"กล้าโกนหัวมั้ย?".. ถ้า "ช้างศึกหนุ่ม" ชุดนี้ไม่ได้แชมป์ซีเกมส์??!

"กล้าโกนหัวมั้ย?".. ถ้า "ช้างศึกหนุ่ม" ชุดนี้ไม่ได้แชมป์ซีเกมส์??!
S! Sport

สนับสนุนเนื้อหา

ต้องบอกว่า "ใสสะอาด" กับชัยชนะ 3-1 ของทีมชาติไทยเหนือทีมชาติเวียดนาม ในเกมชิงแชมป์กลุ่มบี ศึกซีเกมส์ ครั้งที่ 28 เมื่อวานนี้

"ทัพช้างศึก" พักนักเตะตัวหลักกว่าครึ่งทีม ไม่มีทั้ง "เมสซี่เจ-ชนาธิป สรงกระสินธ์", "กัปตันตัง-สารัช อยู่เย็น" และคนอื่นๆ แต่บอกเลยว่า "ไม่แตกต่าง" จากบรรดาตัวจริง โดยเฉพาะ "ทริสตอง สมชาย โด" และ "ปกรณ์ เปรมภักดิ์" ที่งัดฟอร์มออกมาให้แฟนบอลและโค้ชเห็นว่า "ผมก็มีเหมือนกันนะ!" ได้สำเร็จ

ส่วนทางฝั่ง "ดาวทอง" ก็ร่วมอุดมการณ์เดียวกันกับไทย เมื่อตัดสินใจพักตัวหลักบางคน เนื่องจากเข้ารอบรองชนะเลิศแน่นอนแล้วเหมือนกัน สู้เก็บแข้งสำคัญไว้บู๊ในรอบตัดเชือกและชิงชนะเลิศดีกว่า (ผ่านเมียนมาให้ได้นะ)

อย่างไรก็ดี แม้ทั้งสองทีมจะ "ไม่ฟูล" แต่รูปเกมนั้น "จัดหนัก" ทั้งคู่เลยครับ ต่างฝ่ายต่างห้ำหั่นกันอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะทีมชาติไทย ที่สถานการณ์บีบให้ต้อง "ชนะเท่านั้น" หากต้องการจบรอบแรกแบบสวยๆด้วยตำแหน่งแชมป์กลุ่ม

แต่สิ่งแตกต่างที่เห็นได้ชัดระหว่างทัพช้างศึกหนุ่มกับขุนพลสกุลเหงียนคือ "รูปแบบการเข้าทำ" และ "ความสามารถเฉพาะตัว" ที่มองแบบเป็นกลางยังไง "เราก็ดีกว่า" และนั่นเป็นที่มาของชัยชนะ 3-1 ที่ไม่หนักหนาอย่างที่คิด

ในแง่ของผลการแข่งขัน อาจจะเป็นเรื่องรองที่เราซิวแชมป์กลุ่มมาได้ แต่ประเด็นสำคัญที่ผมอยากจะโฟกัส มันอยู่ตรงที่นักฟุตบอลชุดนี้ทั้ง 20 คนของเรา "ทดแทนกันได้" มากกว่า

ทีมฟุตบอลที่ดี ความต่างระหว่างนักเตะตัวหลักกับตัวสำรอง ต้องไม่เหลื่อมล้ำกันมาก เพราะถึงคราวสถานการณ์คับขันในเกม จุดนี้แหละคือ "ตัวแปร" ที่จะทำให้ทีมผ่านพ้นไปได้

เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ 3 คน อย่าง "อาทิตย์ ดาวสว่าง", "อดิศร พรหมรักษ์" จับคู่เป็นตัวจริง ให้ "ธนบูรณ์ เกษารัตน์" ได้นั่งบ้าง แต่จากที่ดูการโรเตชั่นตำแหน่งนี้ทั้งสี่นัดที่ผ่านมา ชั่วโมงนี้ใครลงคู่ใครก็ได้ครับ แม้จะเป็นกองหลังต่างสไตล์ แต่ก็เติมเต็มกันได้ลงตัว

จุดผิดพลาดเดียวของเกมเมื่อวาน คือการเสียประตูตีไข่แตกช่วงท้ายเกม ที่ผมมองว่า "เหม่อ" ไปนิด ถ้าเก็บชัยเกม 0 ได้ จะเป็นอะไรที่สมบูรณ์แบบมากๆ แหม่ เสียดายคลีนชีต 5 นัดรวดในรอบแรกจริงๆ!

