ไขข้อข้องใจ : นมเหมาะสม และมีประโยชน์ต่อนักกีฬาจริงหรือ ?

ไขข้อข้องใจ : นมเหมาะสม และมีประโยชน์ต่อนักกีฬาจริงหรือ ?
Main Stand

สนับสนุนเนื้อหา

นม เป็นอาหารที่อยู่คู่กับมนุษย์มาอย่างยาวนาน เราทุกคนได้รับรู้ว่ามันมีประโยชน์มาตั้งแต่เด็ก การดื่มนมในแต่ละวันจึงถือเป็นเรื่องปกติสำหรับใครหลายคน

สำหรับนักกีฬาที่เป็นอาชีพที่ต้องมีการดูแลร่างกาย รวมถึงต้องควบคุมอาหารมากกว่าคนทั่วไป คำถามหนึ่งที่หลายคนอาจข้องใจมานานคือ "นมเหมาะสมกับนักกีฬาหรือไม่ ?"

Main Stand จะขอพาไปไขข้อข้องใจและชวนมาหาคำตอบว่า นมเหมาะสมและมีประโยชน์ต่อนักกีฬาอย่างไรบ้าง ? ซึ่งแน่นอนว่านมเองก็มีข้อเสีย รวมถึงไม่ได้เหมาะกับนักกีฬาทุกคนด้วยเหมือนกัน

เพื่อนแท้หลังออกกำลังกาย

หลายคนคงทราบดีอยู่แล้วว่า นม เป็นอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายมากเพียงใดสำหรับนักกีฬา สารอาหารสำคัญที่ได้จากนมที่มีประโยชน์ต่อร่างกายมีดังต่อไปนี้

1. โปรตีน : สารอาหารสำคัญที่มีส่วนช่วยในการพัฒนาความสามารถของนักกีฬา เพราะโปรตีนมีส่วนสำคัญในการเสริมสร้างกล้ามเนื้อ และยังช่วยให้นักกีฬามีสุขภาพดีตลอดเวลา โดยนมชนิดที่อุดมด้วยโปรตีนคุณภาพสูงที่เหมาะสำหรับนักกีฬา คือ นมวัว 

2. แคลเซียม : แคลเซียมถือเป็นอีกหนึ่งสารอาหารสำคัญสำหรับนักกีฬาและสามารถพบได้มากในนม โดยแคลเซียมมีส่วนช่วยในการทำให้กระดูกของมนุษย์แข็งแรง, ส่งเสริมการยืดหดของกล้ามเนื้อ และช่วยพัฒนาการชักนำของระบบประสาท แคลเซียมจึงเป็นสารอาหารที่สำคัญสำหรับนักกีฬาทุกเพศทุกวัย

3. คาร์โบไฮเดรต : ปิดท้ายกันด้วย คาร์โบไฮเดรต สารอาหารที่คนไม่ค่อยพูดถึงนักเมื่อกล่าวถึงประโยชน์ที่ได้รับจากการดื่มนม แต่แท้จริงแล้วคาร์โบไฮเดรตที่มาจากน้ำตาลในอาหารจากธรรมชาติ เช่น นม หรือ ผลไม้ ถือเป็นแหล่งพลังงานที่เหมาะสมกับนักกีฬามากที่สุด เนื่องจากน้ำตาลจากธรรมชาติเหมาะกับกิจกรรมที่ใช้การเผาผลาญพลังงานอย่างเข้มข้น เช่นการใช้ในการวิ่งขึ้นเขา, วิ่งแข่ง หรือ ว่ายน้ำ

 

กล่าวโดยสรุปแล้ว นม จึงเป็นอาหารที่ประกอบคุณประโยชน์มากมาย นั่นจึงทำให้ นม ถูกเลือกใช้เป็นอาหารหลักสำหรับนักกีฬาที่ต้องการสารอาหารเพื่อฟื้นฟูร่างกาย เนื่องจากนมสามารถกระตุ้นการเผาพลาญโปรตีนในกล้ามเนื้อซึ่งจะนำมาสู่การปรับบาลานซ์โปรตีนในกล้ามเนื้อ ท้ายที่สุดกล้ามเนื้อที่ได้รับความเสียหายจากการเล่นกีฬาจะได้รับการซ่อมแซมด้วยความเร็วที่มากยิ่งขึ้น

