ฆ่าหนู, ศพแมวดำ และปัสสาวะ : 10 ความเชื่อสุดแปลกโลกกีฬาที่อาจทำให้คุณขนลุกและหัวเราะ

ฆ่าหนู, ศพแมวดำ และปัสสาวะ : 10 ความเชื่อสุดแปลกโลกกีฬาที่อาจทำให้คุณขนลุกและหัวเราะ
Main Stand

สนับสนุนเนื้อหา

ความเชื่อเป็นเรื่องส่วนบุคคลและไม่ต้องการเหตุผลมารองรับ ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลต้องการจะทำ หรือยึดถือสิ่งใดเพื่อสร้างความมั่นใจ เป็นมงคลให้กับตัวเอง

นักกีฬาหลายคนมีความเชื่อทางไสยศาสตร์ ที่ช่วยส่งเสริมให้เขาเล่นกีฬาได้ดีขึ้น แต่ขณะเดียวกันผลงานที่ย่ำแย่ของทีมกีฬาหลายทีม เชื่อกันว่าพวกเขาถูกสาปแช่งโดยมนต์ดำ ที่สร้างความล่มจมให้กับหลายสโมสรมาแล้ว

มีความเชื่อ และคำสาปมากมาย ที่คุณอาจไม่รู้ว่าเคยเกิดขึ้นในวงการกีฬา และไม่เชื่อว่าสิ่งเหล่านี้สามารถเกิดขึ้นจริง ติดตามเรื่องเหล่านี้ ไปพร้อมกับเรา

เติร์ก เวนเดลล์ : นักเบสบอลที่ฆ่าสัตว์เพื่อนำโชค

เติร์ก เวนเดลล์ (Turk Wendell) เป็นนักเบสบอลตำแหน่งพิชเชอร์ ที่มีความเชื่อสุดแปลกอยู่หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการเคี้ยวชะอมเทศ สมุนไพรชนิดหนึ่งอยู่ตลอดเวลาขณะที่ลงสนาม หรือการแปรงฟันทุกครั้งที่การแข่งขันมีการพัก ทั้งหมดก็เพื่อเสริมโชคในการลงสนามให้กับเขา

แต่ที่พิเศษมากที่สุด คือ เวนเดลล์จะใส่สร้อยคอที่เรียงร้อยไปด้วยเขี้ยวหรือกรงเล็บของสัตว์นักล่าชนิดต่างๆที่เขาเป็นคนฆ่าด้วยตัวเองลงสนามแข่งขัน แทนที่จะใส่สร้อยทองเหมือนผู้เล่นคนอื่น 

เพราะเป็นความเชื่อของเขา ที่มองว่าสร้อยนี้จะช่วยเสริมพลังความเป็นนักล่าให้กับเขา เพื่อให้คู่แข่งยำเกรง และทำให้เล่นดียิ่งขึ้น

1

นอกจากนี้เวนเดลล์ ยังชอบเลข 99 เป็นอย่างมาก นอกจากจะใส่เสื้อเบอร์ 99 เขายังเคยเซ็นสัญญาที่ได้ค่าตอบแทนเป็นจำนวน 9,999,999.99 ดอลลาร์สหรัฐฯ มาแล้ว

ถึงแม้ว่าจะถือเคล็ดมากมาย แต่ก็ไม่ได้ช่วยให้เวนเดลล์ทำผลงานได้ดีเท่าไหร่นัก เขาเล่นอยู่ใน MLB รวมทั้งสิ้น 12 ฤดูกาล กับ 4 ทีม โดยไม่เคยได้แชมป์ และติดทีมออลสตาร์แม้แต่ครั้งเดียว 

อย่างไรก็ตาม ความแหวกแนวของเขา ทำให้ เวนเดลล์ ยังคงเป็นที่จดจำของแฟนเบสบอลจนถึงทุกวันนี้

