พังยับเยิน! ส่องสถานะการเงิน สเปอร์ส หากต้องตกชั้นจากพรีเมียร์ลีกจริง

พังยับเยิน! ส่องสถานะการเงิน สเปอร์ส หากต้องตกชั้นจากพรีเมียร์ลีกจริง

พังยับเยิน! ส่องสถานะการเงิน สเปอร์ส หากต้องตกชั้นจากพรีเมียร์ลีกจริง
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

มีการวิเคราะห์ถึงผลกระทบทางการเงินที่อาจเกิดขึ้นกับ ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ หากสถานการณ์เลวร้ายจนทีมต้องตกชั้นจากพรีเมียร์ลีกไปเล่นในแชมเปียนชิพฤดูกาลหน้า ซึ่งอาจทำให้สโมสรจากลอนดอนเหนือสูญเสียรายได้มหาศาล

แม้โดยปกติแล้วโอกาสที่ สเปอร์ส ซึ่งถือเป็น 1 ใน 6 สโมสรที่มีฐานะการเงินแข็งแกร่งที่สุดของพรีเมียร์ลีก จะตกชั้นนั้นถือว่าเป็นเรื่องยาก แต่สถานการณ์ในฤดูกาลนี้กลับน่ากังวลไม่น้อย เพราะเหลือโปรแกรมอีกเพียง 9 นัด และทีมมีคะแนนเหนือโซนตกชั้นเพียงแต้มเดียวเท่านั้น ประกอบกับผลงานที่ย่ำแย่ตั้งแต่ต้นปี 2026 ที่ยังไม่สามารถเก็บชัยชนะได้เลย ทำให้พวกเขาต้องเร่งเรียกฟอร์มกลับมาให้ได้ หากไม่อยากเผชิญความเสียหายทางการเงินครั้งใหญ่

จากรายงานด้านการเงินของสโมสรฟุตบอลยุโรปโดย ยูฟา ระบุว่า สเปอร์ส มีรายได้รวมราว 690 ล้านปอนด์ในปีที่ผ่านมา ทำให้ติดอันดับ 9 ของสโมสรที่มีรายได้สูงที่สุดในยุโรป อย่างไรก็ตาม หากต้องหล่นไปเล่นในแชมเปียนชิพ รายได้ของทีมอาจลดลงอย่างมาก โดยการประเมินของ บีบีซี สปอร์ต ชี้ว่าความเสียหายรวมอาจสูงถึงประมาณ 261 ล้านปอนด์

afp__20260120__93ev8du__v1__m

หนึ่งในรายได้หลักที่จะได้รับผลกระทบโดยตรงคือรายได้จากวันแข่งขัน ปัจจุบัน สเปอร์ส สร้างรายได้จากค่าตั๋วราว 130 ล้านปอนด์ต่อปี ซึ่งมากเป็นอันดับ 5 ของยุโรป โดยราคาตั๋วเฉลี่ยต่อแฟนบอลอยู่ที่ประมาณ 76 ปอนด์ต่อเกมเหย้า หลังจากที่สโมสรลงทุนสร้างสนามใหม่มูลค่าประมาณ 1,000 ล้านปอนด์ และเน้นขายแพ็กเกจที่นั่งพิเศษรวมถึงแพ็กเกจองค์กรเพื่อเพิ่มรายได้

แต่หากต้องลงเล่นในแชมเปียนชิพ สโมสรคงไม่สามารถตั้งราคาตั๋วในระดับเดิมได้ โดยเฉพาะเกมกับทีมระดับลีกรอง เช่น ลินคอล์น ซิตี้ ที่อาจต้องเจอกันในฤดูกาลหน้า อีกทั้งจำนวนผู้ชมก็มีแนวโน้มลดลงด้วย

