บาร์ซ่า : เป้าหมายของทุกทีม???

บาร์ซ่า : เป้าหมายของทุกทีม???

2 ทีมจากแมนเชสเตอร์ ได้ฤกษ์พิสูจน์ตัวเองอย่างจริงจังในฤดูกาลนี้กันแล้ว เมื่อคิวแชมเปี้ยนส์ ลีกมาถึง ในพรีเมียร์ ลีก สามารถพิสูจน์ได้ในระดับหนึ่ง

แต่ถ้าต้องการแสดงให้เห็นศักยภาพที่แท้จริงว่าเจ๋งแค่ไหนในยุโรปมันต้องแชมเปี้ยนส์ ลีก เพราะนี่คือเวทีที่สามารถยกระดับทีมและยกระดับนักเตะได้เป็นอย่างดีในช่วงเวลาที่สุดยอดฝีมือมาเจอกัน
   
ทั้ง 2 ทีมต่างคุกคามทีมอื่นๆ ในพรีเมียร์ ลีก จนขนหัวลุก แตะจะขู่ทีมอื่นๆ ในถ้วยยุโรปได้หรือไม่นั้นเป็นอีกเรื่อง และถ้าต้องการเป็นเจ้ายุโรปต้องตั้งเป้าหมายเอาไว้เลยเขี่ยบาร์ซ่าลงจากบัลลังก์สิ้นสุดการปกครองให้ได้ ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ แน่นอน พร้อมหรือยังที่จะไปให้ถึงจุดนั้น
   
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดและแมนเชสเตอร์ ซิตี้ พยายามอย่างยิ่งในการเข้าตลาดเพื่อเสริมความแข็งแกร่งในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา แน่นอนว่าเป้าหมายคือการลดช่องว่างระหว่างตัวเองกับบาร์ซ่าให้แคบลงมาให้ได้
       
ทุกอย่างดำเนินไปได้ด้วยดี ทว่านั่นก็ใช่ว่าจะเป็นไปอย่างที่คาดหวัง เพราะช่องว่างดังกล่าวมันยังคงดูกว้างขวางโอ่โถงอยู่ ตัดสินกันตรงนี้ดูเหมือนจะเร็วเกินไป ต้องให้เวลากันหน่อย แต่ทีมที่ต้องเจอนั้นรับรองได้ว่าแตกต่างไปจากพรีเมียร์ ลีกที่คุ้นเคย
      
ในพรีเมียร์ ลีก 2 ทีมนี้คาดหมายกันว่าน่าจะลุ้นแย่งแชมป์กันยาวๆ เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน กุนซือผีแดง ซึ่งเป้าหมายชัดเจนกว่าใครหลังจากสถานการณ์ในนัดชิงฤดูกาลที่แล้วบ่งบอกชัดเจนสู้บาร์ซ่าไม่ได้
      
เป้าหมายของเฟอร์กี้ยังชัดเจนไม่เปลี่ยนแปลง ยิ่งขึ้นสู่ยอดของพรีเมียร์ ลีก และฟอร์มสามารถขู่เข็ญทุกทีมได้ไม่ยาก นั่นยิ่งทำให้ความท้าทายของเฟอร์กี้ไปอยู่ที่แชมเปี้ยนส์ ลีกอย่างไม่ต้องสงสัย
      
ในขณะที่เรือใบสีฟ้า นี่อาจจะเป็นก้าวแรก แต่เป็นก้าวที่ยิ่งใหญ่ถึงจะเป็นหน้าใหม่ก็ไม่สามารถตั้งเป้าแค่รอบแบ่งกลุ่มได้ ความคาดหวังย่อมมองไปถึงจุดหมายปลายทางคือแชมป์กันเลยทีเดียว
       
ขุมกำลังต้องมากเพียงพอต่อการใช้งาน เพราะมันจะพันกันไปทั่วระหว่างเกมยุโรปกับเกมภายในประเทศ ทั้ง 2 ทีมดูเตรียมความพร้อมมาพอประมาณ แต่จะดิ้นรนจนไปถึงแชมป์หรือไม่ต้องผ่านขวากหนามอย่างบาร์ซ่าให้ได้ อย่าคิดว่าเส้นทางเหลืออีกไกลทำไมต้องไปคิดถึงบาร์ซ่าให้ปวดกบาล
     