นม จึงถูกยกย่องในฐานะโปรตีนบริสุทธิ์ที่มาในรูปแบบของอาหารจากธรรมชาติ นี่จึงทำให้มีการวิจัยอย่างจริงจังเกี่ยวกับประโยชน์ของโปรตีนจากนม และผลการวิจัยนั้นถูกนำไปใช้โดยทีมกีฬาชั้นนำของโลก เช่น Team USA หรือ ทีมชาติสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีการวิจัยที่ครอบคลุมทั้งกับ นมวัว และ นมถั่วเหลือง

ก่อนนำมาสู่คำตอบที่ว่า นมวัว โดยเฉพาะ นมช็อกโกแลต มีส่วนช่วยในการพัฒนาระบบกลศาสตร์ของร่างกายและลดความเสียหายของกล้ามเนื้อ เนื่องจากนมช็อกโกแลตมีคาร์โบไฮเดรตสูงที่จะช่วยในการฟื้นฟูระดับไกลโคเจนในร่างกายได้ ส่วน นมถั่วเหลือง สามารถทดแทนและมีประสิทธิภาพในรูปแบบที่ใกล้เคียงกับนมวัวได้เหมือนกัน แต่จะให้โปรตีนในปริมาณที่น้อยกว่า โดยนมวัวหนึ่งแก้วจะให้โปรตีน 8 กรัม ส่วนนมถั่วเหลืองหนึ่งแก้วจะให้โปรตีน 7 กรัม

ขณะที่ นมช็อกโกแลต ถือเป็นนมที่เหมาะกับนักกีฬามากที่สุด เนื่องจากสารอาหารที่มาพร้อมกับนมชนิดนี้ถูกมองเป็น "อัตราส่วนทองคำ" เนื่องจากผู้ที่ดื่มนมช็อกโกแลตจะได้รับโปรตีน 1 กรัม ต่อการได้รับคาร์โบไฮเดรต 3-4 กรัม ซึ่งถือเป็นอัตราส่วนสารอาหารที่เหมาะสมที่สุดในการฟื้นฟูร่างกายหลังออกกำลังกาย

 

นี่เรายังไม่นับประโยชน์ของการดื่มนมเพื่อเข้าไปทดแทนของเหลวที่สูญเสียหลังการเล่นกีฬาหรือการออกกำลังกาย โดยส่วนประกอบของนม 90 เปอร์เซ็นต์ คือ น้ำ ซึ่งมาพร้อมกับของแถมสุดพิเศษคือแร่ธาตุมากมาย ไล่ตั้งแต่ แคลเซียม, โพแทสเซียม จนถึงแมกนีเซียม แถมยังมีน้ำตาลที่จะเข้าไปเติมระดับกลูโคสในกล้ามเนื้ออีกด้วย

นมวัว จึงถูกใช้เป็นเครื่องดื่มสำหรับการฟื้นฟูร่างกายของนักกีฬา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการออกกำลังกายที่ต้องพึ่งพาความอดทนและความต้านทานของร่างกายสูง เนื่องจากร่างกายของมนุษย์หลังจากออกกำลังกายในลักษณะดังกล่าว จะต้องการสารอาหารที่พร้อมถูกดูดซับเข้ามาสู่ร่างกายด้วยความรวดเร็ว นมที่อุดมไปด้วยโปรตีน, คาร์โบไฮเดรต, วิตามิน, แร่ธาตุ และน้ำ จึงเหมาะกับความต้องการของร่างกายของนักกีฬาเป็นอย่างมาก

ด้วยเหตุนี้ นม จึงกลายเป็นอาหารที่สำคัญมากสำหรับนักกีฬา รวมถึงบุคคลทั่วไปที่เพิ่งผ่านการออกกำลังกายอย่างหนักมา เพราะนมจะเข้าไปช่วยในการสังเคราะห์พลังงานในกล้ามเนื้อ ที่จะช่วยฟื้นฟูและปรับสภาพกล้ามเนื้อ รวมถึงฟื้นฟูระบบของเหลวในร่างกายของมนุษย์ ผู้ที่ใช้ร่างกายอย่างหนักจึงมีการดื่มนมหลังจากเล่นกีฬาราว 30-60 นาที ซึ่งถือเป็นทางเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับใครก็ตามที่ไม่ต้องการดื่มเครื่องดื่มเสริมพลังงานหลังการออกกำลังกาย

