10 เรื่องน่ารู้ของ "อาลาบา" แบ็กซ้ายที่ดีที่สุดในโลก

10 เรื่องน่ารู้ของ "อาลาบา" แบ็กซ้ายที่ดีที่สุดในโลก
Bundesliga

สนับสนุนเนื้อหา

หากจะกล่าวถึงหนึ่งในนักเตะทีม "เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค ที่เปี่ยมด้วยพรสวรรค์และเป็นส่วนประกอบสำคัญที่พาต้นสังกัดประสบความสำเร็จมากมาย คงเป็นไปไม่ได้ที่จะไม่พูดถึงแบ็คซ้ายตัวเก่งคนนี้ "ดาวิด อาลาบา"

มาเจาะลึกเบื้องหลังชีวิตและอาชีพค้าแข้งของนักเตะพรสวรรค์ชาวออสเตรียคนนี้กันเลย

1) ครอบครัวหลากเชื้อชาติ

แม้อาลาบาจะเกิดที่กรุงเวียนนาและได้สัญชาติออสเตรีย แต่จริงๆแล้ว จอร์จ พ่อของเขาคือเจ้าชายแห่งประเทศไนจีเรียที่บินมาเรียนที่กรุงเวียนนา ก่อนจะได้เป็นทหารรักษาพระองค์ผิวสีคนแรกในกองทัพออสเตรีย แต่ปัจจุบันเขาเป็นทั้งนักดนตรีและดีเจ! ส่วน จีน่า แม่ของอาลาบานั้น เป็นพยาบาลชาวฟิลิปปินส์ที่ย้ายมาอยู่ในกรุงเวียนนาเช่นกัน เราจึงได้เห็นรูปธงธาติฟิลิปปินส์บนรองเท้าสตั๊ดของเขา และอาลาบาก็เคยโบกธงชาติไนจีเรียในสนามเวมบลีย์ หลังบาเยิร์นคว้าแชมป์ฟุตบอลยูเอฟ่า แชมเปียนส์ลีก ฤดูกาล 2012-13 อีกด้วย

david-alaba-family-photo

2) เจ้าหนูมหัศจรรย์

"เขาเล่นฟุตบอลที่สนามหญ้าหรือไม่ก็ที่สนามเด็กเล่นกับเด็กคนอื่นๆทุกวัน" จอร์จ อาลาบา ผู้เป็นพ่อ เล่าถึงก้าวแรกสู่วงการฟุตบอลของดาวิด อาลาบา "พ่อแม่คนอื่นๆได้เห็นและตื่นตาตื่นใจกับฝีเท้าของเขามาก" จากนั้นอาลาบาก็ถูกผลักดันให้เข้าฝึกหัดกับสโมสรท้องถิ่น จนกระทั่งมีโอกาสเข้าไปฝึกกับทีมออสเตรีย เวียนนา เมื่ออายุ 10 ขวบ เขามีชื่อเป็นตัวสำรองของทีมเมื่ออายุได้เพียง 15 ปี และหลังจากนั้นไม่กี่สัปดาห์ อาลาบาก็บอกลาประเทศบ้านเกิดเพื่อมาอยู่กับบาเยิร์น

3) จะโชคดีต้องรอครั้งที่ 3

"ผมเกลียดบาเยิร์นมาตลอด" อาลาบากล่าว เขาเคยปฏิเสธข้อเสนอของทีมจ้าวสถิติแชมป์บุนเดสลีกามาแล้วถึงสองหน ก่อนตัดสินใจรับข้อเสนอในที่สุด "พวกเขามีอุปกรณ์การซ้อมที่ยอดเยี่ยมที่สุดและนั่งรถบัสชั้นดีที่สุดมาแข่งฟุตบอลรายการเยาวชนทุกครั้ง และยังจากไปด้วยการฉลองชัยอีกต่างหาก" หลังถูกแมวมองบาเยิร์นตามดูฟอร์มที่เก่งเกินวัย สุดท้ายอาลาบาก็ถูกพี่เสืองาบเข้าถ้ำด้วยข้อเสนอครั้งที่สาม

