"ซิโก้"เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ทุกลมหายใจคือ "ฟุตบอล"

"ซิโก้"เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ทุกลมหายใจคือ "ฟุตบอล"
S! Sport

สนับสนุนเนื้อหา

"ศรัทธา"แห่งฟุตบอลไทย พุ่งเข้าสู่จุดที่เรียกว่า "สุกงอม" พลังใจของคนไทยทั้งหลายทั้งปวง ถูกส่งผ่านไปถึงนักเตะเลือดสยาม เพื่อเป้าหมายอันสูงสุดคือ "ตำแหน่งแชมป์" ซูซูกิคัพ 2014  

ลูกหนังชิงเจ้าอาเซียน กำลังเดินทางมาถึงรอบ "ชิงดำ" คนไทยทุกคนเวลานี้ กำลังหายใจเข้าออกเป็นฟุตบอล แบบที่ไม่เคยปรากฏเช่นนี้มานานแสนนาน

บุคคลที่นำพาเรามาสู่สิ่งที่เรียกว่า "ศรัทธา" นอกเหนือจากนักเตะในสนาม ยังมีชายอีกหนึ่งคน ที่ ณ เวลานี้เขากำลังแจกจ่ายความสุขให้กับแฟนกีฬาชาวไทย  

เขาคือ...... "เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง" กุนซือทีมชาติไทยที่มี "ลมหายใจเป็นฟุตบอล"



 "โก้" คือชื่อเล่นของหนุ่มน้อยหน้ามน จาก อำเภอน้ำพอง เมืองขอนแก่น เขาเริ่มออกเดินทางสู่เส้นทางลูกหนังที่เขารัก ในปี 2533

เป้าหมายของเด็กวัยละอ่อนในตอนนั้น เพียงแค่ต้องการมาศึกษาต่อและเล่นฟุตบอลที่เขารักไปพร้อมๆกัน ไอ้ครั้นจะคิดอาจเอื้อมถึงขี้น "ติดทีมชาติไทย" ยังไม่มีในสมอง

แต่เมื่อลิขิตของคนบนฟ้า กำหนดโชคชะตาให้เขาได้เดินตามฝัน ในปี 2535 "โก้ขอนแก่น" ก็ได้โอกาสติดธงไตรรงค์เป็นครั้งแรกในชีวิต และนั่นคือจุดเริ่มต้นของเขาในการลงรับใช้ชาติ

ใครก็ตามที่เวลานี้อายุ 30 อัพ! คงจะพอจำกันได้ เมื่อปี 2536  ซีเกมส์ครั้งที่ 17 ที่แดน "ลอดช่อง" สิงคโปร์ มันคือสุดยอดเวทีแจ้งเกิดของเขาอย่างแท้จริง!   


เด็กหนุ่มแววตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นในวัย 20 กะรัตต้นๆ ถูกส่งลงมาในฐานะตัวสำรอง ในเกมลูกหนังรอบชิงชนะเลิศ ทีมชาติไทยเวลานั้น อุดมไปด้วยนักเตะชื่อก้อง ไม่ว่าจะเป็น ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน ,อรรถพล บุษปาคม ,ตะวัน ศรีปาน ,นที ทองสุกแก้วฯลฯ

ใครเล่า จะไปคิดว่าผู้เล่นที่สวมยูนิฟอร์ม "หมายเลข 13" จะสร้างผลงานแจ่มจรัสเช่นนี้  

ลูกโหม่งประตูชัยเหนือ ทีมชาติพม่า แบบสุดระทึก 4-3 พร้อมกับการวิ่งไป "ตีลังกา" แสดงความดีใจหลังจากทำประตู ท่ามกลางเสียงไชโยของคนไทยทั้งชาติ มันฝังใจและตราตรึงมาถึงทุกวันนี้

จากนั้นเป็นต้นมา "เอกลักษณ์ประจำตัว" ที่หลายคนจำได้ติดตามาตลอด คือเมื่อใดก็ตาม ที่หัวหอกนัมเบอร์ 13 คนนี้ได้ตีลังกา.....เมื่อนั้น คือการได้มาซึ่ง "ประตู"



วันเวลาผ่านไป ดาวเตะที่ถูกเรียกขานว่า "ซิโก้" ยังเดินหน้าทำผลงานในนามทีมชาติได้ดีอย่างต่อเนื่อง ครั้งแล้วครั้งเล่า ที่คนไทยได้เฮ ได้ฉลอง ก็ล้วนแล้วแต่มีชื่อของ "เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง" อยู่ในความสำเร็จมาตลอด

1 ปีผ่าน 10 ปีผ่าน 20 ปีผ่าน ใครจะคิดว่า อดีตหัวหอกจอมตีลังกาขวัญใจคนไทยรายนี้ จะผันตัวเองมาเป็น "โค้ช" ให้กับทีมชาติไทยในยุคปัจจุบัน  

ผลงานอร่อยเหาะที่พาลูกสมุนชุดเล็ก คว้าแชมป์ซีเกมส์เที่ยวล่าสุด และ ผลงานจบด้วยอันดับ 4 เอเชียนเกมส์ ที่อินชอน  "คือคำตอบ" ที่ว่า เขาคนนี้คือคนที่ใช่ในวันนี้จริงๆ  

