[PLAYER PROFILE] "ทาริค แลมพ์ตีย์" : อีกหนึ่งดาวรุ่งฝีเท้าดีที่สิงห์ปล่อยหลุดมือ

[PLAYER PROFILE] "ทาริค แลมพ์ตีย์" : อีกหนึ่งดาวรุ่งฝีเท้าดีที่สิงห์ปล่อยหลุดมือ
90MiN

สนับสนุนเนื้อหา

3 ล้านปอนด์ คือจำนวนค่าตัวที่ เชลซี ได้รับจาก ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน สโมสดังร่วมศึกพรีเมียร์ลีก เมื่อช่วงตลาดซื้อขายนักเตะเดือนมกราคมปี 2020 ที่ผ่านมา แลกกับการปล่อยตัวดาวรุ่งส่วนเกินของทีมอย่าง ทาริค แลมพ์ตีย์ หนุ่มน้อยชาวอังกฤษวัย 19 ปี ณ ขณะนั้น ที่เพิ่งจะถูกดันขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่และได้โอกาสสัมผัสเกมกับสิงโตน้ำเงินครามไปเพียง 3 นัดในช่วงครึ่งฤดูกาลแรกของซีซั่น 2019/20

ทาริค แลมพ์ตีย์ เป็นนักเตะลูกครึ่งอังกฤษ-กานา ที่เกิดในลอนดอน เข้าสู่รั้วอะคาเดมีของเชลซีตั้งแต่อายุ 8 ขวบ และค่อยๆไต่ระดับขึ้นมาจนขึ้นสู่ทีมรุ่นยู-18 ในปี 2017 ซึ่งในปีนั้นเองเจ้าตัวถูกเรียกให้ไปติดทีมชาติอังกฤษเป็นครั้งแรกในรุ่นอายุไม่เกิน 18 ปี ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีดีกรีเป็นแชมป์ยูธลีกเมื่อปี 2017/18 รวมถึงพาทีมเข้าชิงรายการยูฟ่า ยูธลีก ถึง 2 ปีติดต่อกัน แต่น่าเสียดายที่ไปพ่ายให้กับ บาร์เซโลน่า เมื่อปี 2018 และ เอฟซี ปอร์โต้ ในปี 2019 โดยนักเตะดาวรุ่งสิงโตน้ำเงินครามในชุดนั้นที่เล่นร่วมกับเขาและสามารถสร้างชื่อเสียงขึ้นมาได้ก็มี รีซ เจมส์, คัลลัม ฮัดสัน-โอดอย, บิลลี กิลมอร์ และ มาร์ค เกอี

b
เช่นเดียวกับเด็กหนุ่มฝีเท้าดีคนอื่นๆ แลมพ์ตีย์ก็เป็นหนึ่งในนักเตะที่ถูก แฟรงค์ แลมพาร์ด ดันขึ้นมาติดทีมชุดใหญ่ในยุคที่ทีมประสบปัญหาถูกแบนไม่สามารถลงทะเบียนนักเตะใหม่ได้เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา

เป็นที่ทราบกันดีว่าการแข่งขันเพื่อโอกาสในการลงเล่นในทีมชุดใหญ่เชลซีหนักหนาสาหัสมากขนาดไหน ไม่ใช่เฉพาะกับดาวรุ่งที่ถูกดันขึ้นมาเท่านั้น เพราะแม้แต่ผู้เล่นระดับซีเนียร์หลายรายยังต้องพบกับวิกฤต จนในที่สุดต้องย้ายออกจากทีมไป ซึ่งแลมพ์ตีย์เองก็ต้องประสบพบเจอกับเหตุการณ์เดียวกันนี้เช่นกัน แต่แน่นอนว่าด้วยฝีเท้าที่มีและการกระหายที่จะพิสูจน์ตัวเอง ทำให้ในที่สุดเจ้าตัวได้ตัดสินใจครั้งใหญ่ครั้งหนึ่งในชีวิตด้วยการย้ายออกจากสโมสรที่ปลุกปั้นตนขึ้นมาตั้งแต่ 8 ขวบ เพื่อไปอยู่กับที่ระดับเล็กกว่าอย่าง ไบรท์ตัน ที่สามารถการันตีตำแหน่งตัวจริงในทีมชุดใหญ่ให้กับเขาได้นั่นเอง