fcb_alaba_petulant_teen_192

4) เซ้นส์ดีมีชัยไปทุกตำแหน่ง

จริงๆแล้ว อาลาบาคือนักเตะสารพัดประโยชน์ที่แท้จริง เริ่มจากการเล่นในตำแหน่งเพลย์เมกเกอร์ให้ทีมออสเตรีย เวียนนา จนติดทีมชาติชุดเยาวชน เขาเคยลงเล่นเป็นมิดฟิลด์ตัวรับให้กับฮอฟเฟนไฮม์ และเล่นเซ็นเตอร์แบ็กให้กับบาเยิร์น ซึ่งสุดท้ายแล้วตำแหน่งแบ็กซ้ายกลายเป็นตำแหน่งที่เหมาะกับเขามากที่สุด โดยคนที่ฟังธงตำแหน่งนี้ให้ก็คือกุนซือดัตช์แมนผู้โด่งดัง หลุยส์ ฟาน กัล

5) จอมทำลายสถิติ

ในอาชีพการค้าแข้งของอาลาบา เขาได้จารึกสถิติลงในประวัติศาสตร์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า เมื่อเดือนมกราคมปี 2010 คริสเตียน แนร์ลิงเงอร์ สปอร์ตติ้ง ไดเร็คเตอร์ทีมบาเยิร์น ถูกถามว่าอาลาบานั้นพร้อมหรือยังสำหรับการลงเล่นในทีมชุดใหญ่ แนร์ลิงเงอร์ตอบให้สัมภาษณ์ว่ามันต้องใช้เวลาอีกสักนิด ซึ่งก็นิดอย่างที่ว่าจริงๆ เพราะหลังจากนั้นเพียงหนึ่งเดือน อาลาบาก็กลายเป็นนักเตะบาเยิร์นที่อายุน้อยที่สุดที่ได้ลงประเดิมสนามให้กับทีมในวัย 17 ปี 232 วัน โดยเขาถูกเปลี่ยนตัวลงไปเป็นตัวสำรองและใช้เวลาเพียง 60 วินาทีในการจ่ายแอสซิสต์ให้ ฟรองค์ ริเบรี คู่หูคู่จิ้นทางกราบซ้ายเข้าไปทำประตูในศึกเดเอฟเบคัพ

gettyimages-143388945-594x5

6) หนุ่มน้อยในเวทียุโรป

จากนั้นไม่ถึงเดือน อาลาบาก็ได้ลงเล่นในเกมยูเอฟ่า แชมเปียนส์ลีก นัดแรก ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย ซึ่งเขาได้รับคำชมเชยจากผู้คนในวงการฟุตบอลมากมาย

"เขาเล่นดีมาก ดูไม่ออกเลยว่านี่เป็นเกมแรกที่เขาลงเล่นเป็นตัวจริงให้เรา" - คาร์ล-ไฮนซ์ รุมเมนิกเก้อ

"ไม่ผิดหวังเลยที่เชื่อมั่นในตัวเขา" - หลุยส์ ฟาน กัล

"ถอดหมวกคำนับเลย!" - บาสเตียน ชไวน์ชไตเกอร์

ffff

7) โรงเรียนฮอฟเฟนไฮม์

สโมสรบาเยิร์น มิวนิค มักใช้วิธีปล่อยตัวนักเตะดาวรุ่งของพวกเขาให้ทีมอื่นยืมเพื่อให้เหล่านักเตะดาวรุ่งได้ออกไปเก็บเลเวลและประสบการณ์ในการลงสนามจริง เช่นเดียวกับ ฟิลิปป์ ลาห์ม และ โทนี โครส อาลาบาคืออีกหนึ่งตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่าวิธีนี้ได้ผลเป็นอย่างดี หลังออกไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์กับฮอฟเฟนไฮม์ อาลาบาย้ายกลับมายังบาเยิร์นและกล่าวว่า ถ้าอยู่ต่ออีก 1 ปีก็คงจะพัฒนาได้อีกมาก แต่ยุปป์ ไฮน์เคส กุนซือใหญ่เสือใต้ในตอนนั้นไม่ต้องการให้เขาเก็บเลเวลกับทีมอื่นอีกต่อไปแล้ว ซึ่งหลังจากถูกเรียกกลับต้นสังกัดได้หนึ่งปี อาลาบาก็ได้เป็นหนึ่งในขุนพลนักเตะที่ลงเล่นในเกมแชมเปียนส์ลีกรอบรองชนะเลิศที่พบเรอัล มาดริด

