สกู๊ปนี้ไม่มีเป็นกลาง : "ตบเศรษฐีไม่ลง แต่ใช่ว่าเราจะขยี้ซามูไรไม่ได้!" (โดย น้องเพชร)

สกู๊ปนี้ไม่มีเป็นกลาง : "ตบเศรษฐีไม่ลง แต่ใช่ว่าเราจะขยี้ซามูไรไม่ได้!" (โดย น้องเพชร)

"ฮึ่มมม! ถ้ามีเวลาอีกสัก 5 นาทีนะ พ่อคุณเอ๊ยยย!"

จบลงไปเรียบร้อย ราวตี 1 ครึ่งเมื่อคืนนี้ กับนัดแรกของ "ทีมชาติไทย U23" ในศึกชิงแชมป์เอเชีย ด้วยการเจ๊ากับ "เศรษฐีน้ำมัน" ซาอุดิอาระเบีย ไป 1-1 พร้อมความมันส์ชนิดที่เรียกว่า "คุ้มค่าการรอคอย"

"ช้างศึกปรีโอลิมปิก" ของเรา เดินทางไปกาตาร์ครั้งนี้ แม้ "โค้ชโก้" จะเคยพูดออกสื่อว่า มาเพื่อพิสูจน์ตัวเอง หวังทำผลงานให้ดีที่สุด อย่างน้อยเข้ารอบน็อกเอ๊าท์ก็ถือว่าโอเคแล้ว

แต่ผมเชื่อครับ เชื่อว่าลึกๆในใจของซิโก้, ทีมงานสต๊าฟฟ์, นักเตะ รวมไปถึง "แฟนบอลไทย" จำนวนไม่น้อย ฝันถึง "ริโอ เด จาเนโร" แน่นอน!

กับอันดับที่ 4 ด้วยขุนพลชุดนี้เกินครึ่งทีม เมื่อครั้ง "เอเชียนเกมส์ อินชอน 2014" ได้พิสูจน์แล้วว่า เด็กของเราในรุ่นนี้ชาติไหนก็ห้ามมองข้าม และการคว้าตั๋ว 1 จาก 3 ใบไปบราซิล ทำไมจะเป็นไปไม่ได้?

เกมเมื่อคืน ทั้งไทยและซาอุฯ มีเป้าหมายเดียวกันครับคือ "3 แต้ม" เท่านั้น เพื่อเปิดหัวทัวร์นาเม้นต์ด้วยความมั่นใจ เพราะอีกสองนัดที่รออยู่ เจอ ญี่ปุ่น, เกาหลีเหนือ งานหนักกว่าเห็นๆ

ทีมชาติไทยยุคใหม่ของเรา มีจุดเด่นคือ "ความฟิต" ที่วิ่งได้ทั้งเกมไม่มีหมด และ "การต่อบอลที่รวดเร็วแม่นยำ" ทุกคนเคลื่อนที่ช่วยกันทั้งยามรับ-รุก

กับเกมเมื่อคืนนี้ ข้อแรกเราสอบผ่านฉลุย ทำได้ตามมาตรฐาน ยิ่งช่วง 10 นาทีสุดท้าย เห็นได้ชัดว่า แข้งวัยคะนองของซาอุฯ เรี่ยวแรงหดหาย เตะสะเปะสะปะกันหลายครั้ง เทียบไม่ได้เลยกับเด็กเราที่ยังไล่บีบพื้นที่ได้ดี

และนี่เป็นส่วนสำคัญรองจาก "โชค" ที่ทำให้เราได้ประตูตีเสมอจาก "โอเว่นจุ๊บ" ภิญโญ อินพินิจ ที่แม้จะชะงักไปแล้วหนึ่งจังหวะ แต่ขายังไม่ตายสนิท วิ่งไล่ไปจิ้มบอลเข้าประตูได้สำเร็จนั่นเอง

ซึ่งช่วงเวลาที่เหลือ ทำให้เกิดที่มาบรรทัดแรกของสกู๊ปนี้ ซึ่งผมเชื่อว่าแฟนบอลช้างศึกจำนวนไม่น้อยคงเห็นไม่ต่างกัน!!

