รับชมที่นี่! รวมหนังผีสุดสยอง

กับดักความ(ไม่)สำเร็จ : เหตุใดรองแชมป์ซูเปอร์โบวล์ถึงทำผลงานได้น่าผิดหวังในปีถัดมา?

กับดักความ(ไม่)สำเร็จ : เหตุใดรองแชมป์ซูเปอร์โบวล์ถึงทำผลงานได้น่าผิดหวังในปีถัดมา?
Main Stand

สนับสนุนเนื้อหา

การคว้าแชมป์ซูเปอร์โบวล์ คือความฝันของนักอเมริกันฟุตบอลทุกคน เป็นเป้าหมายสูงสุดของผู้เล่นในลีก NFL

ซูเปอร์โบวล์ เป็นเหมือนเวทีแห่งความฝัน แต่การพ่ายแพ้ในเกมชิงแชมป์ เปรียบเสมือนฝันร้ายของทีมรองแชมป์ และทางเดียวที่พวกเขาจะกลับไปถอนความเจ็บปวดนั้น คือการกลับไปคว้าแชมป์ในซูเปอร์โบวล์อีกครั้ง

ในขณะที่กีฬาอื่น เราได้เห็นผู้แพ้กลับมาทำผลงานได้ดีในฤดูกาลถัดมาและล้างตากลับไปคว้าแชมป์ แต่สำหรับ NFL หลายทีมที่แพ้ในซูเปอร์โบวล์กลับทำผลงานได้น่าผิดหวังในปีถัดมา และหลายทีมไม่สามารถกลับไปท้าชิงแชมป์ซูเปอร์โบวล์ นานหลายปี

เหตุผลมาจากอะไร? ติดตามไปพร้อมกับเรา

บาดเจ็บจากศึกหนัก

NFL คือลีกกีฬาที่อันตรายที่สุดในโลก เพราะอเมริกันฟุตบอล คือหนึ่งในการแข่งขันที่สร้างอาการบาดเจ็บให้กับผู้เล่นมากที่สุด มีงานวิจัยเผยว่า นักกีฬาประเภทนี้มีความเสี่ยงได้รับผลกระทบบริเวณศีรษะมากกว่านักมวยสากลที่หัวของพวกเขา คือหนึ่งในเป้ารับหมัดเสียอีก

สำหรับนักกีฬาใน NFL อาการบาดเจ็บสามารถเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ และหลายครั้งทีมรองแชมป์ซูเปอร์โบวล์ได้รับความเสียหายครั้งใหญ่หลังจากผู้เล่นตัวหลักบาดเจ็บ

1

ฤดูกาล 2011 พิตส์เบิร์ก สตีลเลอร์ส ต้องเจอปัญหาใหญ่ในเรื่องอาการบาดเจ็บของควอเตอร์แบ็คคนเก่งของทีม เบน โรธิสเบอร์เกอร์ หลังจากฤดูกาลก่อนหน้า พวกเขาไปแพ้ในซูเปอร์โบวล์ ครั้งที่ 45 ให้กับ กรีนเบย์ แพ็คเกอร์ส 

แม้ว่าจอมทัพร่างใหญ่จะพลาดการลงสนามแค่ 1 เกม แต่ตลอดทั้งฤดูกาล เขาต้องแบกรับอาการบาดเจ็บบริเวณข้อเท้าซ้าย ทำให้เขามีเรตติ้งควอเตอร์แบ็คน้อยที่สุดในรอบ 3 ฤดูกาลหลังสุด รวมถึงเป็นครั้งแรกตั้งแต่เข้าลีก NFL เมื่อปี 2004 ที่เขาทำทัชดาวน์จากการวิ่งไม่ได้แม้แต่ครั้งเดียว

อาการบาดเจ็บของโรธิสเบอร์เกอร์ส่งผลให้เกมรุกของสตีลเลอร์ร่วงลงอย่างน่าใจหาย กลายเป็นทีมที่มีเกมบุกดีเป็นเพียงอันดับ 21 ของฤดูกาล (จาก 32 ทีม) ซึ่งไม่ดีพอที่จะเป็นทีมลุ้นแชมป์อย่างแน่นอน 

จากแชมป์สาย AFC ในฤดูกาล 2010 พวกเขากลับไม่สามารถคว้าแชมป์กลุ่ม AFC North ได้ในปีถัดมา แม้สุดท้ายจะผ่านเข้ารอบเพลย์ออฟไปได้ แต่ทีมคนเหล็กต้องไปตกรอบ แพ้ตั้งแต่เกมแรกของรอบตัดเชือก ถือเป็นผลงานที่น่าผิดหวัง สำหรับทีมที่ถูกคาดหมายเป็นเต็งแชมป์ก่อนเริ่มฤดูกาล

ปีถัดมา นิวอิงแลนด์ เพเทรียตส์ รองแชมป์ซูเปอร์โบวล์ครั้งที่ 46 ต้องเจอปัญหาอาการบาดเจ็บเช่นกัน โดยคราวนี้ไม่ได้เกิดกับควอเตอร์แบ็ค แต่เป็นปีกในหรือไทต์เอนด์ตัวเก่งของทีมอย่าง ร็อบ กรองคาวสกี 

2

หลังจากระเบิดผลงาน 20 ทัชดาวน์ตลอดฤดูกาล 2011 (รวมฤดูกาลปกติและรอบเพลย์ออฟ) กรองคาวสกีต้องเผชิญหน้าอาการบาดเจ็บบริเวณแขนซ้ายตลอดทั้งฤดูกาลและได้ลงสนามเพียง 11 เกมในฤดูกาลปกติ 

ก่อนที่สุดยอดปีกนอกรายนี้จะได้รับบาดเจ็บหนักตั้งแต่ควอเตอร์แรกในเกมเพลย์ออฟนัดแรกของทีมนักรบกู้ชาติ จนส่งผลให้ นิวอิงแลนด์ เพเทรียตส์ อดเข้าไปแก้มือในซูเปอร์โบวล์ เพราะแพ้ในเกมชิงแชมป์สาย AFC ด้วยการถูก บัลติมอร์ เรเวนส์ ถล่มยับด้วยสกอร์ 28 ต่อ 13 

การไม่ได้เป็นแชมป์ซูเปอร์โบวล์ถือเป็นผลงานอันน่าผิดหวังเสมอสำหรับทีมนิวอิงแลนด์ เพเทรียตส์ ในยุคของ ทอม เบรดี และยังคงเป็นสิ่งที่คาใจแฟนไม่น้อยว่าหาก ร็อบ กรองคาวสกี ไม่ได้รับอาการบาดเจ็บ บางทีทีมนักรบกู้ชาติอาจเข้าไปล้างตา คว้าแชมป์ซูเปอร์โบวล์ในฤดูกาลนั้นมาครองก็เป็นได้

อีกหนึ่งทีมที่โดนอาการบาดเจ็บทำพิษจนผลงานน่าผิดหวังหลังจากเข้าไปแพ้ในซูเปอร์โบวล์คือ แคโรไลนา แพนเธอร์ส ทีมซึ่งพลาดคว้าแชมป์ซูเปอร์โบวล์ครั้งที่ 50 และก็เป๋ยาวๆในฤดูกาล 2016

ฤดูกาลก่อนหน้านั้นทีมเสือดำระเบิดผลงานชนะ 15-1 ในฤดูกาลปกติ พร้อมกับควอเตอร์แบ็ค แคม นิวตัน ที่คว้าตำแหน่งผู้เล่นทรงคุณค่า หรือ MVP หลังระเบิดผลงาน 45 ทัชดาวน์ (รวมทั้งการขว้าง และวิ่ง) แต่ไม่ใช่กับปีถัดมา

แคม นิวตัน โดนอาการบาดเจ็บกระทบกระเทือนทางสมองเล่นงานบวกกับปัญหาด้านความประพฤติ ทำให้ซูเปอร์แคมมีเรตติ้งควอเตอร์แบ็คในฤดูกาลนั้นน้อยที่สุดตั้งแต่เข้ามาเล่นในลีก NFL เมื่อปี 2011 และมีเปอร์เซนต์ความแม่นยำในการขว้างลูกเพียง 52.9 เปอร์เซนต์ น้อยที่สุดในการเล่นอาชีพจนถึงปัจจุบัน ขณะที่ตัวของนิวตันทำทัชดาวน์รวมจากการขว้างและวิ่งลดจาก 45 เหลือเพียง 24 ทัชดาวน์

3

เมื่อผลงานของจอมทัพตกต่ำจาก 15-1 ในฤดูกาลก่อนหน้า ทัพเสือดำจบฤดูกาล 2016 ด้วยผลงานชนะ 6 แพ้ 10 ห่างกันราวฟ้ากับเหว จนกลายเป็นอีกหนึ่งทีมที่โดนอาถรรพ์รองแชมป์ซูเปอร์โบวล์เข้าเล่นงานแบบเต็มๆ 

อาการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นกับทีมรองแชมป์ซูเปอร์โบวล์ในฤดูกาลถัดมาไม่ได้เกิดขึ้นเพราะอาถรรพ์หรือความบังเอิญ แต่เป็นเพราะผู้เล่นเหล่านี้ต้องกรำศึกหนักในเกมคนชนคนมากกว่าทีมอื่น

3 หรือ 4 เกม คือจำนวนที่ทีมเข้าชิงซูเปอร์โบวล์ต้องเล่นในรอบเพลย์ออฟ แม้จะเหมือนจำนวนไม่เยอะ แต่เพียงเท่านี้ก็เพิ่มโอกาสบาดเจ็บของนักกีฬาขึ้นมาอย่างมาก เพราะเมื่อรวมเกมในฤดูกาลปกติ 16 เกม เท่ากับว่าทีมที่เข้าชิงซูเปอร์โบวล์ ต้องลงเล่น 19-20 เกมในฤดูกาลนั้น

พวกเขาต้องเสี่ยงเอาร่างกายไปปะทะกับผู้เล่นคนอื่นอีกหลายสิบครั้ง มากกว่านักกีฬาทีมอื่นที่ชิงตกรอบไปก่อน ดังนั้น ขุมกำลังของทีมรองแชมป์ซูเปอร์โบวล์จึงมักไม่เต็มร้อยยามเริ่มต้นฤดูกาลถัดไป

4

ดูได้จากรองแชมป์ซูเปอร์โบวล์ทีมล่าสุด ในครั้งที่ 54 อย่าง ซานฟรานซิสโก โฟร์ตีไนเนอร์ส ที่มีผู้เล่นได้รับบาดเจ็บก่อนเริ่มฤดูกาลหลายคน 

เช่น จอร์จ คิทเทิล, ดีโบ ซามูเอล, ไคล์ ยูสเช็ค, นิค โบซา และ ดี ฟอร์ด ซึ่งล้วนเป็นกำลังหลักพาทีมเข้าสู่ซูเปอร์โบวล์ จนสื่อเริ่มมองว่าทัพคนตื่นทองจะเป็นอีกทีมที่โดนอาถรรพ์รองแชมป์ซูเปอร์โบวล์เล่นงานด้วยปัญหาอาการบาดเจ็บ

กดดันและเจ็บปวด

สำหรับนักกีฬา ความพ่ายแพ้ย่อมเจ็บปวดเสมอ แต่สำหรับนักอเมริกันฟุตบอล ไม่มีความเจ็บปวดไหนจะหนักหนาไปกว่าการแพ้ในซูเปอร์โบวล์ 

5

ไม่มีทีมไหนอยากจะคว้าแชมป์ซูเปอร์โบวล์ไปมากกว่าในทีมรองแชมป์ในฤดูกาลก่อน แต่ทุกอย่างจะไม่ง่ายเหมือนปีที่ผ่านมา เพราะหลายครั้งทีมที่เข้าชิงซูเปอร์โบวล์อาจเป็นม้านอกสายตาหรือทีมระดับกลางที่ใช้เวลาสร้างทีมมาหลายปีจนพร้อมเพื่อจะท้าชิงแชมป์

แต่หลังจากเข้าสู่ซูเปอร์โบวล์ ความกดดันมหาศาลจะกลับมาสู่ทีมรองแชมป์ที่ถูกตั้งความคาดหวังจากทั้งสื่อ, แฟนบอล รวมถึงผู้เล่น และทีมงานโค้ช ว่าปีนี้จะต้องกลับไปแก้มือให้ได้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น 

เป้าหมายการเป็นแชมป์สถานเดียวที่หนักอึ้งอยู่บนไหล่ของทีมรองแชมป์ซูเปอร์โบวล์ ทำให้หลายทีมไม่สามารถทำผลงานได้ตามที่หวัง ไม่ใช่แค่แบกรับความกดดันไม่ไหว แต่บาดแผลจากความเจ็บปวดจากความพ่ายแพ้ยังคงฝังลึกอยู่ในจิตใจผู้เล่น

"ผมแพ้ในซูเปอร์โบวล์มา 3 ครั้ง และทุกครั้งมันเจ็บปวดเกินรับไหว" ทอม เบรดี สุดยอดควอเตอร์แบ็คแห่งยุคสมัย เจ้าของแหวนแชมป์ 6 วง กล่าวถึงประสบการณ์ความพ่ายแพ้ในเกมนัดชิงชนะเลิศ

6

"ทุกครั้งที่แพ้ คุณจะจดจำไปตลอด ไม่มีวันลืม คุณจะจำความรู้สึกพวกนั้นได้หมด เพราะมันเพิ่งเกิดเมื่อปีที่ผ่านมานี่เอง และจะอยู่กับคุณไปตลอด รู้ไหมผมไม่เคยลืมความรู้สึกที่ผมแพ้ซูเปอร์โบวล์ครั้งแรกเมื่อฤดูกาล 2007 (ในซูเปอร์โบวล์ครั้งที่ 42 ซึ่งเป็นครั้งที่พวกเขาพลาดโอกาสทำเพอร์เฟกต์ ซีซั่น ชนะรวดทุกนัดจนกระทั่งคว้าแชมป์) ได้เลย"

"เมื่อคุณเข้าชิงซูเปอร์โบวล์ คุณจะรู้ว่าคุณพยายามทำทุกทางเพื่อมายืนในจุดนี้ สุดท้ายเมื่อคุณแพ้ คุณจะรู้ว่าคุณทำได้ดีไม่พอ เก่งไม่พอที่จะเป็นแชมป์ คุณจะโทษตัวเองไปตลอดชีวิต และผมเชื่อว่า ไม่ใช่ทุกคนที่จะก้าวผ่านมันได้"

"ถ้าคุณชนะซูเปอร์โบวล์ มันคือความสำเร็จที่จะอยู่กับคุณไปตลอดชีวิต ถ้าคุณแพ้ มันคือแผลที่ฝังอยู่ในตัวคุณไปจนวันตาย" ทอม เบรดี กล่าว

ยอดควอเตอร์แบ็ครายนี้คือหนึ่งในไม่กี่คนที่เอาชนะความเจ็บปวดของตัวเองได้ จากรองแชมป์ในฤดูกาล 2017 ซูเปอร์โบวล์ครั้งที่ 52 เบรดีพา นิวอิงแลนด์ เพเทรียตส์ กลับมาคว้าแชมป์ซูเปอร์โบลว์ครั้งที่ 53 ได้ในฤดูกาล 2018 

