"วิรัต โคห์ลี" : เหตุใดนักคริกเกตชาวอินเดียจึงมีค่าจ้างโพสต์ IG สูงกว่า "เลบรอน เจมส์"

"วิรัต โคห์ลี" : เหตุใดนักคริกเกตชาวอินเดียจึงมีค่าจ้างโพสต์ IG สูงกว่า "เลบรอน เจมส์"

"วิรัต โคห์ลี" : เหตุใดนักคริกเกตชาวอินเดียจึงมีค่าจ้างโพสต์ IG สูงกว่า "เลบรอน เจมส์"
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

เมื่อ Hopper HQ บริษัทการตลาดผู้เชี่ยวชาญด้าน Instagram เปิดเผย 10 อันดับนักกีฬาที่มีค่าจ้างโพสต์ใน IG สูงที่สุดประจำปี 2021 ก็เกิดหนึ่งคำถามขึ้นมาทันที

"อันดับที่ 4 คือใคร?" นี่คือคำที่หลายคนถามถึง วิรัต โคห์ลี นักกีฬาคริกเกตชาวอินเดีย ที่ติดอันดับทั้งยอดผู้ติดตามและอันดับค่าจ้างโพสต์ใน IG สูงกว่า เลบรอน เจมส์ สตาร์ค้างฟ้าจาก NBA

เพื่อให้คำถามนี้หมดไป นี่คือเรื่องราวที่อยู่เบื้องหลังอันดับท็อป 10 นี้.. ทำไม วิรัตน์ โคห์ลี จึงแซงหน้าสตาร์ดังจากทุกวงการขึ้นมาอยู่หัวแถวได้ ทั้งๆที่ชนิดกีฬาของเขานั้นมีคนดูเพียงไม่กี่ประเทศ? 

ติดตามได้ที่ Main Stand

รู้จักคริกเกต

คริกเกต ถือเป็นกีฬาที่ไกลตัวคนไทยมาก เหตุผลเพราะบ้านเราไม่มีการละเล่นแบบนี้ในวงกว้าง หลายคนไม่เข้าใจถึงความสนุกและเหตุผลที่ว่าเหตุใดกีฬาชนิดนี้จึงมีมูลค่ามหาศาลได้ ทั้งๆที่มีเพียง อินเดีย และประเทศรอบข้างอย่าง ปากีสถาน และ บังคลาเทศ ตลอดจนประเทศในเครือจักรภพอังกฤษบางชาติเท่านั้นที่มีคริกเกตเป็นกีฬายอดนิยม 

1มีคำกล่าวว่า "คริกเกต อยู่ในสายเลือดของชาวอินเดีย" แต่ที่จริงแล้วมันถูกนำเข้ามาพร้อมๆกับชาวอังกฤษ สมัยที่อังกฤษเป็นเจ้าอาณานิคมของอินเดีย 

ชาวอังกฤษมองว่า คริกเกต เป็นกีฬาที่จะสามารถยกระดับประชากรอินเดียที่พวกเขามองว่าคนขี้เกียจและล้าหลังได้ เพราะคริกเกตในอังกฤษนั้นถือเป็นกีฬาของสุภาพบุรุษชนชั้นสูง มีความสง่างาม ความอดทน และมีพลัง 

ผู้เล่นคริกเกต นอกจากจะต้องมีฝีมือทั้งเกมรุกและรับ ในการตี ขว้าง และวิ่งรับลูกแล้ว ยังเป็นการทดสอบสภาพจิตใจ ความอดทนของร่างกายในการแข่งขันที่ยาวนาน และต้องการทีมเวิร์กเพราะไม่สามารถชนะได้ด้วยผู้เล่นเพียงคนเดียว นี่จึงเป็นค่านิยมที่เจ้าอาณานิคมอังกฤษ ต้องการถ่ายทอดสู่สังคมอินเดีย ที่พวกเขามองว่าล้าหลัง ไม่มีชีวิตชีวา และขาดทีมสปิริต