การจะเป็นแชมป์ แชมเปี้ยนส์ ลีก เส้นทางข้างหน้าไม่รอบไหนก็รอบหนึ่งที่จะต้องไปเจอะเจอทีมที่ยกย่องกันว่ามาตรฐานสูงส่งกว่าใครในโลกคือแชมป์เก่าบาร์ซ่านั่นเอง โฟกัสที่เกมการแข่งขันในปัจจุบัน ทว่าแผนงานมันต้องไปถึงจุดหมายเรียบร้อยแล้ว
    
6-7 ปีที่ผ่านมา ทีมจากพรีเมียร์ ลีก สามารถเข้ารอบลึกๆ จนถึงนัดชิงได้เป็นประจำ แถมมีชิงกันเองอีกต่างหาก แต่ความสำเร็จใช่ว่าจะเกิดขึ้นได้ทุกครั้งไป ขนาดแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดของเฟอร์กี้ มีประสบการณ์อย่างโชกโชน รู้ดีว่าจะต้องทำอย่างไรถึงจะไปถึงจุดหมายปลายทาง แต่ท้าที่สุดก็จนปัญญาได้เช่นกัน
     
มันเป็นความแตกต่าง และเป็นความยากในถ้วยแชมเปี้ยนส์ ลีก
     
แผลเป็นที่บาร์ซ่าทำเอาไว้ยังคงติดตาตรึงใจนักเตะแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดอยู่เหมือนเดิม ถ้าผีแดงต้องเจอกับบาร์ซ่าไม่ว่าจะเป็นรอบไหน ชัยชนะไม่ใช่อยู่เพียงแค่ในเกมเท่านั้น แต่มันยังเป็นการลบรอยด่างในใจลบรอยแผลเป็นออกไปได้อีกด้วย นั่นคือสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งต่อการก้าวไปอีกขั้นของทีมผีแดง
     
สำหรับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ สถานการณ์แตกต่างออกไป อย่างที่บอกเอาไว้นี่เป็นก้าวแรก เรือใบสีฟ้าจึงไม่ต้องกังวลอะไรมาก ไม่มีแผลเหมือนอย่างผีแดง
     
โรแบร์โต้ มันชินี่ เปลี่ยนแปลงแผนการเล่นมาเน้นเกมรุกมากขึ้น เติมความสดความแข็งแกร่งในแผงมิดฟิลด์และศูนย์หน้าเป็นทุ่มกันสุดตัว ทว่าความกังวลของมันชินี่และเรือใบสีฟ้าก็คือ เกมรับแน่นมากพอหรือยัง
     
ดูกันแค่ตอนนี้ ต้องบอกว่ายังไม่พอแน่นอนกับการปกป้องโจ ฮาร์ท แว็งซ็องต์ ก็อมปานี กับ โจลีออน เลสค็อตต์ แม้จะเป็นนักเตะฝีเท้าดี แต่มันยังไม่ถึงระดับท็อปของพรีเมียร์ด้วยซ้ำไป นั่นทำให้ยังคงกังขากันอยู่ ในขณะที่โคลารอฟและกลิชี่ เป็นแบ็กที่สามารถเติมเกมรุกได้ดี ทว่าปัญหาในเกมรับเห็นมานักต่อนัก ในระดับยุโรปถือว่าหลังบ้านของเรือใบยังมีปัญหาอยู่ไม่น้อย
     
เกมรับทางซ้ายไม่ว่าจะเป็นเลสค็อตต์กับโคลารอฟหรือเลสค็อตต์กับกลิชี่ ยังมีช่องและยังไม่ถึงมาตรฐานของทีมที่จะประสบความสำเร็จในแชมเปี้ยนส์ ลีก
      
ความประทับใจในการออกสตาร์ตพรีเมียร์ ลีก ฤดูกาลนี้ไม่ใช่สิ่งที่จะเอามาวัดผลอะไรได้ทั้งหมด เส้นทางยังอยู่อีกยาวไกล และจะต้องเจอความแตกต่างในถ้วยนี้อย่างแน่นอน
   
