
สกู๊ป : "แกเร็ธ เบล" จาก ฮีโร่ เป็น ซีโร่ และ ฮีโร่ อีกครั้ง!
เป็นช่วงชีวิตที่มีครบทุกรสชาติจริงๆ สำหรับ “ปีกพญาวานร” ชาวเวลส์ แกเร็ธ เบล ที่ตอนนี้กลับมาอยู่ในฟอร์มที่เคยทำได้อีกครั้งในสีเสื้อชุดขาว
ย้อนไปหนึ่งปีที่แล้ว อดีตแบ็กซ้ายของเซาแธมป์ตัน โดนแฟนบอลกระหน่ำโห่อย่างหนัก โดยเฉพาะในเกมที่ เอาชนะโซเซียดัด 4-1 ที่ซานติอาโก้ เบร์นาเบว
ซึ่งเกมนั้น เรอัล มาดริด ไม่มี คริสติอาโน่ โรนัลโด้ ที่ติดโทษแบน เบล จำต้องเป็นสตาร์แบกทีมในแนกรุกร่วมกับ คาริม เบนเซม่า โดยทีมเยือนเป็นฝ่ายออกนำได้ตั้งแต่นาทีแรก
ยังดีที่ว่าจบเกม “ราชันขุดขาว” สามารถคัมแบ็กกลับมาชนะได้ถึง 4-1 โดยทั้ง แกเร็ธ เบล มีจังหวะยิงจ่อๆถึงสองครั้ง แต่ไม่สามารถช่วยเพื่อนยิงประตูได้เลย
แถมช่วงฟอร์มปัจจุบันในตอนนั้นของเบล ก็ทำได้ไม่ดี มีหลายหนหลายเกมที่แสดงความเห็นแก่ตัว จังหวะจ่ายได้ก็ไม่จ่าย เล่นบอลเลี้ยงไปจนเสียซะงั้น

แฟนบอลกว่า 8 หมื่นคนในสนามต่างพร้อมใจกันส่งเสียงโห่ เบล ไม่ขาดสาย
ถึงขั้นที่ คาร์โล อันเชล็อตติ กุนซือของทีมเวลานั้น ต้องออกโรงมาปกป้องนักเตะในคาถาเองว่า เบล อยู่ในช่วงที่สภาพร่างกายไม่ดี แต่เขาทำงานได้ดีในระดับที่เขาควรจะทำแล้ว
และตั้งแต่ครานั้นเป็นต้นไปจนถึงจบฤดูกาล ที่เรอัล มาดริด คว้าน้ำเหลว ไม่สามารถคว้าแชมป์ใดๆได้เลยเมื่อซีซั่นที่แล้ว
โดยมีสื่อชื่อดังของอังกฤษอย่าง เทเลกราฟ ได้อธิบายว่า ทั้งที่ เรอัล มาดริด ไม่สามารถประสบความสำเร็จ จนเป็นเหตุให้ คาร์เล็ตโต้ โดนเด้ง เบลก็ควรจะอยู่ไม่ได้เช่นกัน
“กล่าวคือ ทั้ง เบล, อันเชล็อตติ และ เรอัล มาดริด แพ้ภัยความสำเร็จตัวเอง”

ย้อนไปสองฤดูกาลก่อน แกเร็ธ เบล, คาร์โล และราชันชุดขาว ตั้งมาตรฐานตัวเองไว้สูงเกินไป เพราะเล่นพาทีมคว้าดับเบิ้ลแชมป์ ทั้ง โคปา เดล เรย์ และ แชมเปี้ยนส์ ลีก ในปี 2014
ซึ่งนัดชิงชนะเลิศทั้งสองรายการ แกเร็ธ เบล ก็เป็นพระเอกคนหนึ่งในเกมเช่นกัน เพราะเขาสามารถยิงประตูได้เกมดังกล่าว จนทีมสามารถชนะคู่แข่ง และได้ชูถ้วยในที่สุด
แต่ให้หลังเพียงฤดูกาลเดียว เบล กลับทำผลงานได้น่าผิดหวัง
ซึ่งสำหรับแฟนๆ เรอัล มาดริด ที่เสพติดความสำเร็จว่าทีมต้องประสบความสำเร็จทุกรายการ ต่างรับฟอร์มที่เป็นอยู่ของ เบล ไม่ได้ จึงแสดงปฏิกิริยาเช่นนั้นออกมา
ส่วน ฟลอเรนติโน่ เปเรซ ผู้ซึ่งมีขีดความอดทนและรอคอยต่ำ ก็ปลด อันเชล็อตติ ในท้ายที่สุดเช่นกัน

