บันทึก 5 การปิดฉากฤดูกาล ลา ลีกา ที่น่าตื่นเต้นที่สุดในรอบ 30 ปีหลัง

บันทึก 5 การปิดฉากฤดูกาล ลา ลีกา ที่น่าตื่นเต้นที่สุดในรอบ 30 ปีหลัง
Laliga

สนับสนุนเนื้อหา

ขณะที่ เรอัล มาดริด กำลังกุมความได้เปรียบ แต่ บาร์เซโลน่า ก็ยังคงหายใจรดต้นคอพวกเขา การลุ้นแชมป์ ลาลีกา 2019/20 อาจเป็นอีกครั้งที่มีการพลิกช่วงโค้งสุดท้ายก็ได้ เราลองมาย้อนดูห้าการปิดฉากฤดูกาลที่น่าตื่นเต้นตลอดสามทศวรรษหลังกัน
 
1993/94 - บาร์ซ่า แซง เดปอร์ ในวันสุดท้าย
 mdrg99
บาร์เซโลน่า ปฏิเสธ เรอัล มาดริด สำหรับตำแหน่งแชมป์ ลาลีกา ทั้งในฤดูกาล 1991/92 และ 1992/93 แต่ในวันสุดท้ายของฤดูกาล 1993/94 มันเกิดเรื่องดราม่ามากกว่านั้น เดปอร์ติโบ ลา กอรุนญ่า เตรียมที่จะคว้าแชมป์สมัยแรก หลังจากที่นำบนหัวตารางมาเป็นเดือนๆ และก็ต้องการเพียงแค่เปิดบ้านเอาชนะ บาเลนเซีย เท่านั้นก็จะจบฤดูกาลเหนือทีมแชมป์เก่า เดปอร์ ที่เต็มไปด้วยความประหม่ากลับพลาดโอกาสแล้วโอกาสเล่า และสกอร์ก็ยังไม่ขยับที่ ริอาซอร์ กระทั่งผ่านเข้าสู่ช่วงทดเวลาบาดเจ็บของครึ่งหลัง อีกฝั่งของประเทศที่สนาม คัมป์ นู เสียงนกหวีดยาวดังขึ้น และเกมก็จบลงที่ชัยชนะ 5-2 เหนือ เซบีญ่า ของ บาร์ซ่า โยฮัน ครัฟฟ์ และทีมของเขาเงี่ยหูฟังรายงานผ่านทางวิทยุที่ซุ้มม้านั่ง นันโด้ ปีกของ เดปอร์ ถูกปะทะล้มลงในกรอบเขตโทษ ขณะที่คนยิงจุดโทษขาประจำอย่าง โดนาโต้ ถูกเปลี่ยนตัวออกไปแล้ว ทำให้กองหลัง มิโรสลาฟ ยูคิช รับหน้าที่สังหารแทน และเขาก็ยิงไปเข้ามือของ โฆเซ่ หลุยส์ กอนซาเลซ ผู้รักษาประตู บาเลนเซีย เกิดการฉลองอย่างบ้าคลั่งสำหรับ บาร์ซ่า และมันก็กลายเป็นนาทีสุดท้ายที่สิ้นหวังไปสำหรับ เดปอร์ และ ยูคิช
 