การถูกตีค่าให้เป็นกีฬาของสุภาพบุรุษ และการไม่วางกฎเกณฑ์ใดๆด้านชั้นวรรณะ ไม่ว่าจะเกิดในวรรณะใด คุณก็สามารถเป็นนักคริกเกตที่โด่งดังได้หากมีฝีมือ ดังนั้น คริกเกต จึงเป็นกีฬาที่เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงก่อนเข้ายุค 1900s ที่ตามรัฐต่างๆมีสโมสรคริกเกตเกิดขึ้น มีการลงทุนกับการสร้างสนามซ้อมให้มีคุณภาพ เรียกได้ว่าการเป็นนักคริกเกตกลายเป็นฝันของเด็กๆทุกคน โดยเฉพาะกลุ่มวรรณะล่างๆที่ไม่ได้รับการยอมรับจากสังคม 

2กีฬาที่ดูมีวิธีการเล่นซับซ้อน กลายเป็นกีฬาที่ชาวอินเดียสามารถเข้าใจได้เป็นอย่างดี หากจะอธิบายให้เข้าใจง่ายๆคือ คริกเกต คือกีฬาที่ทีม 2 ทีมต้องแข่งขันกัน โดยสลับกันเป็นทีมตีและทีมรับในแต่ละช่วง (มี 2 ช่วง หรือ 2 อินนิ่ง) 

การนับคะแนนมี 3 แบบคือ 
1. หากผู้ขว้าง (Bowler) ขว้างเสีย 1 ลูก เท่ากับเสีย 1 คะแนนให้ทีมตรงข้าม
2. การวิ่งสวนกันของผู้ตีเพื่อทำคะแนน โดยการวิ่งสวนกัน 1 รอบเท่ากับ 1 คะแนน
3. ตีโดนบอล แล้วบอลตกในเขตสนามก่อนกลิ้งออกนอกเขตสนาม ได้ 4 คะแนน
4. ตีโดนบอล แล้วบอลลอยออกนอกเขตสนามเลย ได้ 6 คะแนน

ความฮิตฟีเวอร์ไปทั่วบ้านทั่วเมือง ทำให้ คริกเกต กลายเป็นทุกลมหายใจเข้าออกของชาวอินเดีย พวกเขาเรียนรู้และฝึกฝนจนกลายเป็นชาติที่แซงหน้าต้นตำรับอย่าง อังกฤษ กระทั่งการเป็นทีมคริกเกตอันดับ 1 ของโลก 

3เมื่อประชากรกว่า 1.3 พันล้านคนของประเทศที่มีประชากรมากเป็นอันดับ 2 ของโลก สามารถเข้าถึงกีฬาชนิดนี้ได้ และให้ความนิยมมันในฐานะ "กีฬาอันดับ 1" ของชาติ คริกเกต จึงเป็นกีฬาที่ทำเงินได้มากมาย และนั่นเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมผู้เล่นตำแหน่ง "มือตี" ที่ชื่อว่า วิรัต โคห์ลี จึงเป็นนักกีฬาที่มียอดติดตามในอินสตาแกรมมากกว่า 132 ล้านคน  

หากถามว่ามันมากขนาดไหน ก็เอาง่ายๆว่าเป็นรองเพียง คริสเตียโน่ โรนัลโด้, ลิโอเนล เมสซี่ และ เนย์มาร์ ซูเปอร์สตาร์จากโลกฟุตบอลเท่านั้น มากกว่า เลบรอน เจมส์, เดวิด เบ็คแฮม และ โรนัลดินโญ่ เสียอีก.. ทำไมยอดผู้ติดตามของเขาจึงมากได้ขนาดนั้น?

วิรัต โคห์ลี มือ 1 ของวงการ 

หาก เมสซี่ และ โรนัลโด้ คือมือ 1 ของวงการฟุตบอล ณ ปัจจุบัน วิรัต โคห์ลี ถือเป็นผู้เล่นประเภทนั้นสำหรับกีฬาคริกเกต 

สำหรับกีฬาคริกเกต ความสำคัญของผู้เล่นที่เป็น "กัปตันทีม" นั้นมีความสำคัญแตกต่างจากกีฬาชนิดอื่นๆ 

4เพราะในเมื่อนี่คือชนิดกีฬาที่บอกเล่าถึงการต่อสู้ ความสามัคคี และความเป็นหนึ่งเดียวกันจนอินเดียกลายเป็นประเทศที่ไม่ถูกใครปกครอง กัปตันทีมจึงเปรียบเสมือนแม่ทัพใหญ่ในการออกรบในสงคราม

พวกเขาจะต้องเก่งรอบด้าน ไม่ใช่แค่ตีเก่ง แต่ต้องสื่อสารเก่ง สั่งการเก่ง ลึกซึ้งในแทคติกการเล่น และแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าให้กับทีมได้ตลอดเวลา

จะบอกว่า วิรัต ในฐานะกัปตันทีมชาติอินเดียนั้นทำหน้าที่ราวกับว่าเป็นโค้ชที่ลงมาเล่นเองในสนามก็คงไม่ผิดนัก

กัปตันทีม คือผู้เล่นที่ต้องรับผิดชอบสูงที่สุด และความรับผิดชอบต่อหน้าที่ที่มากเป็นพิเศษนี้ก็แลกมาซึ่งความนิยมที่มากกว่าคนอื่นๆเป็นพิเศษด้วยเช่นกัน 

อลงกต เดือนคล้อย ทีมงาน Main Stand ที่เขียนบทความเกี่ยวกับกีฬาคริกเกต เคยได้มีโอกาสพูดคุยกับชาวอินเดียในประเทศไทย เกี่ยวกับเรื่องราวของ วิรัตน์ โคห์ลี ถึงความยิ่งใหญ่ของเขาในประเทศอินเดียนั้นมากขนาดไหน? 


เรื่องที่เกี่ยวข้อง

คริกเกตสร้างชาติ : เมื่อกีฬาจากอังกฤษกลายเป็นเครื่องมือสู่เอกราชของอินเดีย
 

คำตอบที่ได้รับคือ ไม่ว่าคุณจะเดินไปทางไหนก็ตามในเมืองใหญ่ๆของประเทศอินเดีย ป้ายโฆษณาของ วิรัต โคห์ลี จะขึ้นหราจนคุณสามารถรับรู้ถึงความโด่งดังได้เลย

เขาเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์และพรีเซนเตอร์ของสินค้าแทบทุกชนิด ในสนามเขาคือนักกีฬาซูเปอร์สตาร์ ขณะที่นอกสนาม วิรัต โคห์ลี คือซูเปอร์สตาร์ระดับดาราเบอร์ต้นๆของประเทศเลยก็ว่าได้  

นอกจากนี้ สตอรี่ก่อนจะโด่งดังของเขาก็ไม่ธรรมดา..

5วิรัต คือเด็กที่ชอบเล่นคริกเกตมาตั้งแต่เด็ก และเกิดในครอบครัวที่มีพ่อเป็นทนายความ จึงพอมีสตางค์ส่งเข้าเรียนคริกเกตในอคาเดมีที่ได้มาตรฐานตั้งแต่ 3 ขวบ จากนั้นก็พัฒนาตัวเองเรื่อยมาจนสามารถลงเล่นในลีกอาชีพของอินเดียได้ตั้งแต่อายุ 15 ปี 

เดิมทีเขาไม่ได้เก่งกาจจนถึงขั้นเป็นหมายเลข 1 ของโลกในช่วงแรก ทว่าหลังจากที่เขาอายุ 18 ปี พ่อของเขาที่เป็นแรงบันดาลใจ และเป็นคนหาเงินให้เขาได้รับการศึกษาและเรียนคริกเกตอย่างถูกวิธี กลับเสียชีวิตลงอย่างกะทันหันเนื่องจากโรคเส้นเลือดในสมองแตก 

จากนั้น วิรัต จึงจดจำความฝันของพ่อได้อีกครั้ง พ่อของเขาเคยบอกเสมอว่า คงจะดีหากลูกชายได้เติบโตขึ้นมาเป็นนักคริกเกตระดับตัวทีมชาติอินเดีย เขาจึงเริ่มตั้งใจพัฒนาตัวเองยิ่งกว่าเดิม จนกระทั่งสุดท้ายก็ได้รับโอกาสเป็นกัปตันทีมชาติอินเดีย ในรุ่นยู 19 แข่งขันรายการชิงแชมป์โลกเมื่อปี 2008 ก่อนจะกลายเป็นมือตีที่มีผลงานสม่ำเสมอมากที่สุด และกลายเป็นตัวหลักของทีมชาติอินเดียจนพาทีมคว้าแชมป์เวิลด์ คัพ ได้สำเร็จ 

6จะเห็นได้ว่าหากเราเอา วิรัต มาเปรียบเทียบกับ โรนัลโด้ หรือ เมสซี่ เราจะรู้ว่าพวกเขาต่างก็มีเส้นทางความโด่งดังคล้ายๆกัน มีพรสวรรค์, มีความพยายาม, มีสตอรี่ในเส้นทางอาชีพที่น่าประทับใจ และสุดท้ายมีคาแร็กเตอร์ที่ขายได้ จนกลายเป็นนักกีฬาที่เก่งที่สุดในชนิดกีฬาของตัวเอง และยังมีอิทธิพลต่อป๊อปคัลเจอร์ของผู้คนในประเทศอีกด้วย 

อย่างไรก็ตาม สำหรับคนในประเทศที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับคริกเกตมากนักอย่างเมืองไทย หรือที่อื่นๆ อาจจะสงสัยว่า ต่อให้เขาเก่งจริงกับกีฬาอย่าง คริกเกต แล้วมีเหตุผลอะไรที่ทำให้เขามียอดผู้ติดตาม และยอดค่าจ้างโพสต์รูปในอินสตาแกรมสูงกว่า เลบรอน เจมส์ สตาร์เบอร์ 1 แห่ง NBA ได้.. เรื่องนี้ไม่ใช่แค่เก่งอย่างเดียว แต่มันมีเรื่องปัจจัยต่างๆในประเทศอินเดียเข้ามาเสริมด้วย

การเติบโตด้านเทคโนโลยีในอินเดีย 

อินเดีย คือดินแดนแห่งโซเชียลมีเดียอย่างแท้จริง นี่คือเหตุผลหลักที่ วิรัต โคห์ลี มียอดผู้ติดตามสูงอย่างน่าเหลือเชื่อ และนี่คือเรื่องราวเบื้องหลังอันยิ่งใหญ่ทั้งหมด

ปัจจุบัน อินเดีย มีประชากรอินเทอร์เน็ตหรือประชากรที่เข้าถึงระบบอินเทอร์เน็ตแล้วจำนวนประมาณ 205 ล้านคน มากที่สุดเป็นอันดับสามของโลก ตัวเลขนี้ยังคงเติบโตขึ้นอีกเรื่อยๆในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา หลังจากอินเทอร์เน็ตเริ่มแพร่กระจายอย่างกว้างขวาง 

7ตัวเลขนี้สัมพันธ์กับยอดขายสมาร์ทโฟนนับตั้งแต่ปี 2016 อย่างชัดเจน ในขณะที่ประเทศอื่นๆคุ้นชินกับโทรศัพท์ที่สามารถเล่นอินเทอร์เน็ตได้ คนอินเดียกลับเพิ่งได้สัมผัสกับสมาร์ทโฟนที่มีทั้งราคาแพงและถูกตามกำลังของผู้ซื้อ ดังนั้น ความฮิตฟีเวอร์ในการใช้สมาร์ทโฟน และการใช้งานโซเชียลมีเดียของชาวอินเดียจึงเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว

สำนักข่าวอย่าง BBC รายงานตัวเลขไว้เมื่อ 2 ปีที่แล้วว่า การที่ประชากรอายุไม่เกิน 35 ปี ทั่วประเทศได้มีสมาร์ทโฟนใช้ ทำให้เกิดการส่งต่อและบอกผ่านความนิยมไปยังประชากรรุ่นอายุอื่นๆ จนทำให้ตัวเลขผู้ใช้สมาร์ทโฟนในอินเดียสูงขึ้นถึง 337 ล้านคน หรือคิดเป็น 1 ใน 4 ของประชากรทั้งหมดในประเทศ (1.4 พันล้านคน) 

นอกจากนี้ อินเดียยังเป็นประเทศที่เก่งกาจด้านอิเล็กทรอนิกส์มาแต่ไหนแต่ไร โดยเฉพาะที่นครมุมไบ ซึ่งถือเป็นตลาดใหญ่ในด้านการผลิตซอฟต์แวร์ทุกชนิด ดังนั้น การมีสมาร์ทโฟนเข้ามาจึงเป็นการต่อยอดที่สอดคล้องซึ่งกันและกัน จนที่สุดแล้วในปี 2019 ที่ผ่านมา อินเดียกลายเป็นประเทศที่มีตลาดสมาร์ทโฟนเติบโตมากที่สุดเป็นอันดับ 2 (รองจาก จีน) แซงหน้าสหรัฐอเมริกาไปเรียบร้อย

8เรื่องนี้แม้กระทั่ง ทิม คุก ซีอีโอคนปัจจุบันของ Apple ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนชื่อดังอย่าง "ไอโฟน" ก็ยังต้องเดินทางมาทำการตลาดโทรศัพท์ของพวกเขาถึงอินเดียเลยด้วยซ้ำ ในช่วงเวลาที่ สมาร์ทโฟน เป็นของใหม่และจำนวนประชากรที่มากถึง 1.4 พันล้านคน.. คือช่วงเวลาที่เทคโนโลยีและการใช้โซเชียลมีเดียของชาวอินเดียสุกงอมพอดิบพอดี.. และนั่นเป็นโชคชะตาที่กำหนดมาแล้วของ วิรัต โคห์ลี.. เขาโด่งดังแบบจริงจังเป็นครั้งแรกเมื่อได้รับการแต่งตั้งให้เป็นกัปตันทีม รอยัล แชลเลนเจอร์ส บังกาลอร์ (Royal Challengers Bangalore) เมื่อปี 2013 

ดังนั้น เมื่อนับนิ้วคำนวณดูกับช่วงเวลาที่สมาร์ทโฟนเริ่มเป็นที่นิยมในอินเดียจะเห็นได้ว่ามันสัมพันธ์กันพอดีเป๊ะ เขากลายเป็นนักกีฬาที่เก่งที่สุดในประเทศ แถมยังเป็นกีฬาที่มีความนิยมมากที่สุดในประเทศอีกด้วย

บู้ม! ทุกอย่างสัมพันธ์กันหมด ดังนั้น จึงไม่น่าแปลกใจนักที่เขาป๊อปปูล่าร์แบบสุดๆในโลกโซเชียล ซึ่งจุดนี้ยังมีความได้เปรียบจากการที่เขาเป็นคนอินเดียอีกอย่างหนึ่ง

ดินแดนแห่งโซเชียลและเซลฟี 

เมื่อมีโทรศัพท์ใช้ มีอินเทอร์เน็ตใช้ ย่อมนำมาซึ่งสิ่งที่ประชากรในโลกอินเทอร์เน็ตแทบทุกคนต้องมีนั่นคือ "โซเชียลมีเดีย" ซึ่งโซเชียลมีเดียนี้เอง เป็นเหมือนสิ่งที่เกิดมาเพื่อชาวอินเดียไม่แพ้กีฬาคริกเกตเลยด้วยซ้ำ

9หากคุณพิมพ์คำว่า Indian Selfie ลงใน Google คุณจะพบบทความจากเว็บไซต์ระดับโลกมากมายถึงความพิเศษในการใช้โซเชียลมีเดียของชาวอินเดีย พวกเขาเป็นคนที่ชอบถ่ายรูปและใช้กล้องเป็นอย่างมาก พวกเขาชอบที่จะได้ถ่ายรูปและอัพโหลดลงในโซเชียลมีเดีย และต่อให้ชาวอินเดียบางคนไม่มีโทรศัพท์หรือกล้องเป็นของตัวเอง หากพวกเขาเห็นเพื่อน หรือนักท่องเที่ยวต่างชาติยกกล้องขึ้นมาถ่ายรูปเซลฟี พวกเขาก็พร้อมจะเข้าไปถามว่า "สนใจอยากถ่ายด้วยไหม?"  

พวกเขาชอบเล่นโซเชียลและใช้กล้องตัวเองถ่ายรูป เพราะความเป็นของใหม่และเป็นกระแสที่ทั่วโลกสามารถเก็ตได้ไม่ว่าคุณจะมีสัญชาติอะไรก็ตาม การได้เซลฟีหรือถ่ายรูปสถานที่ต่างๆ ถือเป็นการได้แสดงความศิวิไลซ์อย่างหนึ่งของชาวอินเดีย และเป็นสิ่งที่พวกเขา "เอ็นจอย" กับมัน 

ขณะที่นิสัยการเล่นโซเชียลของนักใช้งานอินเทอร์เน็ตมือใหม่ในอินเดีย คือการชอบมีส่วนร่วมกับสิ่งรอบตัว (ในโลกโซเชียล) พวกเขาไม่ลังเลที่จะกดติดตามคนที่ชอบในแบบเดียวกัน และไม่ลังเลที่จะ "เพิ่มเป็นเพื่อน" กับคนอื่นๆ แม้ไม่เคยเจอหน้ากันบนโลกแห่งความจริงเลยก็ตาม

10บีบีซี เคยสัมภาษณ์เกี่ยวกับความชอบในการถ่ายภาพและใช้งานโซเชียลของชาวอินเดียในกรุงนิวเดลี ปรากฏว่าพวกเขาเจอกับนักศึกษาระดับมหาวิทยาลัยที่ยอมรับว่า เหตุผลที่ต้องถ่ายรูปและอัพเดตตลอดๆก็เพื่อเพิ่มผู้ติดตาม และอยากให้มีรูปสวยๆให้เพื่อนๆในโซเชียลมีเดียได้เห็นนั่นเอง 

นี่ไม่ใช่เรื่องที่คิดกันไปเอง ชาวอินเดียคลั่งไคล้การเซลฟีมากจนถึงขั้นที่ ดร.อนัป เดียห์ (Annup Dhir) ศัลยแพทย์ตกแต่งในกรุงนิวเดลี ให้สัมภาษณ์กับเว็บไซต์ India Times ไว้ว่า ทุกๆเดือนเขาจะมีลูกค้าราว 25 คน ที่ขอปรับเปลี่ยนใบหน้าหรือสีผิวของตัวเอง ด้วยเหตุผลเพราะต้องการจะทำให้ภาพเซลฟีของพวกเขาออกมาสมบูรณ์แบบ.. นี่แหละคือการยืนยันถึงความคลั่งไคล้ของชาวอินเดียได้เป็นอย่างดี

IG และ ชาวอินเดีย 

พวกเขามีอินเทอร์เน็ตแล้ว ช่ำช่องเรื่องการถ่ายภาพและใช้โซเชียลมีเดียแล้ว มาถึงปัจจัยข้อสุดท้ายที่ว่าทำไม วิรัต โคห์ลี จึงมียอดผู้ติดตามในแอปพลิเคชันอย่าง อินสตาแกรม มากมายนัก?.. คำตอบอยู่ในคำถาม นั่นก็เพราะคนอินเดียใช้อินสตาแกรมเยอะมากนั่นเอง 

11จะมีแอปพลิเคชันอะไรจะเหมาะกับการลงรูปถ่ายหรือคลิปวิดีโอสั้นๆมากกว่า อินสตาแกรม อีก?.. ไม่มีอีกแล้ว ชาวอินเดียมีนิสัยในการเล่นโซเชียลที่สอดคล้องกับฟีเจอร์ของอินสตาแกรม ดังนั้น ชาวอินเดียจึงแห่กันสมัครบัญชีอินสตาแกรมกันแทบทุกคนที่มีสมาร์ทโฟนเป็นของตัวเอง จนทำให้พวกเขาเป็นประเทศที่มีผู้ใช้งานอินสตาแกรมหน้าใหม่ราวเดือนละ 120 ล้านคน (อันดับ 1 คือสหรัฐอเมริกา 140 ล้านคน) 

120 ล้านคนต่อเดือนและเพิ่มขึ้นเรื่อยๆต่อจากนี้ แม้จะยังมีประชากรในประเทศอีกเยอะที่ยังเข้าไม่ถึงสมาร์ทโฟนและโซเชียลมีเดีย.. แต่เชื่อว่าอีกไม่นาน ตัวเลขระยะห่าง 20 ล้านของสหรัฐฯ ที่นำอินเดียอยู่ คงโดนตีตื้นขึ้นมาเรื่อยๆอย่างแน่นอน 

ปัจจุบัน อินสตาแกรม ถือเป็นสื่อกระแสหลักของร้านค้าในระดับ SME ของอินเดียแบบสุดๆ เพราะมันตรงจริตกับผู้คนในประเทศ เพราะมันง่ายกว่าการเดินทางไปห้างสรรพสินค้า ส่วนหนึ่งเพราะสถานที่ต่างๆของประเทศยังมีการคมนาคมที่ค่อนข้างวุ่นวาย นอกจากนี้ยังเข้าถึงผู้ใช้อินสตาแกรมในประเทศได้ดี เนื่องจากคนอินเดียชอบจะมีปฏิสัมพันธ์กันบนโลกโซเชียล ชอบถ่ายรูป ตอบตอบโต้ และไม่ลังเลที่จะกดติดตามร้านค้า หรือนักรีวิวสินค้า ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทำให้ยอดขายดีขึ้นเป็นเงาตามตัว 

ที่สำคัญคือการทำร้านขายของในอินสตาแกรมให้คนส่วนใหญ่เห็นนั้นง่ายกว่าการลงทุนกับการโฆษณาใน Google แบบที่แบรนด์ใหญ่ทำ ที่ถึงแม้จะมีประสิทธิภาพ แต่ก็ต้องแลกมากับราคาที่แพงกว่าการโฆษณาใน IG เยอะ 

12เราแทบไม่ต้องยกเคสของ วิรัต โคห์ลี มาอธิบายเลยด้วยซ้ำ ขนาดร้านค้าหรือคนธรรมดายังมีผู้ติดตามมาก และมีบัญชีอินสตาแกรมที่เคลื่อนไหวตลอดเวลา ดังนั้น เขาในฐานะนักคริกเกตที่ดีที่สุดในประเทศ ใครบ้างจะไม่อยากติดตาม ยอดผู้ติดตาม 132 ล้านคนของเขา เป็นเครื่องยืนยันได้เป็นอย่างดีว่าคนอินเดียชื่นชมและชอบมีบทบาทในโซเชียลมีเดียขนาดไหน  

ไม่แปลกเลยที่ยอดค่า "จ้างโพสต์" ต่อ 1 โพสต์บนอินสตาแกรมของเขาจะมีมูลค่าเฉลี่ยสูงถึง 21 ล้านบาท เพราะนักกีฬาดังนำมาซึ่งภาพจำและภาพลักษณ์ที่ดีของสินค้า สำหรับ วิรัต โคห์ลี ที่มียอดติดตามในอินสตาแกรมสูงยิ่งกว่าค่าเฉลี่ยการใช้อินสตาแกรมในประเทศอินเดีย จึงเป็นการลงทุนที่ถึงแม้จะมีราคาแพง แต่ก็คุ้มค่าและทำให้เจ้าของแบรนด์เชื่อใจได้ว่า หากสินค้าของพวกเขาถูกอัพโหลดในบัญชีของ วิรัต จะมีผู้เห็นสินค้ามากมาย ยอดไลก์กระหน่ำ และยอดคอมเมนต์กระจายอย่างไม่ต้องสงสัยเลยทีเดียว 

การเติบโตในฐานะยอดนักกีฬาของ วิรัต โคห์ลี อาจจะไม่ต่างกับนักกีฬาคริกเกตระดับตำนานของอินเดียรุ่นก่อนๆ แต่สิ่งที่แตกต่างก็คือ "ยุคสมัย" ที่พวกเขาเติบโตต่างหาก ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้พวกเขามีชื่อเสียง มีภาพลักษณ์ และมีรายได้มากมาย ในแบบที่คนรุ่นเก่าๆไม่มีทางนึกถึงได้ 

อินเดีย จะยังคงเป็นประเทศที่เติบโตในการใช้ สมาร์ทโฟน, อินเทอร์เน็ต, โซเชียลมีเดีย หรือ อินสตาแกรม อย่างต่อเนื่องในช่วงเวลาหลังจากนี้.. นี่คือยุคสมัยที่เหมาะเจาะที่ วิรัต หรือนักกีฬาคริกเกตชาวอินเดียคนอื่นๆจะพัฒนาตัวเองเพื่อกลายเป็นคนดังในโลก IG เป็นอย่างยิ่ง 

13ไม่ใช่แค่เก่ง แต่เขาอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ทำให้ตัวเองกลายเป็นดาราหน้าหนึ่งของอินสตาแกรม แม้จะเป็นนักกีฬาคริกเกต ซึ่งเป็นกีฬาที่หลายประเทศไม่เข้าใจวิธีการเล่นหรือการดูอย่างไรให้สนุก แต่นั่นก็ไม่สำคัญอะไร เพราะเพียง อินเดีย และประเทศรอบข้าง ก็มากพอที่จะทำให้เขาเป็น อินสตาแกรมเมอร์ ที่มีผู้ติดตามและค่าจ้างโพสต์แซงหน้านักเตะระดับโลก หรือนักบาสระดับตำนานอย่าง เลอบรอน เจมส์ ได้

และนี่คือเหตุผลทั้งหมดของเรื่องนี้

อัลบั้มภาพ 31 ภาพ

อัลบั้มภาพ 31 ภาพ ของ "วิรัต โคห์ลี" : เหตุใดนักคริกเกตชาวอินเดียจึงมีค่าจ้างโพสต์ IG สูงกว่า "เลบรอน เจมส์"

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook