5 เหตุผลที่ "ไลป์ซิก" จะซิวแชมป์บุนเดสลีกา ฤดูกาล 2019/20

5 เหตุผลที่ "ไลป์ซิก" จะซิวแชมป์บุนเดสลีกา ฤดูกาล 2019/20
Bundesliga

สนับสนุนเนื้อหา

ผ่านมาแล้วเกือบครึ่งทางของบุนเดสลีกาซีซั่น 2019/20 และ แอร์เบ ไลป์ซิก ก็กำลังทำติดอันดับขึ้นไปทีมท็อปหัวตารางผู้ไล่ล่าแชมป์อยู่ในตอนนี้

แม้ โบรุสเซีย เมินเชนกลัดบัค จะเป็นฝ่ายรั้งตำแหน่งจ่าฝูง และ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ก็กำลังหวังจะโค่นบัลลังก์แชมป์ของ บาเยิร์น มิวนิค ให้ได้ในฤดูกาลนี้ แต่อย่าลืมว่าเมื่อดูจากผลงานและฟอร์มการเล่นของนักเตะแล้ว ไลป์ซิกคืออีกหนึ่งทีมที่มีโอกาสคว้าถาดแชมป์ปีนี้สูงมากทีเดียว มาดูกันว่าทำไมพลพรรคกระทิงแดงจึงอาจเป็นฝ่ายซิวแชมป์ลีกได้ในซีซั่นนี้

aq

1) เพราะชายที่ชื่อยูเลียน นาเกลส์มันน์

นี่แหละคือเหตุผลใหญ่ที่ใครหลายคน รวมถึง มาร์โค รอยส์ กัปตันทีมดอร์ทมุนด์ ทำนายว่าจะเป็นตัวแปรสำคัญในการตามล่าคว้าแชมป์ลีกฤดูกาลนี้ นาเกลส์มันน์ย้ายจากฮอฟเฟนไฮม์เข้ามากุมบังเหียนแทนที่ ราล์ฟ รังนิค เมื่อสิ้นฤดูกาลที่ผ่านมา เขาได้ชื่อว่าเป็นเฮดโค้ชที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์บุนเดสลีกา เมื่อรับบทบาทคุมทีมฮอฟเฟนไฮม์ในวัยเพียง 28 ปี ซึ่งก่อนหน้านี้เขาเคยพาทีมต้นสังกัดคว้าแชมป์บุนเดสลีกาในรุ่น U19 มาแล้วด้วย

เมื่อขึ้นมาคุมทีมชุดใหญ่ นาเกลส์มันน์ก็สามารถพาฮอฟเฟนไฮม์รอดพ้นจากการตกชั้น แถมยังช่วยให้ไลป์ซิกเปลี่ยนสถานะมาเป็นทีมท็อปโฟร์ในลีกเยอรมนีได้อีกด้วย นอกจากนี้ยังพาทีมคว้าโควตาลุยศึกยูเอฟ่า แชมเปียนส์ ลีกเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ซึ่งสถานีต่อไปก็คงหนีไม่พ้นการคว้าถ้วยแชมป์อะไรสักใบมาประดับตู้โชว์ของสโมสรสักหน่อย

ตอนนี้นาเกลส์มันน์อยู่ในวัย 32 ปีและกำลังพาทีมต่อสู้เพื่อลุ้นแชมป์ลีก ซึ่งอันดับบนตารางลีกนั้นดูดีกว่า "แชมป์เก่า" บาเยิร์นพอตัว จนจะเรียกว่ามีโอกาสลุ้นแชมป์ลีกสูงเลยก็ได้

สถิติของนาเกลส์มันน์ในการคุมทัพพบกับบาเยิร์นถือว่ายอดเยี่ยมไม่เบา เขานำทีมเอาชนะบาเยิร์นได้ 2 เกม เสมอ 2 และแพ้ไป 3 เกม นาเกลส์มันน์มั่นใจในศักยภาพของไลป์ซิกมาก และออกมาบอกว่าเป้าหมายของพวกเขาในฤดูกาลนี้ก็คือการคว้าแชมป์ลีกให้ได้