1999/2000 - เดปอร์ เอาคืน บาร์ซ่า จบงานของพวกเขาได้ในที่สุด
 mdrg24
การรอคอยของ เดปอร์ติโบ ยังดำเนินต่อไป แต่พวกเขาก็ได้โอกาสอีกครั้งในฤดูกาล 1999/2000 โดยก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งจ่าฝูงหลังสัปดาห์ที่ 12 และก็คงอยู่ตรงนั้นมานานหลายเดือน ขณะที่เหลือเกมการแข่งขันให้เล่นอีกห้าแมตช์ เดปอร์ ก็นำหน้า บาร์เซโลน่า อยู่สองแต้ม ขณะที่ทั้ง ซาราโกซ่า, อลาเบส, บาเลนเซีย และ เรอัล มาดริด ต่างก็ยังมีลุ้นเบียดคว้าแชมป์ที่โอกาสเปิดกว้างมากๆ เมื่อผ่านไปจนเหลือสองเกมสุดท้าย ก็เหลือผู้ท้าชิงเพียงแค่ บาร์ซ่า กับ เดปอร์ ทั้งคู่ไปเสมอด้วยสกอร์ 0-0 เหมือนกันมาที่ เรอัล โซเซียดัด และ ราซิ่ง ซานตานเดร์ ตามลำดับ ทุกอย่างต้องไปลุ้นกันในวันสุดท้าย... อีกครั้ง คราวนี้ เดปอร์ ปิดงานลงได้สำเร็จ โดนาโต้ ซัดประตูได้ตั้งแต่นาทีที่สาม ช่วยลดระดับความประหม่าลงมา และศูนย์หน้าดัตช์ รอย มาคาย ก็บวกเพิ่มก่อนจบครึ่งแรก ขณะที่ บาร์ซ่า ทำได้แค่เปิดบ้านเสมอกับคู่อริของ เดปอร์ อย่าง เซลต้า บีโก้ ด้วยสกอร์ 2-2 คราวนี้การเฉลิมฉลองจึงเกิดขึ้นที่ ริอาซอร์ และมันก็เต็มไปด้วยอารมณ์เมื่อมองย้อนกลับไปถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่กี่ปีก่อนหน้า
 
2006/07 - เรเยส ลุกจากม้านั่งสำรองขึ้นมาสร้างประวัติศาสตร์
 
mdrg23
บาร์เซโลน่า และ เรอัล มาดริด ไล่บี้กันอย่างดุเดือดในฤดูกาล 2006/07 ขณะที่ เซบีญ่า กับ บาเลนเซีย ก็มีเอี่ยวด้วยหน่อยๆ จนกระทั่งหลุดวงโคจรไปในช่วงโค้งสุดท้าย ผลเสมอ 3-3 ในเกม เอล กลาสิโก้ ครั้งที่สองของฤดูกาลเมื่อเดือนมีนาคม ซึ่งเด็กหนุ่มวัย 19 ปี ลิโอเนล เมสซี่ กดแฮตทริค ทำให้สถานการณ์ยังคงมีลุ้น ขณะที่เหลือการแข่งขันอีกสองเกม บาร์ซ่า ของ แฟร้งค์ ไรการ์ด ก็มาพลาดโดน ราอูล ตามูโด้ ศูนย์หน้า เอสปันญ่อล ยิงตีเสมอช่วงท้ายเกมที่ คัมป์ นู ส่งผลให้ เรอัล มาดริด กุมความได้เปรียบ แต่ที่ ซานติอาโก้ เบร์นาเบว ก็ต้องช็อกตาตั้งเช่นกันในวันสุดท้าย เมื่อผู้มาเยือนอย่าง มายอร์ก้า ยิงขึ้นนำอย่างรวดเร็ว ขณะที่ บาร์ซ่า คว้าชัยชนะไป 5-1 เหนือ ตาร์ราโกน่า ที่ตกชั้นไปแล้ว ตัดกลับไปที่ เบร์นาเบว โค้ชของทีมราชันชุดขาวอย่าง ฟาบิโอ คาเปลโล่ ตัดสินใจเปลี่ยน เดวิด เบ็คแฮม ออก แล้วส่ง โฆเซ่ อันโตนิโอ เรเยส ลงไปเล่นแทน ซึ่งสุดท้ายก็เป็นการเปลี่ยนตัวสู่ตำแหน่งแชมป์ เรเยส ยิงคนเดียวสองลูกช่วยให้ มาดริด พลิกกลับมาเอาชนะ 3-1 และคว้าแชมป์ไปครองด้วยกฎเฮดทูเฮดอย่างสุดดราม่า
 
