3 คีย์แมนวัดแชมป์ ไทย VS มาเลเซีย ใครเจ๋งกว่ากัน!

3 คีย์แมนวัดแชมป์  ไทย VS มาเลเซีย ใครเจ๋งกว่ากัน!
S! Sport

สนับสนุนเนื้อหา

ทีมชาติไทย ดีกรีแชมป์ 3 สมัยเปี่ยมไปด้วยนักเตะพลังหนุ่มฝีเท้าดีภายในทีม และหวังย้ำแค้นเอาชนะทีมชาติมาเลเซีย แชมป์ปี 2010 ได้อีกครั้ง ในรอบชิงชนะเลิศเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2014 ที่แข่งแบบเหย้า-เยือนในสัปดาห์นี้

และนี่คือ 3 คีย์แมนสำคัญที่อาจสร้างความแตกต่างในครั้งนี้



ชนาธิป สรงกระสินธ์, กองกลาง

ชนาธิป สรงกระสินธ์ โชว์ฟอร์มได้โดดเด่นสมฉายา “เมสซี่ เจ” ในการพาทีมชาติไทยผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ ด้วยความพลิ้ว บวกความเร็ว คล่อง และเซนส์บอลที่ดี ทำให้กองกลางวัย 21 ปีจากบีอีซี เทโรศาสน เป็นงานยากสำหรับคู่แข่งที่จะตามประกบได้อยู่หมัด

หลังมีบทบาทเป็นเพียงตัวประกอบในศึกเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2012 ชนาธิปกลายมาเป็นดาวเด่นของทีมชาติไทยชุดยู-23 ที่คว้าเหรียญทองฟุตบอลซีเกมส์เมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้วและได้อันดับ 4 ในการแข่งขันเอเชี่ยนเกมส์ที่เกาหลีใต้

จากผลงานที่โดดเด่นของเขาทั้งกับสโมสรและทีมชาติ ทำให้ได้รับความสนใจจากสโมสรในเจลีกของญี่ปุ่นและบุนเดส ลีกา เยอรมนี จึงไม่น่าแปลกใจหากเห็นชนาธิปได้โชว์ฝีเท้าในลีกต่างแดนในอนาคตอันใกล้นี้

ชาริล ชัปปุยส์, กองกลาง

ชาริล ชัปปุยส์ กองกลางลูกครึ่งไทย-สวิส ได้สวมเสื้อหมายเลข 7 ของทีมชาติไทยต่อจากจอมทัพคนเดิมอย่าง ดัสกร ทองเหลา และชัปปุยส์ก็โชว์ฟอร์มน่าประทับใจกลายเป็นห้องเครื่องตัวเก่งที่คอยปั้นเกมคุมจังหวะแดนกลางให้กับทัพช้างศึกสมกับที่ได้สืบทอดตำแหน่ง และน่าจะเป็นตัวหลักในทีมลุยศึกเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ อีกหลายปี

ชัปปุยส์ เป็นกองกลางที่อ่านเกมขาด ผ่านบอลแม่นยำ และรับผิดชอบจังหวะได้ลูกตั้งเตะ รวมทั้งหาจังหวะยิงประตูได้ดี

นักเตะดีกรีเป็นแชมป์เยาวชนโลกยู-17 กับทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ หวังได้ลงเล่นเอเอฟซี แชมเปียนส์ลีกกับสโมสรสุพรรณบุรี และอาจไปไกลถึงเวทียูฟ่า แชมเปียนส์ลีกหากเจ้าตัวสามารถย้ายไปค้าแข้งในลีกยุโรป

กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์, ผู้รักษาประตูและกัปตันทีม

กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ นายด่านทีมชาติไทยมีสถิติยอดเยี่ยมระหว่างการแข่งขันเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ ปีนี้ โดยไม่เสียประตู 3 นัดและพลาดโดนทะลวงตาข่ายเพียง 3 ประตูเท่านั้นตั้งแต่รอบแรกจนถึงรอบรองชนะเลิศ

แม้ยังไม่ต้องทำงานหนักมาก แต่ผู้รักษาประตูวัย 24 ปีทำให้ทีมอุ่นใจช่วยเซฟจังหวะสำคัญได้ นายด่านจากเมืองทอง ยูไนเต็ด แสดงให้เห็นว่าเพราะเหตุใดจึงได้รับฉาย “ฟลายอิ้ง กวินทร์” หลังพุ่งปัดลูกยิงของมาร์ติน สตูเบิล ในรอบรองชนะเลิศพบกับฟิลิปปินส์ และจากอาฟิฟ อามิรุดดิน ในช่วงสำคัญเกมพบมาเลเซียรอบแรก

ช่วงที่เป็นดาวรุ่งพุ่งแรง กวินทร์ เกือบได้ไปทดสอบฝีเท้ากับสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สมัยที่ไบรอัน ร็อบสัน ตำนานนักเตะแมนฯยู เป็นเฮดโค้ชทีมชาติไทยและได้ส่งข้อมูลให้กับต้นสังกัดเก่า แต่เจ้าตัวโชคร้ายได้รับบาดเจ็บทำให้ชวดโอกาสสำคัญอย่างน่าเสียดาย

------------------------------------------------------------------------------



3 คีย์แมนมาเลเซียที่น่าจับตามอง

ในขณะที่ทีมชาติไทยผ่านเข้าชิงชนะเลิศด้วยผู้เล่นพลังหนุ่มเป็นหลัก ทีมชาติมาเลเซียมาไกลถึงจุดนี้ได้และหวังคว้าแชมป์สมัยที่ 2 จากบรรดาแข้งเก๋าประสบการณ์ที่ไม่ธรรมดา