สก็อตต์ เมลแลนบาย : บูชายัญหนูเพื่อเป็นศิริมงคล

ปี 1995 ทีมฮอกกี้น้ำแข็ง ฟลอริดา แพนเธอร์ส กำลังลงสนามในลีก NHL นัดเปิดฤดูกาล 1995-96 แต่ 2 ฤดูกาลก่อนหน้านี้ ทีมผลงานไม่ดีอย่างที่หวัง พวกเขาไม่ได้ไปแข่งขันรอบเพลย์ออฟ เพราะขาดแต้มในฤดูกาลปกติไปเพียงแต้มเดียว จนไม่ติด 8 อันดับแรกทั้งสองฤดูกาล 

ทำให้นักกีฬาในทีมเริ่มเชื่อว่า ที่พวกเขาไม่ได้ไปเพลย์ออฟ ไม่ได้เป็นเพราะฝีมือ แต่เป็นเพราะโชคไม่เข้าข้าง

2

สำหรับเกมนัดแรกในฤดูกาลใหม่ ผู้เล่นทุกคนอยากจะเอาชนะเพื่อเป็นการประเดิมที่ดี แต่สิ่งใดที่จะช่วยรับประกันว่า ฟลอริดา แพนเธอร์ส จะเอาชนะในเกมแรกได้ ของแบบนี้บางทีต้องพึ่งเรื่องไสยศาสตร์

สก็อตต์ เมลแลนบาย (Scott Mellanby) ขออาสาสร้างโชคให้กับทีม ด้วยการจับหนูผู้โชคร้ายมาหนึ่งตัว ก่อนที่เขาจะเอาไม้ฮอกกี้ฟาดมันจนตายคาที่กลางห้องแต่งตัวของทีม เพื่อให้หนูตัวนี้รับเคราะห์แทนทีมแพนเธอร์ส

ทุกอย่างเป็นไปได้สวย ฟลอริดา แพนเธอร์ส ชนะในเกมแรก แถมผลงานของทีมในฤดูกาลนั้นพุ่งขึ้นไปจบอันดับ 4 ของสายตะวันออก เข้ารอบเพลย์ออฟไปแบบงดงาม 

เท่านั้นยังไม่พอ พวกเขาร้อนแรงจนเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศของลีก NHL หรือสแตนลีย์ คัพ เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์แฟรนไชส์

3

น่าเสียดายที่การสังเวยชีวิตหนูตัวน้อยมาสิ้นฤทธิ์ช่วงท้ายฤดูกาล เพราะพวกเขาแพ้ต่อ โคโลราโด อัลวาแลนช์ อดได้แชมป์ไปในที่สุด 

อย่างไรก็ตาม เรื่องราวการฆ่าหนูของเมลแลนบาย กลายเป็นที่ชื่นชอบของแฟนแพนเธอร์ส จนเกิดวัฒนธรรมที่พวกเขาจะโยนหนูของเล่นลงสนาม ทุกครั้งที่ทีมทำประตูได้

แบร์รี ฟราย : แก้คำสาปด้วยการฉี่ 

เบอร์มิงแฮม ซิตี้ คือทีมฟุตบอลที่เชื่อกันว่าถูกสาป โดยชาวโรมาเนียคนหนึ่งที่นับถือลัทธิยิปซี ซึ่งอาศัยอยู่ในเมืองเบอร์มิงแฮม 

บุคคลผู้นี้ถูกขับไล่จากที่ซุกหัวนอน เพราะสโมสรฟุตบอลแห่งนี้จะนำพื้นที่มาสร้างสนามแห่งใหม่ ได้แก่ เซนต์ แอนดรูว์ส ด้วยความโกรธแค้น ยิปซีรายนี้ จึงทำพิธีสาปแช่งให้สโมสรแห่งนี้ ไม่มีทางเจริญรุ่งเรืองไปตลอดกาล 

ในขณะที่ แอสตัน วิลล่า ทีมคู่ปรับร่วมเมืองไปไกลถึงแชมป์ยุโรป แถมเป็นทีมระดับลีกสูงสุด.. เบอร์มิงแฮม ซิตี กลับวนเวียนอยู่ในลีกรองเป็นส่วนใหญ่ บางครั้งก็กระเด็นไกลไปถึงลีกระดับ 3

