ก เช่นกัน โดยเป็นเกมที่พบกับ ไอซ์แลนด์ ในรอบคัดเลือกของทัวร์นาเมนต์ ศึกชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 2013  รุ่นอายุไม่เกิน 21 ปี

จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ซึ่งรับบทเป็นกัปตันทีมด้วย เป็นคนแอสซิสต์ให้ทีมได้ประตูแรกในนาทีที่ 39 ของเกม เมื่อเขาหลุดทะลุขึ้นมาทางฝั่งขวาของสนามก่อนจะเปิดเข้ากลางไปให้กับ มาร์วิน ซอร์เดลล์ กองหน้าจาก วัตฟอร์ด ชาร์จเข้าไปไม่มีเหลือ

ขณะที่อีกจังหวะนั้นเป็นการประสานงานกันระหว่าง เฮนเดอร์สัน กับ เคลลี่ จนเกือบจะได้ประตู ก่อนที่ เคลลี่ จะแก้ตัวสำเร็จในนาทีที่ 57 เมื่อขึ้นมาทำประตูนำ 2-0 ให้กับทีมของ สจ๊วร์ต เพียร์ซ

ก่อนจะหมดเวลา 5 นาที เฮนเดอร์สัน มีส่วนเกี่ยวข้องกับประตูอีกครั้ง เมื่อคราวนี้เขาจัดการเปิดบอลจากลูกเตะมุมให้กับ เคร็ก ดอว์สัน ของ เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน ทำประตูได้สำเร็จ

เรื่องโดย"มาร์ค สุรเดช"

คอลัมน์ My Liverpool นสพ.กีฬารายวันฮอตสกอร์

ติดตามSanook! Sport

ผลบอลสด โปรแกรมบอล พร้อมข้อมูลก่อนเตะ ข่าวสารฟุตบอลทั้งไทยและลีกชั้นนำ รวมถึงกีฬาอื่นๆ จากทุกมุมโลก ร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook ได้ที่นี่!!