โดยในทีมเสือเหลืองชุดนี้มีนักเตะอายุต่ำกว่า 25 ปีเพียง 3 คนเท่านั้น อีกทั้งมีไม่กี่คนที่ยังไม่เคยลงเล่นในทัวร์นาเมนต์นี้มาก่อน และนี่คือ 3 นักเตะที่น่าจะเป็นคีย์แมนสำคัญในรอบชิงชนะเลิศเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2014

ชูกอร์ อาดาน, กองหลัง/กองกลาง และกัปตันทีม

ด้วยวัย 35 ปี ชูกอร์ อาดาน เป็นนักเตะที่อายุมากที่สุดในทีมมาเลเซียชุดนี้ และมีบทบาทสำคัญในการพลิกชะตาของทีมในศึกเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2014 จนผ่านเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศได้

ชูกอร์ได้รับโอกาสจากโค้ช ดอลลาห์ ซัลเลห์ เรียกกลับมาติดทีมชาติอีกครั้งในเดือนกันยายนที่ผ่านมา หลังห่างหายจากเวทีระดับนานาชาติไปนาน และได้รับแต่งตั้งเป็นกัปตันทีม นักเตะจากสโมสรเฟลด้า ยูไนเต็ด เริ่มต้นทัวร์นาเมนต์ในตำแหน่งกองกลางตัวรับที่ถนัด ก่อนถูกโยกไปเป็นปราการหลังตัวกลางและทำหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยมในนัดสำคัญที่พลิกชนะสิงคโปร์และเวียดนาม รวมทั้งทำประตูได้ในเกมล่าสุดที่บุกไปชนะเวียดนามด้วย

ทำให้เขากลายเป็นหัวใจสำคัญของทีมที่ขาดไม่ได้ เห็นได้ชัดจากเกมรอบรองชนะเลิศนัดแรกที่ชูกอร์ หมดสิทธิ์ลงสนามเนื่องจากติดโทษแบน แนวรับของมาเลเซียเสียขบวนฟอร์มออกทะเลจนเสียท่าเวียดนามคาบ้าน

ซาฟิค ราฮีม, กองกลาง

ซาฟิค ราฮีม เป็นกัปตันทีมชาติมาเลเซียชุดคว้าแชมป์เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2010 แต่เสียตำแหน่งให้กับชูกอร์ อาดาน เมื่อออกสตาร์ตการแข่งขันในปีนี้ ทว่ายังมีบทบาทสำคัญกับทีมเสือเหลือง และทำไปแล้ว 4 ประตูนำเป็นดาวซัลโวของทัวร์นาเมนต์ร่วมกับเล คอง วินห์ กองหน้าเวียดนาม

กองกลางรายนี้มีปัญหาบาดเจ็บหัวเข่าก่อนทัวร์นาเมนต์เปิดฉากขึ้น ทำให้มีชื่อเป็นเพียงตัวสำรองในนัดแรกที่เสมอกับเมียนมาร์ 0-0 แต่กลับมาเป็นตัวจริงให้กับมาเลเซียใน 4 เกมหลังสุดและยิงประตูได้ทุกนัด

โดย 3 ประตูมาจุดโทษ ซึ่งรวมถึงการสังหารจุดโทษสำคัญให้ทีมขึ้นนำสิงคโปร์ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ และซัดเบิกร่องให้มาเลเซียบุกไปนำเวียดนามถึงถิ่นฮานอยตั้งแต่ 4 นาทีแรก ในรอบรองชนะเลิศนัดที่สอง เป็นประตูจุดประกายให้ทีมพลิกสถานการณ์ผ่านเข้าชิงสำเร็จทั้งที่แพ้มาก่อนนัดแรก ซาฟิคยังแสดงให้เห็นไม่ได้มีดีแค่การเป็นเพชฌฆาตลูกนิ่ง หลังโซโล่ลากผ่านแนวรับคู่แข่งก่อนยิงโล่งๆในเกมที่แพ้ทีมชาติไทย 2-3

อินทรา ปูตรา มาฮายุดดิน, กองหน้า

กองหน้าวัย 33 ปีถูกเรียกตัวกลับมาทีมชาติแบบเซอร์ไพรส์เช่นเดียวกับชูกอร์ อาดาน เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา หลังจากหลุดไปนาน แต่อินทรา ปูตรา มาฮายุดดิน ก็ตอบแทนความไว้วางใจจาก ดอลลาห์ ซัลเลห์ ด้วยฟอร์มการเล่นที่โดดเด่นในการแข่งขันเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2014 เมื่อได้รับโอกาสลงสนาม

อินทรา ปูตรา ลงเล่นฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติอาเซียนหนแรกเมื่อปี 2002 และทำไปแล้ว 8 ประตูในการแข่งขันรายการนี้ หลังจากยิงโล่งๆในช่วงทดเวลาบาดเจ็บปิดท้ายให้มาเลเซียชนะสิงคโปร์ 3-1 ในนัดสุดท้ายของรอบแรกซึ่งเป็นชัยชนะนัดสำคัญที่ทำให้เสือเหลืองผ่านเข้ารอบน็อกเอาต์ตามทีมชาติไทย

โดยใน 4 เกมแรก อินทรา ปูตรา ออกสตาร์ตในฐานะตัวสำรองของมาเลเซีย แต่ในรอบรองชนะเลิศนัดที่สอง เขาได้รับโอกาสลงเป็นตัวจริง และสามารถสร้างปัญหากับแนวรับของเวียดนามอย่างมากช่วยให้ทีมได้จุดโทษตั้งแต่ต้นเกมและเปิดบอลนำไปสู่การได้ประตูที่ 3 กองหลังเวียดนามรีบเข้าเคลียร์สกัดแต่กลับทำเข้าประตูตัวเอง

เรื่องและจาก : affsuzukicup.com