จี้ปมแบบนี้! "ลามีน ยามาล" ให้สัมภาษณ์หลัง สเปน จะเจอ ฝรั่งเศส ตัดเชือกบอลโลก
Sanook//s.isanook.com/sr/0/images/logo-new-sanook.png60060
//s.isanook.com/sp/0/ud/331/1659405/yy.jpgจี้ปมแบบนี้! "ลามีน ยามาล" ให้สัมภาษณ์หลัง สเปน จะเจอ ฝรั่งเศส ตัดเชือกบอลโลก

จี้ปมแบบนี้! "ลามีน ยามาล" ให้สัมภาษณ์หลัง สเปน จะเจอ ฝรั่งเศส ตัดเชือกบอลโลก

แชร์เรื่องนี้
google ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google

sportstar รายงานว่า ลามีน ยามาล ดาวรุ่งทีมชาติสเปน เชื่อว่า ฝรั่งเศส ต่างหากที่ควรเป็นฝ่ายหวั่นใจ ก่อนทั้งสองทีมโคจรมาพบกันในศึกฟุตบอลโลก 2026 รอบรองชนะเลิศ วันอังคารนี้ เพื่อแย่งตั๋วเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ

"ผมคิดว่าถ้าฝรั่งเศสจะต้องกลัวใคร ก็น่าจะเป็นพวกเรา" ยามาล กล่าวหลังเกมที่สเปนเฉือนชนะเบลเยียม 2-1 เมื่อวันศุกร์ พร้อมพาทีมผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศฟุตบอลโลกได้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2010

ปีกตัวจี๊ดรายนี้ยังกล่าวถึงผลงานในอดีตว่า สเปนเคยเอาชนะฝรั่งเศสมาแล้วทั้งในรอบรองชนะเลิศศึกยูโร 2024 และศึกยูฟา เนชันส์ ลีก เมื่อปีที่ผ่านมา ซึ่งในยูโรครั้งนั้น ยามาล ยังสร้างสถิติเป็นนักเตะอายุน้อยที่สุดที่ทำประตูได้ในรายการดังกล่าวอีกด้วย

การพบกันครั้งนี้จะมีขึ้นที่สนามเหย้าของทีมอเมริกันฟุตบอล ดัลลัส คาวบอยส์ โดยผู้ชนะจะผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก

afp__20250605__49ea234__v1__m

"เราไม่กลัวใครทั้งนั้น แน่นอนว่าทั้งสองทีมต่างก็เป็นทีมชั้นนำระดับโลก สำหรับผม ฝรั่งเศสคือหนึ่งในทีมที่ดีที่สุด แล้วเดี๋ยวเราจะได้เห็นกันว่าจะเกิดอะไรขึ้น"

สเปนผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศจากประตูชัยของ มิเกล เมริโน ตัวสำรองที่ยิงในนาทีที่ 88 โดยตลอดทัวร์นาเมนต์ "กระทิงดุ" เสียไปเพียงประตูเดียว ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงท้ายครึ่งแรกของเกมกับเบลเยียม ขณะที่ฝรั่งเศสยิงไปแล้วถึง 16 ประตูจาก 6 นัด

ฝรั่งเศสผ่านเข้าชิงฟุตบอลโลกมาแล้ว 2 สมัยติดต่อกัน และคว้าแชมป์ในปี 2018 ส่วนสเปนเคยเข้าชิงเพียงครั้งเดียวในประวัติศาสตร์ แต่ทีมชุดปัจจุบันกำลังทำผลงานร้อนแรง ด้วยสถิติไม่แพ้ใครในเกมอย่างเป็นทางการ 37 นัดติดต่อกัน นับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2023 โดยมีเพียงการพ่ายจุดโทษต่อโปรตุเกสในนัดชิงยูฟา เนชันส์ ลีก เมื่อปีก่อน

ด้าน หลุยส์ เด ลา ฟวนเต กุนซือทีมชาติสเปน ถูกสื่อมวลชนถามถึงโอกาสดวลฝรั่งเศสมาตลอดการแข่งขัน โดยเฉพาะตั้งแต่เข้าสู่รอบน็อกเอาต์ ซึ่งเจ้าตัวยังคงยกย่องคุณภาพของทีม "ตราไก่" ควบคู่ไปกับการแสดงความเชื่อมั่นในศักยภาพของลูกทีมว่าจะพร้อมสู้เพื่อคว้าตั๋วเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