h

2) เกมรับอันเหนียวแน่น

ตามตำราโบราณว่าไว้ "เกมบุกช่วยให้ทีมคว้าชัย แต่เกมรับที่ดีจะทำให้ทีมคว้าแชมป์" พลพรรคกระทิงแดงเสียประตูเพียง 13 ลูกจาก 12 เกมลีก และเสียเพียง 4 ประตูในแชมเปียนส์ ลีก ถือว่ามีเกมรับดีที่สุดเป็นอันดับสองในบุนเดสลีกา เป็นรองเพียงโวล์ฟสบวร์กที่เสียเพียง 10 ประตู ในฤดูกาลที่ผ่านมา ปีเตอร์ กูลาชชี ผู้รักษาประตูมือหนึ่งของทีมทำคลีนชีทได้ถึง 16 ครั้งจาก 33 เกมลีกที่ลงเล่น และในฤดูกาลล่าสุด พวกเขาเก็บคลีนชีทได้ในนัดที่พบกับ ยูเนียน เบอร์ลิน, แวร์เดอร์ เบรเมน และ ไมนซ์ นอกจากนี้ยังเสียเพียง 1 ประตูให้กับทีมแข็งๆ อย่าง ไอน์ทรัค แฟรงค์เฟิร์ต, โบรุสเซีย เมินเช่นกลัดบัค, ไบเออร์ เลเวอร์คูเซน และ โวล์ฟสบวร์ก
 
ที่น่าทึ่งคือคู่หูกองหลังของไลป์ซิกคือ ดายอต อูปาเมกาโน และ อิบราฮิมา โคนาเต เพิ่งจะมีอายุเพียง 20 ปีเท่านั้น ซึ่ง โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ เคยออกมายกย่องว่าเป็นดูโอกองหลังที่ยอดเยี่ยมที่สุดในบุนเดสลีกาที่เขาต้องต่อกรด้วยเลยทีเดียว นี่ขนาดว่าต่างคนต่างก็เจ็บจนอดลงเล่นไปหลายนัดนะ หากทั้งคู่ฟิตสมบูรณ์ตลอดฤดูกาล เกมรับของไลป์ซิกก็น่าจะเหนียวแน่นกว่านี้อีกแน่ๆ

ฟูลแบ็กของพวกเขาก็ยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน ลูคาส โคลสเตอร์มันน์ และ มาร์เซล ฮัลส์เทนแบร์ก นั้นสามารถขึ้นมายึดตำแหน่งตัวจริงในทีมชาติเยอรมนีชุดใหญ่ได้แล้ว โดยทั้งคู่ต่างก็มีดีในการเปิดเกมขึ้นบุก แถมยังช่วยกันยิงและจ่ายไปแล้วอย่างละ 3 ประตูอีกด้วย สิ่งนี้เองที่ส่งผลให้เกิดเหตุผลข้อต่อไป

a

3) กระหน่ำยิง

ไลป์ซิกมีกองหน้าสองคนที่ติดท็อปเท็นดาวซัลโวบุนเดสลีกาเมื่อซีซั่นก่อน ทิโม แวร์เนอร์ ดาวยิงทีมชาติเยอรมนีทำไป 16 ประตูกับ 7 แอสซิสต์ และ ยุสซุฟ โพลเซน ก็สามารถระเบิดฟอร์มที่ดีที่สุดในชีวิตสำเร็จหลังยิงประตูรวมได้ถึง 15 ลูก

และในซีซั่นล่าสุดที่ผ่านไปแล้ว 12 นัด ปรากฏว่าฝูงกระทิงไล่ขวิดคู่แข่งถลุงประตูไปแล้วถึง 33 ลูก เฉลี่ยยิงนัดละเกือบ 3 ประตูและกลายเป็นทีมที่มีผลต่างประตูได้เสียดีที่สุดในลีกตอนนี้ (+20 ประตู) โดยเฉพาะแวร์เนอร์ที่กดคนเดียวแล้ว 12 ประตู ทำแฮตทริกไปถึงสองครั้ง

นอกจากนี้ เอมิล ฟอร์สแบร์ก ที่พักเจ็บไปถึง 18 เดือนก็ยังกลับมาท็อปฟอร์มได้อีกครั้ง ทำไป 4 ประตูกับ 2 แอสซิสต์ในฤดูกาลนี้ ส่วน มาร์เซล ซาบิทเซอร์ ก็มาโชว์ฟอร์มร้อนแรงที่สุดในชีวิตในซีซั่นนี้เช่นกัน เมื่อทำไปแล้ว 4 ประตูกับ 3 แอสซิสต์ ไลป์ซิกจึงถือว่าเป็นทีมที่มีความหลากหลายในการทำประตูมากที่สุดในลีก รวมแล้วมีนักเตะในทีมที่ยิงประตูได้ถึง 12 คน ในขณะที่บาเยิร์นกับกลัดบัคมีผู้ทำประตูได้ 10 คน ส่วนดอร์ทมุนด์และชาลเค่อมีสโมสรละ 9 คน

k

4) ซีซั่นก่อนก็ไม่ได้แย่สักเท่าไหร่

หลายคนมักมองว่าในซีซั่นที่ผ่านมานั้นเป็นการแย่งชิงบัลลังก์แชมป์ระหว่างบาเยิร์นกับดอร์ทมุนด์ แต่จริงๆแล้ว ไลป์ซิกที่เข้าป้ายเป็นอันดับ 3 ก็ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมไม่เบา พวกเขาตามหลังบาเยิร์น 12 แต้มและตามดอร์ทมุนด์ 10 แต้มหลังจบเกมสุดท้ายของฤดูกาล 2018/19 คว้าโควต้าไปลุยแชมเปียนส์ ลีก สำเร็จ น่าเสียดายที่พวกเขาไปพลาดท่าเอาในช่วง 3 นัดสุดท้ายที่เก็บได้เพียง 2 คะแนน รวมแล้วตลอดทั้งฤดูกาลพวกเขาพ่ายไปเพียง 6 นัด ซึ่งเป็นการแพ้ในบ้านเพียงแค่นัดเดียวเท่านั้น และในซีซั่นปัจจุบันพวกเขาทำสถิติไม่แพ้ใครในถิ่นเรด บูลล์ อารีน่า ถึง 4 เกมติดต่อกันแล้ว

ไลป์ซิกพาตัวเองทะยานขึ้นมาเป็นทีมชั้นนำในบุนเดสลีกาได้อย่างรวดเร็วหลังเลื่อนชั้นขึ้นมาเล่นในบุนเดสลีกา ซึ่งพวกเขาคว้าตำแหน่งรองแชมป์ได้ในปีแรกเมื่อฤดูกาล 2016/17 และตอนนี้นาเกลส์มันน์กำลังทำทุกอย่างเพื่อพาลูกทีมของเขาบินขึ้นไปให้สูงกว่านั้น

n

5) ขุนพลที่แข็งแกร่ง

ไลป์ซิกเสริมทัพด้วยการซื้อตัวนักเตะในแบบที่สโมสรอื่นเห็นแล้วเป็นต้องอิจฉา เขาคว้าตัวมิดฟิลด์จอมพลังอย่าง ไทเลอร์ อดัมส์ และ อมาดู ไฮดารา มาเพื่อลุยศึกในฤดูกาล 2019/20 แต่น่าเสียดายที่อดัมส์นั้นมาประสบปัญหาอาการบาดเจ็บจนอดลงสนามช่วยทีม

นอกจากนี้ยังมีนักเตะฝีเท้าดีอีกหลายคนที่ทีมคว้าตัวมาเสริมทัพได้สำเร็จ โดยเฉพาะแข้งตัวเก่งอย่าง คริสโตเฟอร์ เอ็นคุนคู ที่ย้ายมาจาก ปารีส แซงต์-แชร์กแม็ง เขาคือผู้เล่นที่เปี่ยมไปด้วยทักษะบวกกับความเร็วสูง แถมยังมีสัญชาติญาณในการทำประตูยอดเยี่ยมจนกลายเป็นกำลังหลักในเกมรุกของทีม เอ็นคุนคูยิงไปแล้ว 3 ประตูและจ่ายแอสซิสต์ถึง 5 ครั้ง พิสูจน์ตัวเองในบุนเดสลีกาได้เป็นที่เรียบร้อย

ขุนพลวัยหนุ่มของไลป์ซิกต่างก็เปี่ยมด้วยพลังและพรสวรรค์น่าจับตามองแทบทุกคน พวกเขามีกำลังพลเพียบพร้อมทั้งปริมาณและคุณภาพที่จะยืนระยะในศึกบุนเดสลีกาได้กระทั่งจบฤดูกาลนี้อย่างแน่นอน