ย้อนส่องเส้นทางเสือใต้.. จากอันดับ 4 สู่แชมป์ปีที่ 8 ติดต่อกันโดย "ฮันซี่ ฟลิค"

ย้อนส่องเส้นทางเสือใต้.. จากอันดับ 4 สู่แชมป์ปีที่ 8 ติดต่อกันโดย "ฮันซี่ ฟลิค"
Bundesliga

สนับสนุนเนื้อหา

ต้องให้เครดิตฮันซี่ ฟลิค เฮดโค้ชทีม "เสือใต้" ไปเต็มๆ กับการพาทีมบาเยิร์น มิวนิค คว้าแชมป์ลีกติดต่อกันเป็นครั้งที่ 8 ซึ่งก่อนที่ฟลิคจะเข้ามารั้งบังเหียน ทัพเสือใต้ในขณะนั้นกำลังอยู่ในฟอร์มเอาแน่เอานอนไม่ได้ พวกเขาเพิ่งเบียดเอาชนะโบคุ่ม ทีมจากลีก 2 ในศึกเดเอฟเบคัพได้แบบหืดจับ แถมยังโดนไอน์ทรัค แฟรงค์เฟิร์ต ยำใหญ่ถึง 1-5 ประตู ก่อนที่สโมสรจะตัดสินใจแยกทางกับนิโก้ โควัช

เรามาลองวิเคราะห์กันดูว่าฮันซี่ ฟลิค พาเสือใต้พ้นจากฟอร์มวิกฤตกลับขึ้นมาคว้าแชมป์เป็นปีที่ 8 ติดต่อกันได้อย่างไร?

1

หลังบาเยิร์นปลดโควัชออกไป พวกเขาต้องการกุนซือคนใหม่โดยด่วนเพื่อมาคุมทีมที่กำลังจะมีคิวเตะอัดแน่นในเดือนธันวาคม ฟลิคผู้ช่วยของโควัชและเคยเป็นมือขวาของโยอาคิม เลิฟ มาก่อนจึงกลายเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดในตอนนั้นซึ่งพวกเขาอาจต้องการให้ฟลิคคุมทีมเพียงช่วงสั้นๆ

3

สามวันหลังจากฟลิคถูกแต่งตั้งให้เป็นกุนซือคนใหม่ บาเยิร์นเก็บชัยชนะเหนือโอลิมเปียกอสในศึกแชมเปียนส์ลีกรอบแบ่งกลุ่มไปได้ 2-0 ประตู ตามด้วยการถล่มโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ไปถึง 4-0 ประตูในศึกแดร์คลาสสิกเคอร์ ถือว่าทำผลงานได้เข้าตาทีมบอร์ดบริหาร ทั้งในเรื่องการฝึกซ้อม แทคติก และการจัดการนักเตะ คาร์ล ไฮนซ์ รุมเมนิกเก้อ จึงออกมาประกาศว่าฟลิคจะอยู่คุมทีมต่อไปถึงช่วงวินเทอร์เบรคเป็นอย่างน้อย

โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ยอดดาวยิงชาวโปแลนด์ของทีมเสือใต้ก็ได้ออกมากล่าวว่าฟลิคคือ "คนที่ใช่" โดยกล่าวว่าความรู้เรื่องกลยุทธ์และฟุตบอลของฟลิคนั้นจัดว่าอยู่ในระดับสูงเลยทีเดียว รวมถึง โทมัส มึลเลอร์ และ เบนฌาแม็ง ปาวาร์ ก็ออกมากล่าวหนุนหลังนายใหญ่คนใหม่ของพวกเขาเช่นกัน

2

บาเยิร์นยังคงฟอร์มแรงต่อเนื่อง พวกเขาเอาชนะดุสเซลดอร์ฟได้สกอร์เดียวกับที่ถล่มดอร์ทมุนด์ แถมบุกไปชนะเร้ดสตาร์ เบลเกรด ถึงเซอร์เบีย 6-0 ประตูโดยได้เลวานดอฟสกี้เหมาคนเดียว 4 ประตูในช่วงครึ่งหลัง นั่นทำให้ฟลิคทำสถิติเก็บชัยชนะ 4 นัดจาก 4 เกม ยิงได้รวม 16 ประตูและไม่เสียประตูเลย