4

ฤดูกาล 1993-94 เป็นปีที่เบอร์มิงแฮมระส่ำหนัก พวกเขากำลังจะตกชั้นจากลีกดิวิชั่น 1 (ซึ่งเป็นลีกระดับ 2 ของฟุตบอลอังกฤษ) ทีมได้ประกาศแต่งตั้ง แบร์รี ฟราย (Barry Fry) เข้ามาคุมทีมกลางฤดูกาล และฟรายเชื่อสุดใจว่า ที่ผลงานทีมเบอร์มิงแฮมไม่เคยดีกับเขาสักที เป็นเพราะคำสาปของยิปซีแน่นอน

เขาจึงทำการแก้คำสาปนั้นด้วยตัวเอง ด้วยการยืนปัสสาวะ ที่มุมทั้ง 4 มุมของสนาม เพื่อถอนคำสาปของทีม

5

แน่นอนว่าวิธีนี้ นอกจากจะเป็นไอเดียที่สุดเห่ย ยังไม่สามารถช่วยถอนคำสาปของทีมได้อีกด้วย และเบอร์มิงแฮมต้องตกชั้นไปอยู่ดิวิชั่น 2 หรือลีกระดับ 3 ของอังกฤษ เมื่อฤดูกาลสิ้นสุดลง 

จนถึงทุกวันนี้ ยังคงเป็นที่เชื่อกันว่า คำสาปแช่งของยิปซีรายนั้น ยังคงอยู่คู่กับสโมสรเบอร์มิงแฮมต่อไป

มอยเซ อาลู : ชายผู้ฉี่ใส่มือตัวเองทุกเกมการแข่งขัน

การปัสสาวะดูเหมือนจะเป็นเรื่องยอดนิยม กับการทำพิธีกรรมทางไสยศาสตร์.. มอยเซ อาลู (Moises Alou) หนึ่งในยอดนักเบสบอล ตำแหน่งมือรับบอล ผู้ติดทีมออลสตาร์ถึง 6 ครั้ง มีความเชื่อที่แปลกสุดเหลือเชื่อ นั่นคือการปัสสาวะใส่มือของตัวเองทุกครั้งก่อนลงสนามแข่ง เพื่อช่วยให้เขาสามารถรับลูกเบสบอลได้อยู่หมัด ไม่มีหลุดมือ

6

ไม่มีตรรกะใดมารองรับการกระทำของเขา นอกจากเป็นความเชื่อส่วนตัวที่ไม่มีใครกล้าเลียนแบบ แต่จากผลงานที่ยอดเยี่ยมของเขา คงปฏิเสธไม่ได้ว่าพิธีกรรมนี้ดูจะส่งผลดีอยู่ไม่น้อยทีเดียว

ชิคาโก คับส์ : คำสาปว่าด้วยเรื่องของแพะที่ทำให้ทีมไม่ได้แชมป์นานกว่า 70 ปี

ชิคาโก คับส์ คือหนึ่งในทีมเบสบอลที่ยิ่งใหญ่ และครองความเป็นเต้ยในยุคแรกเริ่มของ MLB ด้วยการเป็นแชมป์ลีก National League ถึง 16 สมัย นับตั้งแต่ก่อตั้งลีก จนถึงปี 1945 ที่ทุกอย่างของแฟรนไชส์นี้เปลี่ยนไปตลอดกาล

การแข่งขันเวิลด์ ซีรีส์ หรือรอบชิงชนะเลิศของลีก MLB ปี 1945 มีชายคนหนึ่งนามว่า วิลเลียม เซียนิส ได้เข้าชมการแข่งขันเกมนัดที่ 4 ของเวิลด์ ซีรีส์ ที่สนามเหย้าของทีมคับส์ ซึ่งเขาไม่ได้เข้าชมแบบตัวเปล่า แต่พาแพะ สัตว์เลี้ยงของเขาเข้ามาในสนามด้วย

z

ตลอดทั้งเกม แพะของเซียนิสส่งเสียงร้องดังไม่หยุด จนทำให้ผู้ชมรายอื่นไม่พอใจ สุดท้ายทางเจ้าหน้าที่ของคับส์ ได้มาขอร้องให้เซียนิสพาแพะของเขาออกจากสนาม

เซียนิสโมโหอย่างมาก เขารู้สึกว่าแพะของเขาถูกทำร้าย ทำให้หลังจากถูกเชิญออกจากสนาม เซียนิสจึงทำการสาปแช่งทีม ชิคาโก คับส์ ในทันที