ขณะเดียวกัน รายได้จากลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดจะหายไปอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากพรีเมียร์ลีกมีมูลค่าข้อตกลงถ่ายทอดสดทั้งในประเทศและต่างประเทศสูงกว่าลีกอื่นอย่างมาก ตัวอย่างเช่น ฤดูกาลที่ผ่านมา รายได้ด้านถ่ายทอดสดของ อิปสวิช ทาวน์ ยังมากกว่าของ บาร์เซโลนา เสียอีก นอกจากนี้ รายได้จากการเล่นในยูฟา แชมเปียนส์ ลีก ซึ่งมีมูลค่าหลายสิบล้านปอนด์ก็จะหายไป เว้นแต่ทีมจะคว้าแชมป์รายการยุโรปและได้สิทธิ์กลับไปเล่นอีกครั้ง

รายได้เชิงพาณิชย์ของสโมสรซึ่งทำสถิติสูงสุดที่ 269 ล้านปอนด์เมื่อปีที่แล้ว ก็มีแนวโน้มได้รับผลกระทบเช่นกัน สัญญาสปอนเซอร์หลักอย่าง ไนกี และ เอไอเอ กรุป ซึ่งมีมูลค่ารวมราว 70 ล้านปอนด์ต่อปี อาจถูกปรับลดลงตามเงื่อนไขในกรณีที่ทีมตกชั้น

คีแรน แม็กไกวร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินฟุตบอล อธิบายถึงผลกระทบระยะยาวว่า “สำหรับสโมสรที่มีความทะเยอทะยานและฐานะทางการเงินขนาดใหญ่อย่าง สเปอร์ส การตกชั้นจะไม่ใช่แค่ความพ่ายแพ้ในระยะสั้นเท่านั้น”

afp__20260210__96xa7zg__v1__m

“เศรษฐศาสตร์ของฟุตบอลอังกฤษทำให้การฟื้นตัวเป็นโครงการระยะยาวหลายปี”

แม้ว่าบางส่วนของค่าใช้จ่ายจะลดลง เช่น ค่าเหนื่อยนักเตะ ซึ่งมีรายงานว่าสัญญาของผู้เล่นหลายคนมีเงื่อนไขลดค่าจ้างลง 50% หากทีมตกชั้น ทำให้ตัวเลขค่าเหนื่อยรวมที่เคยสูงถึง 276 ล้านปอนด์ อาจลดลงเหลือประมาณ 138 ล้านปอนด์

แต่ค่าใช้จ่ายจำนวนมากยังคงเท่าเดิมหรืออาจเพิ่มขึ้นด้วยซ้ำ ไม่ว่าจะเป็นต้นทุนการดำเนินงาน เช่น ค่าสาธารณูปโภค ค่าขนส่ง ค่าประกันภัย ค่าการตลาด และค่าใช้จ่ายด้านบริหารจัดการ ซึ่งปีที่ผ่านมา สเปอร์ส มีต้นทุนดำเนินงานสูงถึง 260 ล้านปอนด์ มากเป็นอันดับ 3 ของยุโรป

นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายพื้นฐาน เช่น การใช้พลังงานของสนามแข่งขันในเกมกลางคืน ยังคงเท่ากันไม่ว่าจะเล่นในพรีเมียร์ลีกหรือแชมเปียนชิพ ขณะเดียวกัน สโมสรยังมีพนักงานประจำถึง 877 คน ซึ่งถือว่าสูงเป็นอันดับต้นๆของยุโรป หากไม่มีการปรับลดบุคลากร สโมสรก็ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายระดับเดิมแม้จะไม่ได้อยู่ในลีกสูงสุด

ด้วยเหตุนี้ หลายฝ่ายจึงจับตาดูว่าทีม “ไก่เดือยทอง” จะสามารถประคองตัวอยู่รอดในพรีเมียร์ลีกได้หรือไม่ เพราะหากต้องตกชั้นจริง ความเสียหายทางเศรษฐกิจอาจกลายเป็นปัญหาระยะยาวของสโมสรแน่นอน

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล