เก็บตกประเด็นร้อนหลังเกม เซบีญา 3-2 อินเตอร์ มิลาน ศึกยูโรปาลีก นัดชิงดำ

เก็บตกประเด็นร้อนหลังเกม เซบีญา 3-2 อินเตอร์ มิลาน ศึกยูโรปาลีก นัดชิงดำ
90MiN

สนับสนุนเนื้อหา

ข้อมูลการแข่งขัน
การแข่งขัน : ฟุตบอลยูฟ่า ยูโรปาลีก 2019/20 รอบชิงชนะเลิศ
วันแข่งขัน : คืนวันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม
เวลาแข่งขัน : 02:00 น. ตามเวลาประเทศไทย
ผลการแข่งขัน : อินเตอร์ มิลาน 2-3 เซบีญา
สนาม : รีนเอเนอร์จี สตาดิโอน ประเทศเยอรมนี

1. ยูฟ่า "เซบีญาคัพ"

หากจะเปลี่ยนชื่อฟุตบอลรายการนี้จาก ยูฟ่า ยูโรปาลีก เป็น ยูฟ่า เซบีญาคัพ ก็ดูจะไม่น่าเกลียดแต่อย่างใด เพราะในค่ำคืนนี้ ทีมดังจากลาลีกาก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าพวกเขายังคงเป็นเจ้าแห่งถ้วยใบนี้ชนิดที่ไม่มีใครมาเทียบชั้นได้ (6 สมัย) เหมือนที่ เรอัล มาดริด ทำในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก

v
แม้คู่แข่งจะเป็นถึง อินเตอร์ มิลาน ทีมที่คว้าแชมป์รายการนี้มากที่สุดเป็นอันดับที่ 2 (3 สมัย) ก็มิอาจต้านทานความร้อนแรงของพวกเขาจนต้องพ่ายแพ้ไปในที่สุด

2. งูใหญ่ โชคไม่เข้าข้าง

รูปเกมในวันนี้ต้องบอกว่าทั้งสองทีมวางแท็คติกมาสู้กันได้อย่างสนุกสูสี โดยต่างฝ่ายต่างงัดไม้เด็ดที่มีออกมาให้ฟาดฟันกันได้อย่างสมศักดิ์ศรีตลอด 90 นาที ฝั่ง อินเตอร์ มาเน้นตั้งรับและรอโอกาสสวนกลับ ส่วน เซบีญา พยายามครองบอลบุกแหลกตามสไตล์บอลแดนกระทิงดุ ซึ่งการครองบอลรวมถึงโอกาสจบสกอร์ทั้งสงทีมทำได้พอๆกัน จะมีก็แต่สกอร์บนบอร์ดเท่านั้นที่เป็นข้อแตกต่าง

n
โดยประตูชัยของ ดิเอโก คาร์ลอส ที่ตีลังกายิงในช่วงครึ่งหลังนั้น บอลเหมือนจะไม่เข้ากรอบไปแล้ว แต่ ลูกากู ก็ดันไปสะกัดเปลี่ยนทางเข้าไปให้ซะอย่างนั้น อีกทั้งอดีตหอกแมนฯ ยูไนเต็ด มีจังหวะได้ดวล 1-1 กับผู้รักษาประตูก่อนหน้านั้น แต่กลับโชคร้ายยิงไปติดเซฟอย่างน่าเสียดาย เพราะหากลูกนั้นเขายิงไม่พลาดทีมที่จะได้ชูถ้วยในวันนี้อาจจะเป็น อินเตอร์ มิลาน ก็เป็นได้

3. สถิติหลังเกม

- เซบีญา คว้าแชมป์ในรายการนี้เป็นสมัยที่ 6 มากกว่าทีมอันดับสองอย่าง อินเตอร์ มิลาน คู่แข่งในวันนี้อยู่ถึง 3 สมัยด้วยกัน

- อินเตอร์ แพ้ในฟุตบอลยุโรปรอบชิงชนะเลิศเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1997 ที่ปีนั้นพวกเขาพ่ายจุดโทษให้กับ ชาลเก้ 04 ในศึกยูฟ่า คัพ

- นับตั้งแต่ปี 2010 ทีมแชมป์ยูฟ่า ยูโรปาลีก มีกุนซือเป็นชาวสเปนถึง 6 จากทั้งหมด 11 ครั้ง (อูไน เอเมรี 3 / กิเก้ ซานเชซ ฟลอเรส / ราฟา เบนิเตซ / ฆูเล็น โลเปเตกี)

p
- เซบีญา ทำสถิติเอาชนะคู่แข่งในรอบน็อคเอาท์รายการนี้ได้ถึง 21 จากทั้งหมด 22 ครั้ง

- โรเมลู ลูกากู ยิงไปทั้งสิ้น 34 ประตูในทุกรายการให้กับทีมงูใหญ่ในฤดูกาลแรก นักเตะอินเตอร์ที่ทำสถิติยิงประตูได้มากที่สุดในปีแรกที่ย้ายมาร่วมทีมคือ โรนัลโด ในปี 1997/98 (34 ประตูเท่ากัน)

- ดิเอโก้ โกดิน ทำสถิติเป็นนักเตะคนที่ 6 ที่สามารถยิงประตูในนัดชิงชนะเลิศทั้ง ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก และ ยูโรปาลีก ได้ต่อจาก สตีเฟน เจอร์ราร์ด, เฮร์นัน เครสโป, ดิมิทรี อเลนิเชฟ, อัลลัน ไซมอนเซน และ เปโดร

- ประตูขึ้นนำของ โรเมลู ลูกากู ในนาทีที่ 5 นั้นถือเป็นการยิงประตูในนัดชิงชนะเลิศรายการนี้ที่เร็วที่สุดนับตั้งแต่ปี 2001 ที่ มาร์คุส บับเบิล ของลิเวอร์พูล เคยทำไว้ล่าสุดในนัดชิงปีนั้น (นาทีที่ 3)

- ดิเอโก คาร์ลอส ทำทีมเสียจุดโทษไปถึง 3 ครั้งในยูโรปาลีก ฤดูกาลนี้ มากที่สุดเทียบเท่ากับที่ เซซาร์ อัซปิลิกวยตา เคยทำไว้ 3 ครั้งเท่ากันในปี 2012/13 ซึ่งเชลซีเป็นแชมป์ในปีนั้น