ส่วนข้อหลัง การต่อบอลติ๊กต๊อกของเรา อาจจะใช้ได้ผลหรือเหนือกว่าเมื่อพบทีมที่ชื่อชั้นเป็นรอง เช่นทีมในระดับอาเซียน แต่เมื่อมาสู่ "ระดับทวีป" ก็อย่างที่เห็นครับ "เขี้ยวลากดิน" กว่าเยอะ

เราต้อง "แน่นอนกว่านี้" ทั้งยามครองบอลและเสียบอล รวมไปถึง "จังหวะสุดท้าย" ที่ตั้งแต่ทัวร์นาเม้นต์ยังไม่เริ่ม กูรูบอลไทยหลายท่านมีความเห็นทำนองเดียวกันว่า เรายังไม่เฉียบคมเท่าที่ควร

ธรรมชาติของทีมฟุตบอลระดับจำกัดอายุหรือไม่ใช่ทีมชาติชุดใหญ่ ความสามารถของผู้เล่นจะไม่ต่างกันนัก ฉะนั้น "ความผิดพลาดเล็กๆน้อยๆ" คือตัวตัดสินเกม สิ่งสำคัญคือเมื่อคู่แข่งพลาด เราต้องฉวยโอกาสนั้นไว้ให้ได้

กับครึ่งแรก ที่เราไม่ได้ประตูจากการล่อเป้าเหน่งๆของ "ภิญโญ" และส่องโล่งๆหน้ากรอบเขตโทษ แต่ออกไปไหนไม่รู้ของ "ปกรณ์ เปรมภักดิ์" ถ้าเราอยากไปโอลิมปิก เหตุการณ์แบบนี้ต้องไม่เกิดขึ้นอีก!

สวนทางกับ "สมพร ยศ" นายทวารจากบีอีซี เทโรฯ ที่โชว์ "เซฟมหัศจรรย์" สองครั้งเห็นๆ กับลูกจุดโทษและบล็อกลูกยิงเสาแรกจ่อๆลูกนั้น ทำให้เรายัง "อยู่ในเกม"

 

อะไรที่ดีอยู่แล้วก็รักษาเอาไว้ครับ ส่วนอะไรที่ยังไม่ดีก็นำไปปรับปรุงแก้ไข เกมหน้ากับญี่ปุ่น หนักกว่านี้แน่นอน ลูกหลานซามูไรมี 3 แต้มตุนไว้แล้วด้วย หลังเฉือนเกาหลีเหนือ 1-0 ถ้าชนะไทยอีกก็การันตีเข้ารอบ 8 ทีมทันที ไม่ต้องไปลุ้นนัดสุดท้ายให้เหนื่อยมากนัก

ส่วนเรา ผ่านพ้นเกมสำคัญที่สุดไปแล้ว แม้ไม่ได้ชัยชนะตามเป้าหมาย แต่มองในแง่ดีเรายังมีแต้มติดมือ ในเมื่อกลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้ ก็ต้องโฟกัสเกมต่อไปที่ "สำคัญที่สุด" เช่นกัน ใช่ครับ บอลทัวร์นาเม้นต์แบบนี้ เกมที่จะถึง "สำคัญที่สุด" เสมอ

ฟุตบอลลูกกลมๆ มีลมอยู่ข้างใน 11 คน 22 เท้าเท่ากัน อะไรก็เกิดขึ้นได้ ดวลญี่ปุ่นนี่เป็นอะไรที่น่าดูชมมากๆ บอกตรงๆ อยากเจอมานาน!

ทิ้งท้ายด้วยการประกาศตรงนี้ จะบอกว่าลำเอียงก็ได้ สารภาพว่าผมไม่เคยเป็นกลางอยู่แล้ว อยู่ข้างทีมชาติไทย 100% แต่ไหนแต่ไร

ทัวร์นาเม้นต์นี้ "ช้างศึก U23" จะได้เล่นมากกว่า 3 นัดครับ!

เรื่องโดย "น้องเพชร"