"ไอ้พวกคับส์ มันจะไม่ชนะอีกต่อไป พวกมันจะแพ้เวิลด์ ซีรีส์ ในปีนี้ และจะไม่ชนะอีกเลยหลังจากนี้ เพราะพวกมันทำร้ายแพะของฉัน"

คำสาปเริ่มทำงานทันที ด้วยการส่งให้ ชิคาโก คับส์ แพ้ในรอบชิงชนะเลิศเวิลด์ ซีรีส์ แก่ ดีทรอยต์ ไทเกอร์ส หลังจากนั้นเป็นต้นมา ชิคาโก คับส์ ไม่เคยชนะเวิลด์ ซีรีส์ อีกเลย หรืออันที่จริงต้องบอกว่า แค่กลับเข้าไปชิงแชมป์เวิลด์ ซีรีส์ ในฐานะแชมป์ National League พวกเขายังไม่เคยทำได้แม้แต่ครั้งเดียว

จากทีมที่เคยยิ่งใหญ่ กลับตกต่ำอย่างเหลือเชื่อ ทุกคนเชื่อว่า ชิคาโก คับส์ โดนคำสาปเข้าอย่างจัง ไม่มีแชมป์ใดมาถึงมือพวกเขาอีกเลย 

8

แม้จะมีการลองแก้คำสาปอยู่หลายครั้ง เช่น การพาลูกหลานของ วิลเลียม เซียนิส มาช่วยแก้คำสาป, การนำแพะมาวิ่งเล่นในสนาม, พาบาทหลวงมาพรมน้ำมนต์ไล่ความชั่วร้าย แต่ทุกอย่างก็ไม่เป็นผล เป็นเวลายาวนานมากกว่า 70 ปีที่ทีมคับส์ไม่มีโอกาสได้เฉลิมฉลองแชมป์แม้แต่ถ้วยเดียว

กระทั่งปี 2016 ที่ผ่านมา คำสาปได้เสื่อมคลายลง หลังจากชิคาโก คับส์ สามารถคว้าตำแหน่งแชมป์ National League และเข้าชิงเวิลด์ ซีรีส์ ได้เป็นครั้งแรกในรอบ 71 ปี ก่อนที่ทีมจะสามารถคว้าแชมป์เวิลด์ ซีรีส์ ได้ในที่สุด

ดีทรอยต์ ไลออนส์ : 50 ปีหลังจากนี้ พวกแกจะไม่ได้แชมป์

ดีทรอยต์ ไลออนส์ ทีมอเมริกันฟุตบอลในลีก NFL เป็นอีกทีมที่มีผลงานไม่สู้ดีนักในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา ซึ่งมีแฟนกีฬาจำนวนมากเชื่อว่า ความตกต่ำของแฟรนไชส์นี้ มาจากคำสาปแช่งเช่นกัน

เรื่องราวเริ่มต้นในปี 1958 ดีทรอยต์ ไลออนส์ ได้ทำการเทรด บ็อบบี้ เลย์น (Bobby Layne) สุดยอดควอเตอร์แบ็กแห่งยุคสมัย เขาพาไลออนส์คว้าแชมป์ NFL มาแล้ว 3 ครั้ง และติดทีมออลโปร หรือทีมยอดเยี่ยมของ NFL มาแล้วถึง 4 สมัย ออกจากทีมไปอยู่กับ พิตส์เบิร์ก สตีลเลอร์ส

9

เลย์น ไม่พอใจอย่างมากที่เขาถูกเทรดออกจากทีม ทั้งที่ในฤดูกาลก่อนหน้านั้น เขาพาทีมคว้าแชมป์ NFL ด้วยความโกรธ บ็อบบี้ เลย์น จึงทำการสาปแช่งให้ ดีทรอยต์ ไลออนส์ ไม่คว้าแชมป์อะไรอีกหลังจากนี้ เป็นเวลาอย่างน้อย 50 ปี