8) ฮีโร่ของประเทศ

ออสเตรีย คือประเทศที่ยกย่องนักกีฬาผาดโผนอย่างสกีดาวน์ฮิลล์และสกีจั๊มป์มากกว่านักฟุตบอล แต่อาลาบาคือข้อยกเว้น เขาคือหนึ่งในนักกีฬาที่โด่งดังที่สุดในประเทศ ติดทีมชาติออสเตรียรุ่น U21 ตั้งแต่อายุ 17 ปี อาลาบากลายเป็นนักเตะอายุน้อยที่ติดทีมชาติออสเตรียในปี 2009 จนถูกโค้ชทีมชาติขนานนามว่าเป็น "เพชรเม็ดงามแห่งวงการฟุตบอลออสเตรีย" เขาคว้ารางวัลนักฟุตบอลออสเตรียยอดเยี่ยมเป็นครั้งแรกในปี 2011 โดยมีอายุเพียง 19 ปีเท่านั้น

eg

9) ซื้อตู้โชว์เท่าไหร่ก็ไม่พอ

รางวัลข้างต้นเป็นแค่เพียงจุดเริ่มต้นเล็กๆ ของรางวัลทั้งหมดที่อาลาบากวาดมาได้ ในตอนนี้เขามีถ้วยและเหรียญรางวัลมากมายเป็นกองพะเนิน ชนิดที่ว่าแข้งระดับโปรบางคนค้าแข้งสามชาติยังไม่ได้รางวัลเท่าอาลาบาเลยด้วยซ้ำ รางวัลที่อาลาบาคว้ามาประดับตู้โชว์ที่บ้านได้แก่ แชมป์บุนเดสลีกา 8 สมัย, แชมป์เดเอฟเบคัพ 5 สมัย, แชมป์ยูเอฟ่า แชมเปียนส์ลีก 1 สมัย, แชมป์ซูเปอร์คัพ 4 สมัย, แชมป์ยูเอฟ่า ซูเปอร์คัพ 1 สมัย และแชมป์ฟีฟ่าคลับเวิลด์คัพ หรือฟุตบอลสโมสรโลกอีกหนึ่งสมัย นอกจากนี้ยังเคยขึ้นปกเกมฟีฟ่า 15 และ 16 กระกบกับ ลิโอเนล เมสซี อีกด้วยนะ

10) ผู้ไม่เกรงกลัวสิ่งใด

พรสวรรค์ก็เป็นเรื่องหนึ่ง แต่สิ่งสำคัญที่ทำให้อาลาบาก้าวขึ้นมาเล่นในทีมชุดใหญ่ได้อย่างรวดเร็วก็คือทัศนคติที่ดีและแพสชั่นอันสูงส่ง เขาไม่เคยเกรงกลัวสิ่งใดเมื่อต้องเลื่อนขั้นขึ้นมาสู่ฟุตบอลในระดับที่สูงกว่าเดิม อาลาบาคือนักเตะที่รับแรงกดดันได้อย่างยอดเยี่ยม เขารับหน้าที่สังหารจุดโทษในเกมแชมเปียนส์ลีกรอบรองชนะเลิศกับเรอัล มาดริด ในฤดูกาล 2011-12 ทั้งที่เพิ่งจะเป็นฤดูกาลแรกของเขากับทีมชุดใหญ่ และในปี 2015 ก็ยังโชว์ความใจนิ่งเป็นน้ำ ซัดจุดโทษสไตล์ปาเนนก้าพาทีมชาติผ่านทะลุรอบคัดเลือกศึกยูโร 2016 จนเป็นที่ประทับใจของหลายๆคนในวงการ