โดยเฉพาะแมนเชสเตอร์ ซิตี้ จะได้เห็นได้เจอความกดดันจากเกมนอกบ้านที่หนักหนาสาหัสอย่างยิ่ง เมื่อต้องมาอยู่ในกรุ๊ป ออฟ เดธ โดยมีเพื่อนร่วมกลุ่มอย่างนาโปลี,บีญาร์เรอัลและบาเยิร์น มิวนิค แค่เห็นชื่อทีมก็เหนื่อยแทน
       
ทางด้านผีแดง แม้ว่ารอบแบ่งกลุ่มจะสะดวกสบายค่อนข้างมาก สิ่งอำนวยความสะดวกเพียบพร้อม เฟอร์กี้มีประสบการณ์ในเส้นทางนี้มากกว่ากุนซือคนไหนอยู่แล้ว แต่ลูกทีมที่เป็นเด็กรุ่นใหม่หลายคนมีประสบการณ์มากพอหรือยัง น่าคิดเหมือนกัน
    
สุดท้ายแล้วก็คงต้องกลับไปที่บาร์ซ่าเช่นเดิม เพราะใครที่ตั้งเป้าหมายประสบความสำเร็จในถ้วยยุโรป ต่างต้องคิดถึงบาร์ซ่าทั้งนั้น เพราะไม่รอบใดรอบหนึ่งต้องเจออยู่ดี ทีมมีความพร้อมแค่ไหนมีช่องว่างมากแค่ไหนเมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว ต้องประเมินให้ถูกต้อง
      
บางคนบอกว่าอะไรก็เกิดขึ้นได้ ของแบบนี้จะไปกลัวอะไร แต่ถ้าจะดูกันทุกมุมมอง ยังคงเห็นช่องให้แสงลอดเข้ามาอย่างสบายในความห่างระหว่างบาร์ซ่ากับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดและแมนเชสเตอร์ ซิตี้
   
เบนฟิก้า & แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
    
คาดหวัง : แม้ว่าเบนฟิก้าจะตกอยู่ภายใต้ร่มเงาความยอดเยี่ยมของปอร์โต้ในฤดูกาลที่ผ่านมา แต่เชื่อได้ว่าลูกทีมของฮอร์เก้ เฮซุส ยังมีดีมากพอกับเกมในบ้าน โดยเฉพาะการโจมตีจากแผงมิดฟิลด์ที่มี ปาโบล ไอมาร์ เป็นตัวนำ
     
จับตา : นิโกลัส ไกตัน ที่ได้รับการซื้อตัวเข้ามาแทนที่ อังเคล ดิ มาเรีย ในอดีต อเล็กซ์ วิตเซล เข้ามาผสมผสานกับประสบการณ์ของ ฆวน คัปเดบีล่า รวมทั้งการประเดิมเกมยุโรปของบรรดารุ่นใหม่ของผีแดงอย่าง แอชลีย์ ยัง, ฟิล โจนส์ และสมอลลิ่ง
     
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ & นาโปลี
   
คาดหวัง : เป็นของใหม่ทั้งคู่ ทว่ามาแบบครบเครื่องกันเลยทีเดียวเรือใบใช้เงินไปเพียบเพื่อสร้างชื่อให้เป็นที่ปรากฏและจดจำ ในขณะที่ทีมจากอิตาลียังคงมีเอดิสัน คาวานี่ ดาวซัลโวกัลโช่ เซรี่ อา ในฤดูกาลที่ผ่านมาประดับบารมี
    
จับตา : บรรดานักเตะที่เคยเป็นเป้าหมายของเรือใบไม่ว่าจะเป็นเอดิสัน คาวานี่, เอเซเกล ลาเวซซี่ และที่ลืมไม่ได้ก็คือมาเร็ก อัมซิก มิดฟิลด์คนสำคัญ

เรื่องโดย "ดามัน"

ขอบคุณเนื้อหาจากคอลัมน์ทดเจ็บ3นาที นสพ.กีฬาฮอตสกอร์

ติดตามSanook! Sport

ผลบอลสด โปรแกรมบอล พร้อมข้อมูลก่อนเตะ ข่าวสารฟุตบอลทั้งไทยและลีกชั้นนำ รวมถึงกีฬาอื่นๆ จากทุกมุมโลก ร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook ได้ที่นี่!!