หลังจากนั้นเป็นต้นมา ทุกอย่างกลับพลิกผันทันที จากที่เคยเป็นแชมป์ลีก 3 สมัย ใน 6 ปีก่อนหน้านั้น ดีทรอยต์ ไลออนส์ ไม่เคยคว้าแชมป์อะไรได้อีกเลย ตามคำสาปของ บ็อบบี้ เลย์น ไม่ว่าจะเป็นแชมป์ซูเปอร์โบวล์ หรือแม้แต่แชมป์สาย NFC พวกเขาก็ไม่เคยชนะ 

ดีทรอยต์ ไลออนส์ ชนะการแข่งขันเพลย์ออฟ หรือรอบตัดเชือกเพื่อหาแชมป์ของ NFL เพียงแค่ครั้งเดียวในประวัติศาสตร์แฟรนไชส์ นับตั้งแต่ปี 1958 ทำให้จนถึงทุกวันนี้ ดีทรอยต์ ไลออนส์ ยังไม่เคยได้สัมผัสบรรยากาศของซูเปอร์โบวล์แม้แต่ครั้งเดียว

ทุกอย่างมาเฮี้ยนสุดขีด ในปี 2008 ซึ่งเป็นปีสุดท้ายของคำสาป ดีทรอยต์ ไลออนส์ จบฤดูกาลด้วยสถิติ 0-16 หรือแพ้รวดทุกนัด ขณะที่ พิตส์เบิร์ก สตีลเลอร์ส ทีมที่เลย์นถูกเทรดไป หลังจากออกจากไลออนส์ กลับคว้าแชมป์ซูเปอร์โบวล์ในฤดูกาลเดียวกัน

นอกจากนี้ในฤดูกาล 2006 ทีมสตีลเลอร์ส เคยคว้าแชมป์ซูเปอร์โบวล์ ที่สนามเหย้าของทีม ดีทรอยต์ ไลออนส์ มาแล้ว 

เป็นที่เชื่อกันว่า ความเชื่อมโยงระหว่างผลงานสุดห่วยของไลออนส์ กับความรุ่งเรืองของสตีลเลอร์ส เป็นความต้องการของ บ็อบบี้ เลย์น ที่ต้องการตบหน้า ดีทรอยต์ ไลออนส์ ให้ได้รับบทเรียน ถึงการเทรดเขาออกจากทีม

แม้จะเลยระยะเวลาคำสาปของ บ็อบบี้ เลย์น มาแล้ว แต่จนถึงทุกวันนี้ ดีทรอยต์ ไลออนส์ ยังคงไม่สามารถคว้าแชมป์มาครองได้เหมือนเดิม

เกล็น ฮอลล์ : ผู้บูชาเทพเจ้าโถส้วม

เกล็น ฮอลล์ (Glen Hall) คือหนึ่งในตำนานผู้เล่นตำแหน่งผู้รักษาประตูของกีฬาฮอกกี้น้ำแข็ง ด้วยการเป็นผู้เล่นติดทีมออลสตาร์ของลีก NHL ถึง 13 สมัย ผู้มีเคล็ดลับในการเล่นที่ยอดเยี่ยมแปลกประหลาดกว่าใคร

10

เกล็น ฮอลล์ ถือเคล็ดว่า ทุกครั้งก่อนลงทำการแข่งขัน เขาจะต้องดื่มเหล้าให้เมาจนอ้วกออกมาอย่างหนัก ชนิดที่เรียกว่าต้องคุกเข่าอ้วกกับโถส้วมเท่านั้น จนสื่อนำเรื่องนี้ไปเขียนแซว เกล็น ฮอลล์ ว่าเขาเป็นพวกลัทธิบูชาโถส้วม

อันที่จริง ฮอลล์ ไม่ได้มีความนับถืออุปกรณ์ในห้องน้ำเป็นเทพในดวงใจ แต่เขาเชื่อว่าการที่เขาอ้วกก่อนแข่ง จะช่วยให้เขารู้สึกว่าต้องเต็มที่แบบร้อยเปอร์เซ็นต์จริงๆ ใส่พลังทั้งหมดที่เหลืออยู่ในสนามแข่ง

ฟิลาเดลเฟีย อีเกิลส์ : ชนะครั้งเดียว แพ้ตลอดไป

ฟิลาเดลเฟีย อีเกิลส์ คือหนึ่งในแฟรนไชส์ที่ยิ่งใหญ่ของกีฬาอเมริกันฟุตบอล แต่ทีมนี้กลับชนะซูเปอร์โบวล์เพียงแค่สมัยเดียว เมื่อปี 2018 ที่ผ่านมา เพราะนกอินทรีตัวนี้โดนคำสาปของ วินซ์ ลอมบาร์ดี เข้าไปอย่างจัง

เรื่องราวเริ่มต้นในปี 1960 หลังจาก ฟิลาเดลเฟีย อีเกิลส์ เอาชนะทีม กรีนเบย์ แพ็คเกอร์ส ในการชิงแชมป์ NFL ซึ่งเป็นความพ่ายแพ้ครั้งแรกของโค้ช วินซ์ ลอมบาร์ดี ในเกมรอบเพลย์ออฟ ที่ทำให้ทีมอีเกิลส์ฉลองกันอย่างสุดเหวี่ยง 

เพราะ 2 ปีก่อนหน้านี้ ลอมบาร์ดี ปฏิเสธงานคุมอีเกิลส์ และหันไปจับงานโค้ชให้แพ็คเกอร์สแทน เท่ากับว่าอีเกิลส์ล้างแค้นของตัวเองได้สำเร็จ

แต่ล้างแค้นมา ต้องล้างแค้นกลับ หลังจากนั้น วินซ์ ลอมบาร์ดี กลับรุ่งเรืองสุดขีด เขาไม่เคยแพ้รอบเพลย์ออฟอีกเลยตลอดทั้งชีวิต และคว้าแชมป์ซูเปอร์โบวล์ 2 ครั้งแรกมาครองได้สำเร็จ ทำให้ในภายหลังถ้วยแชมป์ซูเปอร์โบวล์ ถูกตั้งชื่อว่า "ลอมบาร์ดี โทรฟี" เพื่อเป็นเกียรติให้กับเขา

11

ตรงกันข้ามกับ ฟิลาเดลเฟีย อีเกิลส์ หลังจากปี 1960 พวกเขาไม่สามารถคว้าแชมป์ลีกได้อีกเลย ทั้งที่ในหลายครั้ง แฟรนไชส์ดีพร้อมที่จะเป็นแชมป์ทุกประการ แต่พวกเขากลับไม่เคยมีวาสนาไปถึงตรงนั้น

แฟนอเมริกันฟุตบอลจำนวนมากเชื่อว่า อีเกิลส์ ถูกสาปโดย วินซ์ ลอมบาร์ดี จากชัยชนะที่สร้างรอยด่างเพียงครั้งเดียว กับความพ่ายแพ้ในรอบเพลย์ออฟของ วินซ์ ลอมบาร์ดี จะทำให้ทีมจากฟิลาเดลเฟีย ไม่มีทางได้แตะถ้วย ลอมบาร์ดี โทรฟี ไปตลอดกาล

ฟิลาเดลเฟีย อีเกิลส์ ต้องรอถึง 57 ฤดูกาล กว่าพวกเขาจะกลับมาคว้าแชมป์ลีกได้เป็นครั้งแรก และไม่ว่าจะเชื่อหรือไม่ 57 คือเลขอายุของ วินซ์ ลอมบาร์ดี ตอนที่เขาเสียชีวิต

ราซิง คลับ : ไร้แชมป์กว่า 30 ปี เพราะศพแมวดำ

ราซิง คลับ คือหนึ่งในสโมสรที่ยิ่งใหญ่ของอาร์เจนตินา การคว้าแชมป์คือเรื่องปกติของสโมสรแห่งนี้ และปีที่ดีที่สุดของทีมราซิง คลับ คือปี 1967 ที่พวกเขาสามารถคว้าแชมป์โคปา ลิเบอร์ตาดอเรส หรือแชมป์ฟุตบอลถ้วยของทวีปอเมริกาใต้มาครองได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของสโมสร 

และในปีเดียวกัน ราซิง คลับ ได้คว้าแชมป์อินเตอร์คอนติเนนทัล คัพ ด้วยการเอาชนะกลาสโกว์ เซลติก แชมป์ยูโรเปียน คัพ หรือแชมป์ของทวีปยุโรป ประจำปี 1967 

12

ความยิ่งใหญ่สุดขีดของ ราซิง คลับ สร้างความขุ่นเคืองให้กับแฟนบอลทีมคู่ปรับอย่าง อินดีเพนเดนเต และแฟนบอลเดนตายของสโมสรแห่งนี้ พร้อมทำทุกวิถีทาง ที่จะยุติความยิ่งใหญ่ของ ราซิง คลับ

ทำให้แฟนของ อินดีเพนเดนเต ได้รวมหัวกันฆ่าแมวดำ 7 ตัว และบุกเข้าไปในสนามของ ราซิง คลับ เพื่อฝังศพแมวทั้ง 7 ตัว ไว้ใต้พื้นสนาม เป็นการสาปแช่งให้ทีมนี้เจอแต่เรื่องโชคร้าย

หลังจากปี 1967 เป็นต้นมา ราซิง คลับ ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป พวกเขาคว้าแชมป์มาครองไม่ได้แม้แต่ถ้วยเดียว แถมกระเด็นตกชั้นจากลีกสูงสุดอีกต่างหาก และหนักจนถึงขั้นล้มละลาย ในปี 1998

ท้ายที่สุด หลังจากฟาดเคราะห์เข้าไปอย่างหนัก ด้วยอิทธิฤทธิ์ของแมวดำ.. ราซิง คลับ ฟื้นกลับขึ้นมาคว้าแชมป์ได้อีกครั้งในปี 2001 ปิดตำนานความซวยครั้งนี้ไปในที่สุด

โจวานนี ตราปัตโตนี : เล่นไม่ดีน้ำมนต์ช่วยได้

การใช้น้ำมนต์มาเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจในการเล่นกีฬา ไม่ใช่เรื่องแปลกเท่าไหร่ในประเทศไทยของเรา แต่หากเรื่องนี้เกิดที่เยอรมัน หลายคนที่ได้พบเจอถึงกับงงเป็นไก่ตาแตก

เรื่องนี้เกิดขึ้นกับสโมสร บาเยิร์น มิวนิค ในช่วงปี 1996 เมื่อ โจวานนี ตราปัตโตนี (Giovanni Trapattoni) ยอดกุนซือชาวอิตาลี กลับมาคุมทัพเสือใต้เป็นรอบที่ 2 

แต่ดันโชคร้าย มาเจอเสือใต้ร่าง เอฟซี ฮอลลีวูด ที่ไม่ค่อยสนใจเรื่องการฝึกซ้อม และมัวแต่เอาเวลาไปเดินควงสาวๆ สร้างปัญหาแทบทุกวัน จนตราปัตโตนีเคยด่าออกสื่อว่านักเตะของเขาเป็นพวกอ่อนแอสิ้นดี

13

อย่างไรก็ตาม ผลงานทีมต้องมาก่อน และเขาต้องการปลุกความฮึกเฮิมให้ลูกทีม วิธีที่ตราปัตโตนีใช้ คือการเอาน้ำมนต์ที่ได้รับการปลุกเสกจากโบสถ์ มาพรมให้กับนักฟุตบอล 11 ตัวจริง ก่อนลงสนามแข่งขันในทุกเกม

น้ำมนต์ของตราปัตโตนี ดูเหมือนจะศักดิ์สิทธิ์ไม่น้อย เพราะช่วยให้เขาคว้าแชมป์บุนเดสลีกาได้ในฤดูกาลแรก และแชมป์เดเอฟเบ โพคาล ในฤดูกาลที่ 2 แถมมีค่าเฉลี่ยชนะถึง 61 เปอร์เซนต์ เยอะที่สุดในชีวิตการคุมทีมของตราปัตโตนี

แม้น้ำมนต์จะช่วยให้บาเยิร์นทำผลงานได้ดี แต่ตราปัตโตนีตัดสินใจออกจากการคุมทีม หลังจากหมดสัญญา 2 ปี เพราะน้ำมนต์ ไม่สามารถช่วยแก้ปัญหาความแสบของนักเตะเสือใต้ 

ตราปัตโตนียอมรับว่า เขาคุมนักเตะไม่อยู่ พร้อมกับเผยว่า ถ้ายังคุมทีมนี้ต่อไป เขาต้องตายแน่ๆ