ประวัติศาสตร์! ไลป์ซิก เชือด แอต. มาดริด 2-1 ทะลุตัดเชือกศึกแชมเปี้ยนส์ลีก (คลิป)

ประวัติศาสตร์! ไลป์ซิก เชือด แอต. มาดริด 2-1  ทะลุตัดเชือกศึกแชมเปี้ยนส์ลีก (คลิป)
S! Sport

สนับสนุนเนื้อหา

ฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก 2019/20 รอบ 8 ทีมสุดท้าย
คืนวันพฤหัสบดีที่ 13 สิงหาคม

แอร์เบ ไลป์ซิก 2-1 แอตเลติโก มาดริด

สนาม : เอสตาดิโอ โชเซ อัลบาลาเด้

แอร์เบ ไลป์ซิก สร้างประวัติศาสตร์กรุยทางสู่รอบ 4 ทีมสุดท้ายของศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ก่อตั้งสโมสรเมื่อ 11 ปีก่อนหลังคว่ำ แอตเลติโก มาดริด 2-1 จากประตูชัยในช่วงท้ายเกมของ ไทเลอร์ อดัมส์

การแข่งขันที่ โปรตุเกส ออกสตาร์ทอย่างร้อนแรงด้วยการที่ทั้ง 2 ฝ่ายพยายามเปิดเกมรุกอย่างรวดเร็วโดย ไลป์ซิก เป็นฝ่ายเหลื่อมกว่าเล็กน้อยจากสัดส่วนการครองบอลที่มากกว่า แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่มีประตูเกิดขึ้นใน 45 แรกของการแข่งขัน

เกมทวีความร้อนแรงขึ้นตั้งแต่ช่วงต้นครึ่งหลังเมื่อ ดานี โอลโม ทะยานโหม่งลูกครอสเร็วของ มาร์แซล ซาบิตเซอร์ จากกราบขวาผ่านมือ แยน โอบลัค ตุงตาข่ายเป็นประตูขึ้นนำของ แอร์เบ ไลป์ซิก ในนาทีที่ 51 ทำให้พลพรรค ตราหมี ต้องเร่งเกมเพื่อทวงประตูคืน

ความพยายามของลูกทีม ดิเอโก้ ซิเมโอเน มาสำเร็จในนาทีที่ 71 เมื่อ ชูเอา เฟลิกซ์ ได้หลุดไปล่อเป้า ปีเตอร์ กูลาสชี เหน่งๆ ก่อนถูก ลูคัส คลอสเตอร์มันน์ เสียบล้มลงในกรอบเขตโทษ ผู้ตัดสินชี้ให้เป็นลูกจุดโทษอย่างไม่ลังเลก่อนที่วันเดอร์คิดวัย 20 ปีจะลุกขึ้นมาสังหารไม่พลาด

เกมทำท่าจะยืดเยื้อไปถึงช่วงต่อเวลาพิเศษ แต่เกมรุก ไลป์ซิก ก็มาแผลงฤทธิ์ในนาทีที่ 88 เมื่อ อังเจลิโน ได้หลุดขึ้นไปที่กราบซ้ายก่อนตัดสินใจตบเลียดกลับมาที่แถวสองโดยมี ไทเลอร์ อดัมส์ ทะยานเติมขึ้นมาถึงหน้ากรอบเขตโทษ แต่งบอล 1 จังหวะก่อนยิงไปแฉลบกองหลัง ตราหมี เป็นประตู 2-1 และกลายเป็นประตูชัยของ ไลป์ซิก ในที่สุด และผ่านเข้าไปเจอกับ เปแอสเช ในรอบรองชนะเลิศ

 รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม

ไลป์ซิก : ปีเตอร์ กูลัคซี่,มาร์เซล ฮัลส์เทนเบิร์ก,ดาโยต์ อูปาเมกาโน่,ลูคัส โคลสเตอร์มันน์,อังเคลินโญ่,มาร์เซล ซาบิตเซอร์ (นอร์ดี้ มูคิเอเล่ น.90+2),เควิน คัมเปล,คอนราด ไลเมอร์ (ไทเลอร์ อดัมส์ น.72),คริสโตเฟอร์ เอ็นเกิงกู (อมาดู ไฮดาร่า น.83),ยุสซุฟ โพลเซ่น,ดานี่ โอลโม่ (พาทริค ชิค น.83)

แอตเลติโก มาดริด : ยาน โอบลัค,คีแรน ทริปเปียร์,สเตฟาน ซาวิช,โฮเซ่ คิเมเนซ,เรนาน โลดี,ยานนิค การ์ราสโก้,ซาอูล ญีเกซ,เฮคเตอร์ เอร์เรร่า (ชูเอา เฟลิกซ์ น.58),โกเก้ (เฟลิเป้ น.90+2),ดีเอโก้ คอสต้า (อัลวาโร่ โมราต้า น.72),มาร์กอส ยอเรนเต้