2013/14 - โกดิน โขกให้ แอตเลติโก คว้าแชมป์ที่คู่ควร
 
mdrg22
ฤดูกาล 2013/14 ถือเป็นอีกครั้งที่เกิดเรื่องน่าตื่นเต้น ตลอดหลายเดือนเป็นการผลัดเปลี่ยนตำแหน่งจ่าฝูงกันระหว่าง บาร์เซโลน่า, เรอัล มาดริด และ แอตเลติโก มาดริด โดยที่ แอตเลติโก้ เป็นทีมที่มีความสม่ำเสมอมากที่สุดตามที่โค้ช ดิเอโก้ ซิเมโอน่า เคยกล่าวเอาไว้ว่าอยากให้มองไปแบบเกมต่อเกม ทั้งสามทีมต่างก็มีข้อผิดพลาดในช่วงโค้งสุดท้ายเช่นกัน บาร์ซ่า ไปแพ้ที่ กรานาด้า, แอตเลติโก พลาดท่าที่ เลบันเต้... จากนั้น เรอัล มาดริด ก็พลาดโอกาสด้วยความพ่ายแพ้ 0-2 ที่ เซลต้า ทั้งหมดจึงต้องไปวัดกันที่วันสุดท้าย ขณะที่ แอตเลติโก นำหน้า บาร์ซ่า ที่อันดับสองอยู่สามแต้ม ทีมของ ซิเมโอเน่ บุกเยือนถิ่น คัมป์ นู ด้วยเป้าหมายเพียงแค่ต้องหลีกเลี่ยงความพ่ายแพ้ ประตูสุดสวยจาก อเล็กซิส ซานเชซ ช่วยให้ทีมจากกาตาลันควบคุมสถานการณ์ แต่ลูกโหม่งจาก ดิเอโก้ โกดิน ก็ทำให้สกอร์เสมอกัน ประตูในช่วงท้ายเกมโดย ลิโอเนล เมสซี่ ถูกปฏิเสธ และก็เป็น แอตเลติโก ที่ผงาดคว้าแชมป์ครั้งแรกของพวกเขานับตั้งแต่ฤดูกาล 1995/96
 
2016/17 - โรนัลโด้ คำรามพา เรอัล มาดริด เถลิงบัลลังก์
 mdrg878
เรอัล มาดริด เริ่มต้นได้ดี และดูเหมือนว่าจะคุมทุกอย่างได้อยู่หมัดใน ลาลีกา ฤดูกาล 2016/17 ขณะที่ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ซัดประตูเป็นว่าเล่น อย่างไรก็ตาม บาร์ซ่า ก็ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ แฮตทริคจาก เมสซี่ ในเกม กลาสิโก้ ที่ เบร์นาเบว พาทีมจากกาตาลันคว้าชัย 3-2 และลดช่องว่างลงมา ซีเนอดีน ซีดาน โค้ชของทีมราชันชุดขาวปรับเปลี่ยนทีมของเขาอยู่ตลอด แต่ก็ต้องขอบคุณผลการแข่งขันที่ได้มาจากผู้เล่นสำรองชั้นยอดอย่าง ฮาเมส โรดริเกซ, อัลบาโร่ โมราต้า และ มาเตโอ โควาซิช แต่ว่า เมสซี่ ก็ดูเหมือนจะมีเป้าหมายส่วนตัวในการหยุดยั้งคู่อริตัวฉกาจของเขา ดาวเตะชาวอาร์เจนตินาซัดประตูชัยท้ายเกมเหนือทีมอันดับสามอย่าง แอตเลติโก มาดริด และยิงสองลูกในชัยชนะ 3-0 เหนือทีมอันดับสี่อย่าง เซบีญ่า อย่างไรก็ตาม เรอัล มาดริด ยังคงเหลือเกมสำคัญในมือ และชัยชนะ 4-1 ที่ เซลต้า ก็ช่วยให้พวกเขามีคะแนนนำห่างสามแต้มเมื่อเข้าถึงวันสุดท้าย ประตูที่ 14 ของ โรนัลโด้ ในรอบเก้าเกมหลังสุดใน ลาลีกา ช่วยให้ทีมของเขาบุกเอาชนะ มาลาก้า 2-0 และแชมป์ก็ตกเป็นของ เรอัล มาดริด เป็นครั้งแรกในรอบห้าปี