5 เรื่องน่ารู้ "บัวขาว บัญชาเมฆ" ก่อนหวนคืนสู่ราชดำเนินครั้งแรกในรอบ 18 ปี

5 เรื่องน่ารู้ "บัวขาว บัญชาเมฆ" ก่อนหวนคืนสู่ราชดำเนินครั้งแรกในรอบ 18 ปี
stadiumth

สนับสนุนเนื้อหา

การกลับมาขึ้นชกบนเวทีมวยราชดำเนินอีกครั้งของ บัวขาว บัญชาเมฆ ซูเปอร์สตาร์มวยของเมืองไทย ในวันที่ 19 สิงหาคมนี้ มีคิวขึ้นชกกับ โคตะ มิอูระ นักชกหนุ่มสุดฮอตจากแดนปลาดิบ ในรายการศึก KAT Presents Legend of Rajadamnern: Buakaw vs. Kota

น้อยคนนักจะเคยได้เห็น บัวขาว ขึ้นชกบนเวทีราชดำเนิน ก่อนจะถึงวันนั้นมารู้จักเรื่องราวของเขาให้มากขึ้นผ่าน 5 เรื่องราวต่อไปนี้

มวยรองที่ลุมพินี

ในบรรดาพี่น้อง 5 คน บัวขาว เป็นบุตรคนที่ 4 ของครอบครัวบัญชาเมฆ เขาเริ่มชกมวยไทยตั้งแต่ 8 ขวบอยู่ที่จังหวัดสุรินทร์บ้านเกิด กระทั่ง 7 ปีต่อมา บัวขาว ได้เข้ามาเป็นนักมวยของ “กำนันแก๊” ประมุข โรจนตัณฑ์ เจ้าของค่ายมวย ป.ประมุข ทำให้เขามีโอกาสได้ขึ้นชกในศึกวันทรงชัยที่เวทีลุมพินี พระราม 4

ในรั้วลุมพินี บัวขาว ยังเป็นเพียงนักมวยหน้าใหม่ ไม่มีชื่อเสียงโด่งดังมากนัก มีจุดเด่นคือความแข็งแรงและความใจสู้ แต่จุดอ่อนก็ยังมีให้แก้อีกมาก โดยเฉพาะเหลี่ยมมวยที่ยังไม่ถึงขั้นและทำให้เขาแพ้อยู่บ่อยครั้ง

เปิดตัวเหมือนฝัน แต่ไม่ดัง

อย่างไรก็ตามด้วยความที่ไม่ใช่มวยดังทำให้เขาโปรโมเตอร์เจ้าอื่นขอบัวขาวไปชกข้ามรายการอยู่เป็นประจำ และนั่นเองที่ทำให้เขาได้มีโอกาสขึ้นชกบนเวทีดังระดับตำนาน

ไฟต์เปิดตัวของบัวขาวที่ราชดำเนิน เกิดขึ้นในวันที่ 29 พฤษภาคม 2543 โดยพบกับ เวหาสน์ ลูกพระบาท ด้วยความที่เป็นมวยใหม่เหมือนกัน ทำให้บัวขาวที่แข็งแรงกว่า ฟันศอกเอาชนะน็อกไปได้ในยกที่ 4

แม้จะเปิดตัวได้สวย และมีโอกาสได้ต่อยบนเวทีราชดำเนินอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้ทำให้เขามีชื่อเสียงมากขึ้นแต่อย่างใด ในขณะเดียวกัน บัวขาว ตระเวนชกไปอีกหลายเวที แต่ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดก็คือเวทีมวยสยามอ้อมน้อยที่เขาสามารถคว้าแชมป์รุ่นเฟเธอร์เวท 135 ปอนด์และแชมป์รุ่นไลท์เวท 126 ปอนด์ของเวทีสยามอ้อมน้อย รวมไปถึงคว้าแชมป์มวยรอบมาราธอน ที่เวทีมวยลุมพินี ในรุ่น 140 ปอนด์ เมื่อปี 2002

ขณะที่ไฟต์สั่งลาราชดำเนินมีขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 20 พฤษภาคม 2547 บัวขาว ต่อน้ำหนักให้กับ มั่นคง เกียรติสมควร ชกในพิกัด 138/140 ปอนด์ ก่อนจะเอาชนะคะแนนไปได้แบบไม่ยาก

ดำ ดอทคอม โกอินเตอร์

การชกที่เวทีสยามอ้อมน้อยทำให้บัวขาวได้ออกโทรทัศน์อยู่บ่อยครั้ง บวกกับการได้แชมป์ทำให้เขาเป็นที่รู้จักมกาขึ้น หลังจากได้แชมป์มวยรอบเมื่อปี 2002 บัวขาวถูกทาบทามจากโปรโมเตอร์ต่างประเทศให้ไปชกที่ต่างแดน 

