รู้ไส้รู้พุง! "สื่อญี่ปุ่น" วิเคราะห์คู่แข่งรอบ 12 ทีมสุดท้ายคัดบอลโลก

รู้ไส้รู้พุง! "สื่อญี่ปุ่น" วิเคราะห์คู่แข่งรอบ 12 ทีมสุดท้ายคัดบอลโลก
S! Sport

สนับสนุนเนื้อหา

สกู๊ปข่าวจาก footballchannel.jp กล่าวถึง 12 ทีมสุดท้ายคัดบอลโลก โซนเอเชีย มาดูสิว่าสื่อญี่ปุ่นเขาว่าอย่างไรบ้าง

เป็นการแปลจากคุณ NTT เจ้าเก่าเจ้าเดิมจากบอร์ดไทยแลนด์สู้สู้ ชื่อนี้รับประกันคุณภาพเหมือนเดิมครับ

---------------------------------------------------------------------------------------

- ในหน้าแรกจั่วหัวเลยว่า ญี่ปุ่นน่าจะได้อยู่โถที่ 2 ร่วมกับเกาหลีใต้ ดังนั้นโอกาสอยู่ร่วมกลุ่มเดียวกันไม่น่ามี
- ในหน้าแรกนี้ปูพื้นว่ามีทีมใดเข้ารอบกันมาบ้าง และเข้าในฐานะแชมป์กลุ่มหรือรองแชมป์กลุ่ม

- ในการจะจับสลากจะแบ่งทีมเป็น 6 โถ โถละ 2 ทีม ซึ่งญี่ปุ่นเชื่อว่าจะอยู่โถ 2 ร่วมกับเกาหลีใต้
- การจับสลากจะมีขึ้นที่สำนักงานใหญ่ของ AFC ที่มาเลเซีย 12/04/59 นี้ โดยจากอันดับโลกญี่ปุ่นน่าจะอยู่ที่ 4 จึงอยู่โถ 2 เหมือนเกาหลีใต้

- หน้า 2 นี่จั่วหัวว่า ออสเตรเลีย เจ้าของแชมป์เอเชียล่าสุด และอยู่โถ 1 เป็นคู่แข่งที่น่ากลัวที่สุด
- เป็นที่แน่นอนว่าทีมในโถ 1 จะเป็น อิหร่าน และ ออสเตรเลีย

 

- พูดถึงอิหร่าน บอกให้จับตาดูดาวรุ่งอย่าง จาฮันบาช วัย 22 ปี ที่เล่นให้ AZ อัล์คมาร์ ในฮอลแลนด์ (อดีต U19 รุ่น ชนาธิป), ซาดาร์ อัซมูน วัย 21 ปี ที่เล่นให้ รอสตอฟ ในรัสเซีย และ เอสโตลาฮี วัย 19 ปี ที่เล่นให้รอสตอฟเหมือนกัน รวมไปถึงประสบการณ์ของ อัชคัน เดจาการ์ ที่เคยติดเยาวชนเยอรมันมาทุกระดับ แต่ตอนนี้เล่นในลีกอาหรับ

- ส่วนออสเตรเลียนั้น ผ่านรอบที่ผ่านมาโดยแพ้ครั้งเดียวในการเยือนจอร์แดน แต่มาแก้มือกดจอร์แดน 5 ลูกในบ้าน พูดถึงนักเตะที่น่าจับตาคือ ทิม เคฮิลล์ ที่ยังมีเขี้ยวเล็บอยู่, เล็กกี้ ที่เล่นให้ อิงโกลสตัดท์ ในบุนเดสลีก้าเยอรมัน ลวงโก้ ที่เล่นให้ ควีนสปาร์ค ในอังกฤษ และยังพูดถึงนายทวาร ไรอัน ที่เล่นให้บาเลนเซีย และให้จับตาดู เกอเรีย แห่งทีม เมลเบิร์น วิคตอรี่ ที่น่าจะเป็นอาวุธลับของออสเตรเลียในการเล่นด้านขวา และบอกว่าหมอนี่มีเชื้ออูกานดา

- หน้า 3 จั่วหัวว่าด้วยการกลับมาอีกครั้งของซาอุฯที่ห่างไปจากรอบคัดเลือกรอบสุดท้ายระยะหนึ่ง
- คาดว่าทีมในโถ 3 มี ซาอุฯ กับ อุซเบฯ

- พูดถึงซาอุฯนั้น บอกว่าเริ่มกลับมาจากผลงานที่กระเตื้องใน ACL ของ อัล ฮิลัล, อัล อาลี ออฟ เจ็ดด้า และการมาของโค้ชชาวดัทช์ เบิร์ท ฟาน มาวิก ที่ทำทีมฮอลแลนด์ได้รองแชมป์โลก 2010 พูดถึงนักเตะน่าจับตาอย่าง กองหน้าเบอร์ 14 อัล ชาฟูราวี, นายทวาร ชาราฮีนี่ ซึ่งมีส่วนสูงได้เปรียบถึง 188 ซม.