แต่ทีมส่วนใหญ่ไม่สามารถทำในสิ่งที่เบรดีทำได้ หลายทีมที่เคยได้รับยกย่องว่ามีผลงานที่ยอดเยี่ยมหลังจากพ่ายแพ้ในซูเปอร์โบวล์ พวกเขาไม่สามารถกลับมายืนในจุดที่เคยอยู่ได้อีกเลย

7

เบรต ฟาฟร์ และทีมกรีนเบย์ แพ็คเกอร์ส ไม่สามารถกลับมาเข้าชิงซูเปอร์โบวล์ได้อีกนับตั้งแต่พลาดแชมป์ซูเปอร์โบวล์ครั้งที่ 32 ในฤดูกาล 1997 ตลอดยุคสมัยควอเตอร์แบ็คแขนพลังช้างรายนี้ 

แมต ไรอัน กับ แอตแลนตา ฟอลคอนส์ ก็เช่นกัน เพราะหลังจากแพ้ในซูเปอร์โบวล์ ครั้งที่ 51 แบบช็อกโลก ให้กับนิวอิงแลนด์ เพเทรียตส์ 28-34 ทั้งที่นำห่าง 28-3 ก็ไม่เคยกลับไปเฉียดใกล้การคว้าแชมป์อีกเลย

เหนือกว่าด้วยจิตใจของผู้ชนะ

มีทีมมากมายที่ล่มสลายหลังความพ่ายแพ้ในซูเปอร์โบวล์จนต้องเข้าสู่กระบวนการสร้างทีมใหม่ ทำให้ร้างความสำเร็จไปหลายปี ไม่ใช่เพราะพวกเขาเล่นไม่ดีแต่สภาพจิตใจ การกระหายเป็นผู้ชนะของพวกเขาไม่เป็นเหมือนเดิม หลังจากแพ้ในซูเปอร์โบวล์ 

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ว่าทุกทีมที่แพ้ในซูเปอร์โบวล์จะเจอภาวะล่มสลาย ไม่สามารถกลับมาเป็นแชมป์ได้ทั้งหมด ยังมีหลายทีมที่สามารถกลับมาต่อกร ล่าแชมป์ได้ในเวลาอันสั้น

หนึ่งในนั้นคือ ทอม เบรดี และนิวอิงแลนด์ เพเทรียตส์ ดังที่เราได้เกริ่นไปข้างต้น แม้จะต้องแพ้ให้กับฟิลาเดลเฟีย อีเกิลส์ แบบช็อควงการในซูเปอร์โบวล์ ครั้งที่ 52 แต่ทีมนักรบกู้ชาติกลับมาคว้าแชมป์ได้อย่างยิ่งใหญ่ในซูเปอร์โบวล์ปีถัดมา

8

"ผู้คนพูดจาเรื่องแย่ๆเกี่ยวกับเรามาพักใหญ่ (หลังจากแพ้ซูเปอร์โบวล์ ครั้งที่ 52) นั่นทำให้ผมมีความกระหายมากขึ้นกว่าเดิม อันที่จริง นี่คือแรงกระตุ้นอย่างมากให้กับผม"

"ผมอยากจะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ทีมชนะเสมอ ออกไปเล่นด้วยผลงานที่ยอดเยี่ยม นี่คือฟุตบอล คุณต้องเล่นด้วยความต้องการที่จะชนะ สนุกไปกับเพื่อนร่วมทีมของคุณ" ทอม เบรดี กล่าวหลังชนะซูเปอร์โบวล์ 53

เดนเวอร์ บรองโกส์ คืออีกกลุ่มคนที่ก้าวผ่านคำสาปนี้ หลังจากแพ้ในซูเปอร์โบวล์ ครั้งที่ 48 ประจำฤดูกาล 2013 อย่างเจ็บปวด ต่อ ซีแอทเทิล ซีฮอว์คส์ ด้วยสกอร์ 43 ต่อ 8 อีก 2 ปีหลังจากนั้นพวกเขาสามารถกลับมาคว้าแชมป์ซูเปอร์โบวล์ได้สำเร็จ

หลังชวดแชมป์ในฤดูกาลก่อนหน้า ฤดูกาล 2014 บรองโกส์เป็นอีกทีมที่โดนอาถรรพ์เล่นงาน หลังตกรอบเพลย์ออฟแบบช็อคแฟนๆด้วยการแพ้ต่อ อินเดียนาโปลิส โคลต์ส หลายฝ่ายมองว่า นี่อาจจะเป็นจุดจบของทีมชุดนี้ และเข้าสู่การสร้างทีมใหม่

แต่บรองโกส์สามารถก้าวข้ามความผิดหวังตลอด 2 ฤดูกาลก่อนหน้า กลับมาอย่างแข็งแกร่ง คว้าแชมป์ซูเปอร์โบวล์ในการแข่งขันครั้งที่ 50 ประจำฤดูกาล 2015 เนื่องด้วยขุนพลม้าป่าไม่ยอมให้บาดแผลจากการพ่ายแพ้ในซูเปอร์โบวล์ส่งผลต่อความกระหายในชัยชนะของพวกเขา

9

"ผมจะไม่พูดว่า นี่คือความพ่ายแพ้ที่น่าอับอายหรอกนะ (การแพ้ในซูเปอร์โบวล์ ครั้งที่ 48) เพราะพวกเราไม่ใช่ทีมแบบนั้น" เพย์ตัน แมนนิง ควอเตอร์แบ็คของทีมเดนเวอร์ บรองโกส์ ชุดนั้นกล่าว

"ถ้าเราจะชนะ เราแค่ต้องเล่นให้สมกับเป็นผู้ชนะ และที่เราแพ้ แสดงว่าเราเล่นไม่ใกล้เคียงกับจุดนั้น"

"มีคนมากมายตั้งคำถามกับเราว่า สมควรเป็นแชมป์ซูเปอร์โบวล์ไหม เราเหมาะสมหรือเปล่า แต่สุดท้ายผมก็ดีใจที่เราคว้าแชมป์ได้ เพราะมีคนมากมายให้กำลังใจทีมของเรา" เพย์ตัน แมนนิง กล่าว

10

สุดท้ายแล้ว ทีมที่แพ้ในซูเปอร์โบวล์ต้องเผชิญหน้ากับความเจ็บปวดทางร่ายกายและจิตใจ จนส่งผลกระทบต่อผลงานในสนาม ทำให้พวกเขาไม่สามารถกลับเป็นทีมที่เคยเป็น จนมีผลงานร่วงหล่นอย่าน่าใจหายในฤดูกาลถัดมา

แต่ว่าไม่มีสิ่งใดยิ่งใหญ่กว่าใจเราเอง ความพ่ายแพ้อาจเจ็บปวด แต่เราจะเจ็บปวดยิ่งกว่าหากเราไม่สามารถก้าวข้ามความผิดหวังกลับมาเป็นผู้ชนะได้อีก

ดังนั้นแล้ว อาถรรพ์รองแชมป์ซูเปอร์โบวล์จะเกิดขึ้นหรือไม่ ขึ้นอยู่กับว่าเหล่าผู้เล่นในทีมที่พบกับความพ่ายแพ้ในเกมอันยิ่งใหญ่จะก้าวผ่านความล้มเหลวของตัวเองได้หรือไม่ 

จะยืนหยัดเพื่อกลับมาคว้าชัยหรือล้มฟุบตลอดไป.. พวกเขาล้วนมีสิทธิ์ที่จะเลือกได้ด้วยตัวเอง