สำหรับ “ลอส บลังกอส” มันไม่แปลกเลยที่ความดีหนึ่งฤดูกาล จะมาทดแทนความผิดหวังในสถานการณ์ปัจจุบันไม่ได้ ทั้ง เบล และ โค้ชของเขา ต่างรู้ดีว่า “ทำดีเสมอตัว ทำชั่วตกนรกทันที”
พอเปิดซีซั่นใหม่ ภายใต้การคุมทีมของ ราฟาเอล เบนิเตซ ทุกอย่างยังเงียบสกัด แฟนบอล ยังมี โรนัลโด้, เบนเซม่า, อิสโก้ และ โมดริช ให้ชื่นชม
ขณะที่ พญาวานร เจ็บยาวหายไปจากสนาม ร่วมๆสองเดือน
แรกๆฟอร์มยังดี ทุกอย่างไปได้สวย “เอล บอส” ยังคงพาทีมอยู่ในเส้นทางทุกรายการ แฟนบอลและบอร์ดบริหารก็ยังรับได้
แต่ผ่านช่วงครึ่งฤดูกาลแรก ทุกอย่างเริ่มกลับตาลปัตร เมื่อเรอัลต้องมาตกรอบ เพราะทีมสตาฟฟ์ของราฟา ไม่เก็บสถิตินักเตะในเกมโคปา ส่งนักเตะที่ติดโทษแบนลงสนามซะงั้น
ขณะที่บอลลีกก็โดนบาร์ซ่าทำแต้มเหนือกว่า และมีเค้าว่าจะหนีห่างออกไปเรื่อยๆ ซีเนอดีน ซีดาน โค้ชหนุ่มเข้ามารับช่วงต่อ พร้อมกับ “เบล คนใหม่” ที่หายเจ็บเป็นปลิดทิ้ง กลับมารับบทตัวรุกอิสระร่วมกับโรนัลโด้ สามารถวิ่งแนวรุก เข้ากลาง หรือริมเส้นฝั่งตัวเองได้ตามอัธยาศัย

จุดนี้เอง ที่ทำให้เขาเรียกฟอร์มเก่งกลับมา ช่วยโรนัลโด้ยิงประตูได้ แม้มันจะดูสายไปสำหรับฟุตบอลลีก เพราะบาร์ซ่าทิ้งแต้มไปไกลแล้ว แต่สำหรับความมั่นใจทีมในการสู้ศึก แชมเปี้ยนส์ ลีก นั้น เบล จะกลายเป็นนักเตะที่ซีดานขาดไม่ได้เลย
กล่าวคือริมเส้นด้านขวา ปกติจะใช้งาน ฮาเมส โรดริเกซ สลับไปด้วย แต่ทว่า รายนี้นี่เองที่ดันฟอร์มตก สวนทางกับ เบล จนมีข่าวจะโดนขายทิ้งอยู่รอมร่อ
10 เกมที่ผ่านมา แกเร็ธ เบล ทำประตูได้เยอะกว่า CR7 เสียอีก โดยยิงได้ถึง 11 ประตู ขณะที่เจ้าโด้ ยิงไปเพียง 10 ประตูเท่านั้น
ด้วยตัวเลขดังกล่าว ไม่แปลกใจเลยว่า ตอนนี้ แกเร็ธ เบล กลับมาเป็นฮีโร่ของสาวกเรอัล มาดริด อีกครั้ง
แต่ แหม่.... แฟนๆ นี่เป็นพวกลืมง่ายจริงๆ นะ สองปีที่แล้วชื่นชม ปีก่อนนี้โห่เอา โห่เอา แต่พอมาตอนนี้ ร้องเรียกหากันใหญ่ เดี๋ยวแช่งให้ เบล ย้ายกลับอังกฤษซะเลย เอ้ ...หรือไปบาร์ซ่าดี?