- พูดถึง อุซเบฯ ที่ญี่ปุ่นเคยถล่มมา 5-1 บอกว่าตัวหลักจะมาจากสโมสร พัคตากอร์ และเสริมด้วยตัวเด่นอย่าง เจปารอฟ ของ โลโคโมทีม ทัชเคนท์, กองหน้าวัย 22 ปี ซากูราเยฟ และกองหลัง คาซิมอฟ วัย 23 ปี จากพัคตากอร์ทั้งคู่ พูดถึงความเด่นในสไตล์ของอุซเบฯที่เพรสซิ่งเข้มข้นในแดนกลาง และเล่นบอลเจาะตามช่องไปข้างหน้าได้ดี แถมมีลูกเซ็ตเพลย์ที่ดีด้วย มีตัววางบอลแม่นอย่าง เจปารอฟ

- หน้า 4 พูดถึงทีมโถ 4 คาดว่าจะเป็น UAE กับ จีน
- พูดถึง UAE ที่มีโค้ชเก่งการวางแผนอย่าง โค้ชอาลี และมีการปั้นเด็กมาต่อเนื่อง ให้ระวังศูนย์หน้าของ UAE (ไม่แน่ใจว่า อาหมัด คาลีล หรือไม่)
- พูดถึงจีนที่เปลี่ยนโค้ชมาใช้บริการ เกา ฮอง โป่ว ที่มาแทน อแลง เปแรง ชาวฝรั่งเศส พูดถึงนักเตะเด่นอย่าง หยาง ซื่อ ที่ตัวสูง, หยู ต้า เป่า ที่มีความเร็ว (ปักกิ่ง กั๋วอัน), หวู ซื่อ ที่ยิงแถวสองได้ (เจียงซู ซู่หนิง)

- หน้า 5 พูดถึงทีมโถ 5 อย่าง อิรัก และ กาต้าร์ โดยบอกว่าคุณภาพประมาณเดียวกับ ซาอุฯ และ อุซเบฯในโถ 3 เลย
- พูดถึงกาต้าร์ พูดถึงโค้ชชาวอุรุกวัย โคเรนโย่ ที่เคยคุม อัล อราบี มาก่อน พูดถึงนักเตะอย่างกองกลาง ฮาติม (อัล การาฟา) ที่เลื้อยเก่ง และกองหน้า การีโด้ (อัล ซ้าด) ที่มีความเร็ว แถมยังมี โรดริโก้ ทาบาต้า บราซิลโอนสัญชาติ (อัล รายาน) และลืมไม่ได้กับตัวเก๋า 35 ปี เซบัสเตียน ที่เป็นอุรุกวัยโอนสัญชาติเล่นกองหน้า

- พูดถึงอิรักว่ามีตัวเด่นเล่นยุโรปอย่าง อาลี อัดนัน และ เดอร์กัม อิซมาอิล ซึ่งพวกนี้โตมาจากชุด U19 (รุ่นชนาธิป) และการดันโค้ชของทีม U23 อิรักที่ได้ไปโอลิมปิกขึ้นมาคุมชุดใหญ่เพราะในรอบคัดเลือกที่ 2 นั้นอิรักพบความยากลำบาก เช่นการเสมอไทยทั้งไปกลับ แถมเฉือนเวียดนามแค่ 1-0 จนได้เข้ามา บอกว่าการที่อิรักใช้อิหร่านเป็นสนามเหย้าทำให้ญี่ปุ่นโอเค เพราะเล่นที่สนามอซาดี้ ของอิหร่านมา 2 เกมเร็วๆนี้แล้ว และพูดว่าแม้อิรักจะแกร่งแต่น่าจะเข้าทางญี่ปุ่น เหมือนๆกับที่กาต้าร์น่าจะเข้าทางญี่ปุ่น

- หน้าสุดท้ายพูดถึงทีมโถ 6 อย่าง ไทย และซีเรีย
- ไทย เป็นทีมแกร่งสุดในอาเซียนและขึ้นมาเร็วมากในช่วง 2-3 ปีหลัง และการโตของ PLT ก็มีส่วนหนุนผลงานทีมชาติไทย ทีมไทยมีเกมรับเหนียวแน่นและมีการรุกที่ผสมผสาน ดั่งผลงานที่เสมออิรัก 2-2 ทั้งไปกลับ แถมชนะเวียดนามในเกมเยือนถึง 3-0 ทำให้ไทยเป็นแชมป์กลุ่ม F เข้ามา
- (น่าสังเกตว่าแทบไม่พูดถึงรายละเอียดซีเรียเลย) สรุปว่าสำหรับทีมในโถ 6 อย่างไทยและซีเรียนั้น แม้จะแกร่งขึ้นมา แต่เป็นทีมที่ญี่ปุ่นจะแพ้ไม่ได้เด็ดขาด

อ่านลิ้งก์ข่าวภาษาต้นฉบับ http://www.footballchannel.jp/2016/04/03/post145774/
เครดิตคุณ NTT (thailandsusu)