หลายคนรอเชียร์! "ญี่ปุ่น" ประกาศเป้าหมาย "ขอเข้าชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก 2026"
Sanook//s.isanook.com/sr/0/images/logo-new-sanook.png60060
//s.isanook.com/sp/0/ud/324/1621784/ntxz.jpgหลายคนรอเชียร์! "ญี่ปุ่น" ประกาศเป้าหมาย "ขอเข้าชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก 2026"

หลายคนรอเชียร์! "ญี่ปุ่น" ประกาศเป้าหมาย "ขอเข้าชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก 2026"

แชร์เรื่องนี้

สึเนยาสึ มิยาโมโตะ ประธานสมาคมฟุตบอลญี่ปุ่น (เจเอฟเอ) ยืนยันชัดว่า เป้าหมายของ ทีมชาติญี่ปุ่น ในศึกฟุตบอลโลก 2026 ที่จะจัดขึ้นที่สหรัฐอเมริกา, เม็กซิโก และ แคนาดา คือการ “ทำลายกำแพงรอบ 16 ทีมสุดท้าย” ที่ติดค้างมานาน และเดินหน้าให้ถึงรอบชิงชนะเลิศให้ได้

ญี่ปุ่นผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายฟุตบอลโลกเป็นครั้งที่ 8 ติดต่อกัน และในช่วงหลายปีที่ผ่านมา “ซามูไรบลู” แสดงให้เห็นแล้วว่าสามารถต่อกรกับทีมระดับท็อปของโลกได้ ทั้งการเอาชนะเยอรมนี, สเปน และล่าสุดคือการเฉือนชนะบราซิล แชมป์โลก 5 สมัยในเกมอุ่นเครื่อง อย่างไรก็ตาม ผลงานดีที่สุดในฟุตบอลโลกของญี่ปุ่นยังคงจบที่รอบ 16 ทีมเท่านั้น
resized-miyamoto1-0331
มิยาโมโตะ อดีตกัปตันทีมชาติญี่ปุ่น ระบุว่า ด้วยขุมกำลังปัจจุบันที่เต็มไปด้วยนักเตะซึ่งค้าแข้งในลีกยุโรป ไม่ว่าจะเป็น วาตารุ เอนโด (ลิเวอร์พูล), ริตสึ โดอัน (ไอน์ทรัคต์ แฟรงค์เฟิร์ต), คาโอรุ มิโตมะ (ไบรท์ตัน) และอีกหลายราย ทำให้เขามั่นใจว่าญี่ปุ่นพร้อมยกระดับไปอีกขั้น

“ผู้เล่นเกือบทั้งหมดกำลังค้าแข้งในยุโรป ทั้งในแชมเปียนส์ลีก, พรีเมียร์ลีก หรือบุนเดสลีกา พวกเขารู้ดีว่าต้องรับมืออย่างไรเมื่อเจอกับทีมใหญ่และผู้เล่นระดับโลก ความมั่นใจแบบนี้จะทำให้พวกเขาแสดงอะไรใหม่ๆให้โลกได้เห็น"

"แน่นอนว่าเราต้องเตรียมทีมให้พร้อมเพื่อไปถึงเป้าหมาย เราต้องผ่านรอบ 16 ทีมสุดท้ายให้ได้ และผมเชื่อว่าทีมมีศักยภาพที่จะไปไกลกว่านั้น อาจจะถึงขั้นเข้าชิงชนะเลิศ” มิยาโมโตะกล่าว
japanfootballassociation_1763_1
เขายังเสริมว่า มุมมองและความฝันของนักเตะญี่ปุ่นเปลี่ยนไปมากเมื่อเทียบกับยุคอดีต

“เมื่อ 20 ปีก่อน เรายังพูดแบบนี้ไม่ได้ และเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ตอนที่ เคสุเกะ ฮอนดะ กับ ยูโตะ นากาโตโมะ บอกว่าต้องการเป็นแชมป์โลก หลายคนยังคิดว่ามันดูเหลือเชื่อ โค้ชฮาจิเมะ โมริยาสุ ก็เคยพูดว่า เราอาจยังไม่ใช่ทีมเต็งแชมป์ แต่ก็มีเหตุผลเพียงพอที่จะเชื่อว่าเรามีโอกาสไปถึงรอบชิงชนะเลิศได้จริง”

ญี่ปุ่นตั้งเป้าที่จะสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ในฟุตบอลโลก 2026 และนี่อาจเป็นครั้งแรกที่ “ซามูไรบลู” ถูกมองว่าเป็นผู้ท้าชิงที่แท้จริงบนเวทีระดับโลก