สร้างผลดีต่อนักกีฬา แต่ไม่ใช่ดื่มทุกเวลา 

แม้ นม จะเป็นเครื่องดื่มที่เต็มไปด้วยสารอาหาร แต่ไม่มีอะไรบนโลกที่จะมีแต่ข้อดี นม ก็เช่นเดียวกัน เพราะแท้จริงแล้วนมที่เหมาะสมกับมนุษย์มากที่สุดคือนมจากอกแม่ แต่นมที่เราดื่มกันทุกวันนี้ส่วนใหญ่เป็นนมจากเต้าวัว ซึ่งแน่นอนว่ามันไม่ได้เหมาะสมกับความต้องการของร่างกายมนุษย์ไปเสียทั้งหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันที่ฟาร์มโคนมพยายามลดต้นทุนด้วยการใช้อาหารคุณภาพต่ำสำหรับวัวที่เลี้ยงไว้เพื่อใช้นม

สารอาหารหนึ่งที่ขาดหายจากนมวัวยุคปัจจุบัน คือ โอเมก้า 3 ซึ่งเกิดจากการผลิตนมหลังกินหญ้า แต่เนื่องจากระบบอุตสาหกรรมโคนมในปัจจุบันทำให้วัวเปลี่ยนมากินอาหารจำพวกถั่ว ข้าวโพด และธัญพืช ส่งผลให้สารอาหารในนมวัวกลายเป็นโอเมก้า 6 ซึ่งมีประโยชน์ต่อร่างกายมนุษย์น้อยกว่า นี่ยังไม่นับยาปฏิชีวนะที่วัวต้องกินเข้าไป ซึ่งจะมีส่วนที่ตกค้างมาสู่นมที่เราดื่มกันทุกวันนี้

นี่จึงเป็นเหตุให้คนจำนวน 65 เปอร์เซ็นต์จากทั่วโลกเคยประสบอาการแพ้แลคโตสจากการดื่มนม ซึ่งก่อให้เกิดอาการท้องอืด ไม่ต้องสงสัยเลยว่านักกีฬาชื่อดังระดับโลกหลายคน เช่น โนวัค ยอโควิช หรือ ทอม เบรดี้ ต่างเคยประสบกับอาการนี้ หรืออย่างน้อยพวกเขาก็มีความรู้เกี่ยวกับอาการแพ้แลคโตสหลังดื่มนม จนทำให้ทั้งคู่เลิกดื่มนมวัวไปแล้วในปัจจุบัน

ขณะเดียวกัน นม ซึ่งถูกยกย่องอย่างมากในฐานะอาหารที่เหมาะสมกับนักกีฬาโดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากการออกกำลังกาย แท้จริงแล้วก็ไม่ได้เหมาะกับนักกีฬาตลอดเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่นักกีฬากำลังเข้าคอร์สไดเอต โดยถ้าไม่นับเนื้อแดงที่เป็นของต้องห้ามสูงสุดแล้ว นม ก็ถือเป็นอาหารที่นักกีฬาควรหลีกเลี่ยงมากที่สุดในช่วงไดเอต เนื่องจากนมเต็มไปด้วยไขมันอิ่มตัว

 

อาหารที่เหมาะสมกับการไดเอตมากที่สุดย่อมเป็นผักและผลไม้ ซึ่งความจริงแล้วมีงานวิจัยไม่น้อยที่บอกไว้ว่า แคลเซียมที่ดีที่สุดจากธรรมชาติไม่ได้มาจากนมแต่มาจากผักใบเขียวเสียมากกว่า โดยงานวิจัยกล่าวว่า ร่างกายของมนุษย์จะดูดซึมแคลเซียมจากนมได้เพียง 30 เปอร์เซ็นต์ แต่จะสามารถดูดซึมแคลเซียมจากผักใบเขียวได้ถึง 50 เปอร์เซ็นต์หรือมากกว่า

ถึงตรงนี้คงชัดเจนแล้วว่า นม ไม่ใช่อาหารที่นักกีฬาสามารถดื่มได้ตลอดเวลาและเหมาะสมกับทุกคน แต่ถึงอย่างนั้น นม ก็ยังมีประโยชน์และสามารถฟื้นฟูร่างกายแก่นักกีฬาได้แน่นอน เป็นที่ตัวนักกีฬาเองที่จำเป็นต้องรู้ว่า ร่างกายของตนกำลังต้องการสารอาหารประเภทใดและควรจะกินอะไรเพื่อตอบโจทย์ร่างกายของตน

ท้ายที่สุดคนที่ตัดสินใจว่าจะมอบอาหารอะไรให้กับร่างกายไม่ใช่ใครที่ไหนนอกจากตัวเราเอง หากนักกีฬาเลือกดื่มนมได้อย่างเหมาะสม น้ำสีขาวจากธรรมชาติชนิดนี้จะสามารถสร้างประโยชน์ได้มากมาย และจะกลายเป็นเครื่องดื่มที่เหมาะสมกับนักกีฬาอย่างแน่นอน