ในปี 2004 บัวขาว ได้ขึ้นชก K-1 ครั้งที่ ในรายการ K-1 World MAX 2004 ที่จัดขึ้นที่กรุงโตเกียว ประเทศ ซึ่งเป็นทัวร์นาเมนท์แข่งแบบแพ้คัดออก แม้จะลงแข่งเป็นครั้งแต่ บัวขาว ก็โชว์ความแข็งแรงเอาชนะคู่แข่งได้ 3 รวด โดยในรอบล้มแชมป์เก่าอย่าง มาซาโตะ จากญี่ปุ่น พร้อมแบ่งเข็ดขัดแชมป์มาครองได้ ชัยชนะที่แดนอาทิตย์อุทัยทำให้บัวขาวกลายเป็นกลายเป็นซูเปอร์สตาร์ในชั่วข้ามคืน 

แม้ว่าปีต่อมา บัวขาว จะเสียแชมป์ K-1 ให้กับ แอนดี้ ซาวเวอร์ นักคิกบ็อกเซอร์ชาวเนเธอร์แลนด์ หลังแพ้คะแนนอย่างเป็นที่น่ากังขา

ในปี 2006 บัวขาว กลับมา K-1 อีกครั้งอย่างยิ่งใหญ่ ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศได้เป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน ก่อนจะทวงเข็มขัดแชมป์กลับมาได้สำเร็จ พร้อมสร้างสถิติเป็นนักสู้คนแรกที่คว้าแชมป์ K-1 ได้ถึง 2 สมัย 

5 ปีต่อมา บัวขาว เบนเข็มกลับมาชกทัวร์นาเม้นท์มวยไทยอีกครั้งในรายการ ไทยไฟต์ อีกหนึ่งรายการที่ดังในระดับนานาชาติ เขาตอกย้ำความยิ่งใหญ่ของตัวเองด้วยการคว้าแชมป์ รุ่น 70 กิโลกรัม ได้ถึง 2 สมัยติดต่อกัน

หลังจากนั้นเขายังคงโกอินเตอร์อยู่เรื่อยๆ มีโอกาสได้ขึ้นต่อสู้ในรายการพิเศษอีกหลายรายการ อาทิ คุนหลุน ไฟต์ รวมถึงแมตช์การต่อสู้ที่เป็นกระแสกับ อี้ หลง นักศิลปะการต่อสู้วูซูของจีน

ซูเปอร์สตาร์นอกสนาม

ในแง่การศึกษา บัวขาว มีดีกรีเป็นถึงด็อกเตอร์ สำเร็จการศึกษาปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (ปริญญาเอก) สาขาวิชายุทธศาสตร์ การพัฒนาภูมิภาค (กลุ่มการศึกษาและจัดการภูมิปัญญา) มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์

ในขณะเดียวกันบนพื้นที่กว่า 100 ไร่ ในอำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ ยังเป็นที่ตั้งของ "บัวขาว วิลเลจ" อาณาจักรแห่งการพักผ่อนครบวงจรของ "บัวขาว บัญชาเมฆ"  นอกจากนี้ในฐานะประธานมูลนิธิบัญชาเมฆ เขาเป็นหัวเรือใหญ่ในการทำหน้าที่จิตอาสาในด้านต่างๆ

ล่าสุดไม่นานมานี้ยอดมวยไทย เพิ่งเข้ารับตำแหน่งบอร์ดบริหารของ สมาคมกีฬาคิกบ็อกซิ่งแห่งประเทศไทย พาทีมประสบความสำเร็จในซีเกมส์ 2021 ด้วยการคว้า 2 เหรียญทอง 4 เหรียญเงิน 6 เหรียญทองแดง พร้อมทั้งยังนั่งตำแหน่งประธานพัฒนากีฬามวยเวทีราชดำเนินเพื่อยกระดับมวยไทยให้ไปสู่ระดับนานาชาติ

18 ปี หวนคืนสู่ราชดำเนิน

วันที่ 19 สิงหาคมนี้ บัวขาว บัญชาเมฆ กำลังจะหวนคืนสู่เวทีราชดำเนินอีกครั้ง น้อยคนนักจะได้เห็นซูเปอร์สตาร์นักมวยของเมืองไทยขึ้นชกบนเวทีระดับตำนาน โดยขึ้นชกกับ “โคตะ มิอูระ” นักสู้ MMA ทายาทของ “คิง คาซู” คาซึโยชิ มิอุระ นักฟุตบอลระดับตำนานของญี่ปุ่น ในกติกา โดจะขึ้นชกเป็นคู่ที่ 9 ซึ่ง 8 คู่ก่อนหน้านั้นอัดแน่นไปด้วยมวยไทยระดับคุณภาพ