แต่แล้วบาเยิร์นก็มาสะดุดจากการพ่ายแพ้ให้กับไบเออร์ เลเวอร์คูเซน และโบรุสเซีย เมินเชนกลัดบัค ทั้งๆที่นักเตะเล่นกันได้ดี ความพ่ายแพ้สองนัดทำให้บาเยิร์นหล่นลงไปรั้งอันดับที่ 7 บนตารางลีก ทิ้งการบ้านไว้ให้ฟลิคต้องทำเยอะทีเดียว ซึ่งในบททดสอบต่อมาที่พวกเขาต้องเจอกับแวร์เดอร์ เบรเมน บาเยิร์นก็กลับมาสวมบทโหดอีกครั้งด้วยการเอาชนะทีม "นกนางนวล" ถึง 6-1 ประตู โดยแม้จะถูกลูบคมขึ้นนำไปก่อน แต่ก็มาได้ฟิลิปเป คูตินโญ กดแฮตทริค และจ่ายอีก 2 แอสซิสต์ในเกมนั้น

เจ้าหนูโยชัว เซียร์คซี กลายเป็นฮีโร่ของฟลิคและทีมบาเยิร์นด้วยการยิงประตูชัยช่วงท้ายเกมถึง 2 นัดติด ทำให้พวกเขาเก็บคะแนนไล่กวดทีมหัวตารางต่อไป ทีมบอร์ดของบาเยิร์นเริ่มพากันโล่งใจมากขึ้น ยุปป์ ไฮน์เคส กล่าวว่า "ฟลิคคือโค้ชเพชรน้ำดี โดยใช้เวลาเพียงน้อยนิดปรับจูนทีมบาเยิร์นให้กลายเป็นคนละทีมก่อนหน้านี้ไปเลย บาเยิร์นเล่นฟุตบอลได้น่าดึงดูดและเล่นกันเป็นทีมจริงๆ เขาทำให้นักฟุตบอลทุกคนเห็นความสำคัญของตัวเอง"

เมื่อจบครึ่งฤดูกาลแรก ไลป์ซิกนำเป็นจ่าฝูงโดยที่บาเยิร์นตามหลังอยู่ 4 คะแนน และสโมสรก็ได้ออกมาประกาศว่าฟลิคจะอยู่คุมทีมบาเยิร์นต่อไปจนจบฤดูกาล…

4

มีนักเตะคนหนึ่งที่ไม่ได้รับโอกาสจากนิโก้ โควัช เท่าไหร่นัก แต่ฟลิคมองเห็นศักยภาพของเขามาตลอดตั้งแต่ศึกฟุตบอลโลก 2014 ที่เขาเคยเป็นมือขวาของโยอาคิม เลิฟ นั่นก็คือ โทมัส มึลเลอร์ ซึ่งฟลิคเชื่อว่าแข้งวัย 30 กะรัตคนนี้เป็นนักเตะคนสำคัญที่จะช่วยทีมได้อีกเยอะ มึลเลอร์จึงกลับมาได้รับโอกาสลงสนามเป็นนักเตะตัวหลักของทีมอีกครั้ง

เมื่อบุนเดสลีกากลับมาฟาดแข้งกันต่อในปี 2020 บาเยิร์นเอาชนะแฮร์ธ่า เบอร์ลิน 4-0, ชนะชาลเค่อ 5-0 และ ชนะไมนซ์ 3-1 โดยที่มึลเลอร์ยิงประตูได้ทั้ง 3 นัด นอกจากนี้ กองหน้าตัวต่ำดีกรีแข้งอินทรีเหล็กเป็นผู้จ่ายแอสซิสต์ให้เลวานดอฟสกี้รวมถึง 8 ประตูจาก 20 ประตูที่เลวานดอฟสกี้ทำได้

6

เพียง 3 สัปดาห์หลังปีใหม่ บาเยิร์นก็กลับมาทวงตำแหน่งจ่าฝูงได้สำเร็จ พวกเขาไม่ได้ฟอร์มแรงแค่ในลีกเท่านั้น แต่ในศึกแชมเปียนส์ลีก เสือใต้ยังบุกไปเอาชนะเชลซี 3-0 ประตูได้ถึงกรุงลอนดอนในเลกแรก

