รู้จัก "4 ลมกรดซามูไร" เหรียญเงิน 4x100 ที่ "โบลต์" ยังซูฮก!

รู้จัก "4 ลมกรดซามูไร" เหรียญเงิน 4x100 ที่ "โบลต์" ยังซูฮก!
S! Sport

สนับสนุนเนื้อหา

ถือเป็นเหรียญประวัติศาสตร์เหรียญหนึ่งของวงการกรีฑาญี่ปุ่นเลยทีเดียว สำหรับเหรียญเงินประเภท 4x100 เมตรชาย ที่แข่งกันไปเมื่อช่วงเช้าวันที่ 20 ส.ค. ที่ผ่านมา ตามเวลาประเทศไทย

ที่บอกว่าเป็นเหรียญประวัติศาสตร์ก็เพราะก่อนหน้านี้ในรายการวิ่งประเภทนี้ ผลงานที่ดีที่สุดของญี่ปุ่นคือเหรียญทองแดง จากโอลิมปิกที่ปักกิ่งในปี 2008 ตามหลังจาไมก้ากับตรินิแดดและโตเบโก ด้วยเวลา 38.15 วินาที ส่วนโอลิมปิกที่ลอนดอนเมื่อปี 2012 นั้น ญี่ปุ่นวิ่งเข้าเป็นที่ 4 ชวดเหรียญไปแบบฉิวเฉียด

แต่โอลิมปิกครั้งนี้นั้น ทีมญี่ปุ่นทำได้ดีกว่าเดิมทั้งเหรียญรางวัลและเวลาในการวิ่ง โดยเข้าเส้นชัยก่อนทีมที่เป็นตัวเก็งว่าจะชิงเหรียญเงินและเหรียญทองแดงอย่างสหรัฐอเมริกากับแคนาดา ทั้งยังสร้างสถิติใหม่ของเอเชีย ด้วยเวลา 37.60 วินาที ยังไม่นับเรื่องที่วิ่งอย่างคู่คี่สูสีกับทีมจาไมก้ามาตั้งแต่ไม้แรก ก่อนจะเจอกับไม้สุดท้ายของจาไมก้าที่เร็วเหนือมนุษย์อย่าง ยูเซน โบลต์


หลังจากแข่งเสร็จ โบลต์ให้สัมภาษณ์ถึงทีมวิ่งผลัดซามูไรว่า เขาคิดไว้อยู่แล้วว่าญี่ปุ่นจะต้องทำผลงานได้ดีและเป็นทีมที่น่าจับตามอง โดยดูจากการวิ่งในฮีทเดียวกันตอนรอบก่อนชิงชนะเลิศ และจากประสบการณ์ที่ได้เจอกับนักวิ่งญี่ปุ่นมาตลอดหลายปีหลัง เขาบอกได้ถึงการฝึกฝนอย่างหนักของนักกีฬาชาตินี้ และพูดได้อย่างเต็มปากว่าเป็นทีมที่สามารถสู้ประเทศอื่นๆ ที่เป็นผู้นำในกีฬาชนิดนี้ได้

ความสำเร็จของญี่ปุ่นในครั้งนี้ทำให้ Sanook! Sport สนใจตามเรื่องต่อว่า ส่วนผสมของทีมวิ่งผลัดที่สร้างประวัติศาสตร์ให้กับวงการเอเชียครั้งนี้นั้นมีใครกันบ้าง

ไม้แรก - เรียวตะ ยามางาตะ

สำหรับสปรินเตอร์วัย 24 ปีอย่างยามางาตะ ถ้าดูจากสถิติแล้ว ตอนนี้น่าจะเรียกได้ว่าเป็นช่วงท็อปฟอร์มของเขา หลังจากปีที่แล้วเจอมรสุมอาการบาดเจ็บเล่นงานจนไม่สามารถลงแข่งเวิลด์ แชมเปี้ยนชิปส์ ได้

ในรอบเซมิไฟนอลของการวิ่ง 100 เมตรที่ริโอ ยามางาตะทำเวลาไม่ดีพอที่จะทะลุไปรอบชิงชนะเลิศ แต่เขาก็สร้างสถิติใหม่ให้กับตัวเองที่ 10.05 วินาที เข้าใกล้เป้าหมายหนึ่งของเขาเข้าไปอีกก้าว นั่นคือ การเป็นนักวิ่งชาวญี่ปุ่นคนแรกที่เอาชนะ “กำแพง 10 วินาที” หรือวิ่ง 100 เมตรได้ในเวลาที่ต่ำกว่า 10 วินาที ซึ่งยังไม่มีนักกรีฑาญี่ปุ่นคนไหนทำได้