การสานต่องานจากชุดเล็ก มาสู่การขึ้นนั่งบัลลังก์คุมทีมชาติชุดใหญ่ คือสิ่งที่หลายคนตั้งหน้าตั้งตารอ อยากเห็นทีมชาติไทยพุ่งเข้าหาความสำเร็จในเวทีระดับชาติ ภายใต้การนำของเขา

แต่ใครจะรู้บ้างว่าในใจลึกๆ ของผู้ที่เป็นโค้ช มันคือ "ภาระหน้าที่ ที่หนักหน่วงกว่าครั้งไหนๆ"



สิ่งที่เขาได้แบกไว้บนบ่า ดูจะเป็นอะไรที่หนักพอๆ กับแบกกระสอบข้าว 3 กระสอบไว้บนไหล่ของตัวเองเพียงลำพัง

จะเกิดอะไรขึ้น เมื่อสุดท้ายแล้วทีมชาติไทย ที่อยู่ภายใต้การทำทีมของเขา วิ่งไปไม่ถึงแชมป์อาเซียนที่แฟนๆเฝ้ารอคอยมาถึง 12 ปี  

จากบทสัมภาษณ์ของเขา กับการรับงานชิ้นนี้คือ "ผมจะทำให้เต็มความสามารถ แต่เมื่อผมทำไม่ได้ คนไทยทุกคนจะรับได้หรือเปล่า?"

ถึงเวลานี้ แม้บทสรุปสุดท้ายเราจะยังไม่รู้ว่า "บั้นปลาย" ทีมลูกหนังทีมชาติไทยของเรา จะก้าวไปถึงแชมป์แห่งการรอคอยหรือไม่

แต่ชายที่ชื่อ "ซิโก้" กำลังทำหน้าที่ สุดสำคัญในชีวิตของเขา ทั้งนี้เขาบอกเสมอว่า "เพื่อตอบแทนแฟนกีฬาชาวไทย ที่ให้แรงรักแรงศรัทธาต่อฟุตบอลไทย"



ภาพที่บ่งบอกว่าเขากำลังเป็นที่รักยิ่งของคนไทย คือนอกเหนือจากการเป็น "โค้ชที่ดี" ในเวลาเดียวกัน การเป็น "สามีที่ดี" เป็น "คุณพ่อที่ดี" คือสิ่งที่เราเห็นจากชายคนนี้

ภาพของ "ครอบครัวเสนาเมือง" ที่ยกพลเชียร์ทีมชาติไทย...ไปเชียร์สามี....ไปเชียร์คุณพ่อ ในเกมชนะ ฟิลิปปินส์ 3-0 คือภาพที่อุดมไปด้วยความอบอุ่น และสายใยรักของครอบครัวที่แน่นแฟ้น

"แบบอย่างที่ดี" คือตัวชี้วัดอีกอย่าง ถึงความสำเร็จในชีวิตลูกผู้ชายคนหนึ่ง และ"พี่โก้" ก็กำลังเป็นแบบนั้น

การเสียสละมารับงาน "เผือกร้อน" คุมทีมชาติไทยชุดใหญ่ ที่ก่อนหน้านี้แฟนๆแทบเบือนหน้าหนี ด้วยฟอร์มไม่เอาอ่าวและไร้ซึ่งอนาคต  

ทีมชาติไทยยุคใหม่ภายใต้กุนซือที่เรียกตัวเองว่า "พี่โก้" กำลังทำให้หลายคนหันมารัก และ ดูบอลไทย เพิ่มขึ้นในทุกๆวัน



แฟนบอลเต็มความจุของสนามราชมังคลากีฬาสถาน เมื่อ 10 ธันวาคมที่ผ่านมา พร้อมกับภาพของ "เฮดโค้ช" ยืนบัญชาการน้องๆ อยู่ข้างสนาม

ทำให้แฟนบอลชาวไทยรักและชื่นชอบ และ พร้อมที่จะร่วมส่งแรงเชียร์ ส่งกำลังใจให้ทั้งตัวโค้ช และนักเตะไทย ทุกๆครั้งที่พวกเขาเดินสู่สังเวียน

ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นในเบื้องหน้า เราก็รู้แล้วว่าใน เมื่อ "ศรัทธา" ของโค้ชมีมากมายขนาดนี้ แล้ว "ศรัทธา" ของแฟนบอลจะน้อยกว่าได้เช่นไร

ขอบคุณนะ "พี่โก้" ที่นำพามาซึ่งความ "สามัคคีของคนไทย" ทุกคนได้ร่วมกันเชียร์ ทุกคนได้ร่วมส่งเสียงไชโยโห่ร้องไปด้วยกัน

หวังใจเหลือเกินว่า "ผู้ชายคนนี้" และ "นักเตะไทยทุกคน" จะเดินหน้าสร้างความสุข ให้พวกเราต่อไป ตราบนานเท่านาน

เรื่องโดย : บ.ส้มซิ่ง 

ติดตามSanook! Sport

ผลบอลสด โปรแกรมบอล พร้อมข้อมูลก่อนเตะ ข่าวสารฟุตบอลทั้งไทยและลีกชั้นนำ รวมถึงกีฬาอื่นๆ จากทุกมุมโลก ร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook ได้ที่นี่!!