y
แลมพ์ตีย์เองก็เคยออกมาให้สัมภาษณ์กับ สกาย สปอร์ตส์ ทำนองว่า มันเป็นเรื่องยากสุดๆที่ต้องตัดสินใจจากลาสถานที่ๆคุ้นเคยมาตั้งแต่ยังเด็ก ซึ่งทางสโมสรเองก็ยังต้องการเก็บเขาเอาไว้ แต่แน่นอนว่าฝีเท้าที่ดีแต่หากไม่ได้รับโอกาสลงเล่นมันก็ไม่มีความหมาย เจ้าตัวจึงตัดสินใจย้ายออกจากทีมไปในที่สุด ซึ่งหนุ่มน้อยวัย 20 ปีรายนี้ยังกล่าวถึงความแตกต่างระหว่างทั้งสองสโมสรอีกว่า ที่เชลซีเขาอาจเป็นเพียงแค่ดาวรุ่ง แต่กับไบรท์ตัน ทุกๆคนมองเขาในฐานะส่วนหนึ่งในฟันเฟืองชิ้นสำคัญของทีม ซึ่งสิ่งเหล่านั้นทำให้เขารู้สึกถึงความรับผิดชอบอันยิ่งใหญ่ที่ต้องแบกรับและต้องพยายามพัฒนาตนเองขึ้นมาเพื่อให้สามารถตอบสนองกับความคาดหวังดังกล่าวให้ได้

หากถามถึงสไตล์การเล่นของหนุ่มน้อยวัย 20 ปีรายนี้ ต้องบอกว่าเดิมทีเจ้าตัวเล่นได้ค่อนข้างหลากหลายแทบจะทุกตำแหน่งบริเวณริมเส้นฝั่งขวา ตั้งแต่แบ็กไปจนถึงตัวรุก ยิ่งไปกว่านั้นคือมีความเร็วที่จัดจ้าน แถมยังเลี้ยงบอลติดเท้า ไปกับบอลได้ดี แต่สิ่งที่โดดเด่นสุดๆ ดูจะเป็นความมั่นใจในตัวเอง กล้าลากกล้าเลี้ยง ที่มักจะหาได้ยากจากตัวดาวรุ่งหน้าใหม่ๆ และแน่นอนข้อเสียจุดใหญ่ของเจ้าตัวเลยก็คือการมีส่วนสูงเพียง 164 เซนติเมตรที่อาจจะดูน้อยเกินไปในการเล่นในเกมระดับสูงของลีกที่ว่ากันว่ายิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของยุโรปนี้

m
อย่างไรก็ตาม หลังจากย้ายไปร่วมทัพนกนางนวล แลมพ์ตีย์ก็สามารถยึดตำแหน่งแบ็กขวาตัวจริงเอาไว้ได้อย่างเหนียวแน่น รวมถึงในฤดูกาลนี้ที่บ่อยครั้งที่เขามักจะถูกดันขึ้นมาเป็นวิงแบ็กหรือเป็นปีกในยามจำเป็น ซึ่งหากใครได้มีโอกาสติดตามดูจะเห็นได้ว่าฟอร์มของเขาโดดเด่นเอามากๆ ทำไปแล้ว 1 ประตูกับอีก 3 แอสซิสต์ อีกทั้งยังมีสถิติอันยอดเยี่ยม เช่น เป็นผู้เล่นในตำแหน่งกองหลังที่มีค่าเฉลี่ยระยะทางในการเลี้ยงบอลมากที่สุด, เปิดบอลด้วยอัตราความแม่นยำมากที่สุดเป็นอันดับสอง และเอาชนะการดวลตัวต่อตัวมากที่สุดเป็นอันดับสามในบรรดาผู้เล่นตำแหน่งแบ็กในพรีเมียร์ลีกซีซั่นนี้ แน่นอนด้วยผลงานดังที่ได้กล่าวมา ทำให้ปัจจุบันเจ้าตัวตกเป็นข่าวพัวพันกับหลายทีมในยุโรป ทั้ง เซบีญ่า, แอตเลติโก มาดริด หรือแม้แต่แชมป์ยุโรปอย่าง บาเยิร์น มิวนิค เองก็ลือกันว่ากำลังให้ความสนใจจะคว้าตัวไปร่วมทีมด้วยเช่นกัน

f
ว่ามาจนถึงตอนนี้แล้ว แฟนเชลซีหลายคนอาจไม่นึกเสียดายเท่าใดนัก เพราะคิดว่าถึงอยู่ต่อก็คงเป็นได้แค่อะไหล่ในทีมเท่านั้น แต่อย่าลืมว่าในอดีต สิงห์บลูส์มักจะปล่อยดาวรุ่งฝีเท้าดีที่ปัจจุบันสามารถก้าวขึ้นมาเป็นหัวแถวของวงการหลุดมือไปเสมอในช่วงที่ผ่านมา ทั้ง เควิน เดอ บรอยน์, โมฮาเหม็ด ซาลาห์, นาธาน อาเก หรือแม้แต่ แพทริก แบมฟอร์ด และด้วยผลงานขนาดนี้แลกกับค่าตัวอันน้อยนิดเพียง 3 ล้านปอนด์ที่ได้รับมา ก็มีโอกาสสูงที่แลมพ์ตีย์อาจเป็นนักเตะคนต่อไปในรายชื่อแข้งซูเปอร์สตาร์ที่สิงโตน้ำเงินครามประเมินความสามารถที่แท้จริงของเขาต่ำเกินไปอีกหนึ่งรายก็เป็นได้