ไม้ 2 – โชตะ อีซึกะ

ในโอลิมปิกที่ลอนดอน อีซึกะเคยวิ่งเป็นไม้สุดท้ายในทีมวิ่ง 4x100 เมตรมาก่อน ถึงจะพลาดเหรียญ แต่เขาได้บทเรียนจากการสังเกตการวิ่งไม้สุดท้ายของจาไมก้าอย่างโบลต์ แล้วนำมาปรับใช้กับโปรแกรมการฝึกของตัวเอง

หลังการแข่งจากที่เคยฝึกโดยเน้นเทคนิคเป็นหลัก พี่ใหญ่ของทีมอย่างอีซึกะเพิ่มการฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อให้มากขึ้น เพราะเชื่อว่าการเติมความแข็งแรงส่วนนี้จะช่วยทำให้เขาเข้าใกล้เหรียญโอลิมปิกยิ่งขึ้น

ไม้ 3 – โยชิฮิเดะ คิริว

ด้วยวัย 20 ปี คิริวเป็นน้องเล็กสุดในทีมญี่ปุ่นชุดนี้ อดีตนักฟุตบอลสมัยประถมที่เปลี่ยนมาเป็นนักวิ่งตอนเรียนมัธยมต้น สถิติการวิ่ง 100 เมตรที่ดีที่สุดของเขาคือ 10.01 วินาที ครองตำแหน่งอันดับ 2 ของคนที่วิ่งได้เร็วที่สุดในญี่ปุ่น ซึ่งสถิตินี้คิริวทำไว้ตั้งแต่ปี 2013 ตั้งแต่ตอนที่เขายังไม่จบมัธยมปลาย และเป็นเวลาเท่ากับที่เขาทำได้ในปีนี้ก่อนหน้าจะมาโอลิมปิก

ผลงานของเขาครั้งนี้ Sanook! Sport มองว่า ในอีก 4 ปีข้างหน้าที่โตเกียว คิริวน่าจะเป็นนักวิ่งที่ได้รับเสียงเชียร์จากกองเชียร์เจ้าถิ่นมากที่สุดคนหนึ่ง

ไม้สุดท้าย – อาซึกะ เคมบริดจ์

ในขณะที่เพื่อนร่วมทีมของเขาอย่างอีซึกะเริ่มแข่งวิ่งมาตั้งแต่อยู่ชั้นป.3 สปรินเตอร์วัย 23 ปีลูกครึ่งจาไมก้า-ญี่ปุ่นคนนี้เพิ่งเริ่มวิ่งอย่างจริงจังก็ตอนอายุ 14 และเริ่มสร้างชื่อในระดับประเทศได้ตั้งแต่อายุ 18 ปี

ในการแข่งเมื่อวานนี้ เคมบริดจ์เอาชนะโบลต์ไม่สำเร็จ แต่เขาสามารถเอาชนะความกดดันในการวิ่งในลู่ติดกับนักวิ่งที่เก่งที่สุดในโลก และพาทีมญี่ปุ่นเข้าเส้นชัยชนิดเหนือความคาดหมายของกองเชียร์จำนวนมาก แต่ไม่เหนือความคาดหมายของโบลต์ที่วิ่งอยู่ใกล้กัน

Sanook! Sport อยากให้จำชื่อทั้งสี่คนไว้ เพราะนี่จะเป็นชื่อที่เราจะได้ยินอีกครั้งอย่างแน่นอนในเอเชียนเกมส์ 2018 ที่จะจัดขึ้นที่กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย

และอาจเป็นชื่อเดียวกันกับที่เราจะได้เห็นในโอลิมปิกครั้งหน้าที่ญี่ปุ่นเป็นเจ้าภาพในปี 2020

เรื่องโดย "หนูแพน อินไซต์"

ติดตามSanook! Sport

ผลบอลสด โปรแกรมบอล พร้อมข้อมูลก่อนเตะ ข่าวสารฟุตบอลทั้งไทยและลีกชั้นนำ รวมถึงกีฬาอื่นๆ จากทุกมุมโลก ร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook ได้ที่นี่!!