นักเตะอีกคนที่เล่นได้โดดเด่นก็คือ อัลฟอนโซ เดวีส์ แข้งวัย 19 ปีจากแคนาดา ที่เปลี่ยนตำแหน่งจากปีกลงมาเล่นเป็นแบ็กซ้ายแทนที่ ดาวิด อาลาบา ที่ถูกจับไปเล่นเซ็นเตอร์แบ็ก ความเร็วและความแข็งแกร่งของเดวีส์กลายเป็นอาวุธหนักของบาเยิร์น ในขณะเดียวกัน อาลาบาก็ทำได้ดีกับหน้าที่ใหม่ เขาพัฒนาการเล่นได้เร็ว และอุดรูรั่วให้แนวรับทีมเสือใต้ได้อย่างไม่มีที่ติ

บาเยิร์นเก็บชัยชนะได้อย่างต่อเนื่องจนกระทั่งบุนเดสลีกาต้องพักการแข่งขันไปเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 นับตั้งแต่ช่วงปีใหม่มาจนถึงจุดนี้แล้ว บาเยิร์นยิงคู่แข่งไปถึง 27 ประตูและเสียเพียง 4 ประตูจาก 8 เกมลีก พวกเขานำเป็นจ่าฝูง ห่างจากรองจ่าฝูงอยู่ 4 แต้มโดยที่ยังเหลือการแข่งขันอีก 9 นัด ผลงานยอดเยี่ยมเช่นนี้ทำให้ฟลิคได้รับสัญญาใหม่ยาวไปถึงเดือนมิถุนายนปี 2023 โดยที่ฝ่ายบอร์ดบริหารออกมากล่าวว่าประทับใจการทำงานและผลงานของฟลิคเป็นอย่างมาก

5

หลังจากบุนเดสลีกากลับมาแข่งขันได้อีกครั้ง บาเยิร์นก็ยังคงเดินหน้าถลุงประตูล่าแต้มต่อไป เลวานดอฟสกี้ที่บาดเจ็บหัวเข่าก็ใช้เวลาช่วงที่ทุกคนกักตัวป้องกันการระบาดรักษาอาการบาดเจ็บจนหายกลับมาพร้อมประจำการได้อีกครั้ง แถมยังยิงได้ตลอด 5 เกมแรกที่กลับมาลงสนามอีกด้วย

และแล้วก็มาถึงเกมสำคัญที่อาจตัดสินแชมป์ฤดูกาลนี้ของบาเยิร์น ในแมตช์เดย์ 28 พลพรรคเสือใต้ต้องออกไปเยือนดอร์ทมุนด์ และบาเยิร์นก็มาได้ โยชัว คิมมิช ยิงประตูชัยสุดงามพาทีมเอาชนะเสือเหลืองพร้อมทำคะแนนนำห่างเป็น 7 แต้ม และหลังจบเกมต่อมาที่บาเยิร์นเอาชนะดุสเซลดอร์ฟ 5-0 ฟลิคก็พาทีมบาเยิร์นเป็นเจ้าของสถิติใหม่ด้วยการทำ 86 ประตูหลังจบเกมลีกนัดที่ 29 ซึ่งไม่เคยมีทีมใดทำได้มาก่อน

แต่ฟลิคก็ออกมากล่าวว่า "สถิติอะไรผมก็ไม่สนใจทั้งนั้น ในตอนนี้สิ่งที่ผมสนใจมีแต่ความสำเร็จของฤดูกาลนี้เท่านั้น"

7

บาเยิร์นคว้าแชมป์บุนเดสลีกาได้สำเร็จหลังจบแมตช์เดย์ 32 ด้วยชัยชนะเหนือแวร์เดอร์ เบรเมน ฮันซี่ ฟลิค คืออดีตนักเตะที่เคยคว้าแชมป์บุนเดสลีกา 4 สมัยกับบาเยิร์น และในฤดูกาลนี้เขาก็คว้าแชมป์ได้ในฐานะเฮดโค้ชเป็นหนแรกในชีวิตแบบหล่อๆเลยด้วย