ปีกซ้าย-ขวา อย่าง "รุ่งรัฐ ภูมิจันทึก" กับ "นูรุล ศรียานเก็ม" ถ้าเกมไหนตื้อ เลี้ยงยังไงก็ไม่ผ่านคู่แข่ง ที่ม้านั่งสำรองยังมี "ภิญโญ อินพินิจ" จรวดทางเรียบเพื่อนตำรวจ และ "ปกรณ์ เปรมภักดิ์" ที่เพิ่งพิสูจน์ให้หลายคนเห็นว่า "มีดีกว่าที่คิด" ในเกมเมื่อวานนี้ กับ 1 ประตู 1 แอสซิสต์ และเรียกจุดโทษให้ทีมได้ด้วย

และที่จะไม่พูดถึงคงไม่ได้ ต้องคนนี้เลย "ทริสตอง สมชาย โด" แบ็กขวาลูกครึ่งฝรั่งเศส ที่เมื่อวานเติมเกมรุกกระจุย แต่เกมรับไม่กระจาย ขึ้นเร็ว-ลงเร็ว รับผิดชอบพื้นที่ฝั่งขวาได้เยี่ยมสุดๆ ทดแทน "นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม" ได้สบายๆ (หรืออาจจะดีกว่าด้วยซ้ำ?!)

แล้วยิ่งมาซัดประตูที่ 3 ด้วยอีซ้าย แบบหมุนตัว 360 องศาลูกนั้นอีก เสียงกรี๊ดเสียงเฮนี่ลั่นหน้าจอทีวีกันทุกหลังคาเรือนสิครับ!!

ตอนนี้กลายเป็น "โค้ชโชค-โชคทวี พรหมรัตน์" ผู้ดูแลทีมชุดนี้ ที่ต้องปวดหัวแทนซะแล้ว เมื่อลูกทีมแต่ละคนขวัญและกำลังใจดีเหลือเกิน จะจับใครลงก็ต้องคิดหนักหน่อยล่ะ

รอบรองชนะเลิศ คู่แข่งของทีมชาติไทย ต้องรอผล ระหว่างเจ้าภาพ "สิงคโปร์" กับ "อินโดนีเซีย" ที่วันนี้มีคิวต้องพบกันเพื่อแย่งตำแหน่งรองแชมป์กลุ่มเอพอดี หลังจาก "เมียนมา" คว้าแชมป์กลุ่มเข้าไปรอพบ "เวียดนาม" ในรอบตัดเชือกก่อนแล้ว

วันที่ 13 มิ.ย. นี้ มาช่วยกันเชียร์ทีมชาติไทยของเรากันต่อครับ เจอใครชั่วโมงนี้ก็ไม่ต้องกังวลอะไรแล้ว ค่อยๆเล่นเหมือนที่ซ้อม สมาธิดีๆ ผมมั่นใจในทีม ผมเชื่อว่าแชมป์ซีเกมส์สมัยที่ 15 คงไม่ใช่งานยากอะไร

อ่านมาถึงตรงนี้ คงมีบางคนหมั่นไส้ แหม่ จะออกตัวแรงอะไรนักหนา ไม่เอานะครับ ไม่ต้องมาท้าผม ว่าถ้าไม่ได้แชมป์แล้วกล้า "โกนหงโกนหัว" มั้ย? หรือทำอะไรเทือกนั้น

"คนมีศรัทธา" กับ "คนขี้โม้" มันคนละอย่างกันครับ

เรื่องโดย : "น้องเพชร"