พรีวิวพรีเมียร์ลีก : "บอร์นมัธ VS แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด"

พรีวิวพรีเมียร์ลีก : "บอร์นมัธ VS แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด"
90MiN

สนับสนุนเนื้อหา

การแข่งขันฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ 2019/20
วันเสาร์ที่ 2 พฤศจิกายน 2019
เวลา 19.30 น. ตามเวลาประเทศไทย
บอร์นมัธ VS แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
สนามไวทาลิตี สเตเดียม
ถ่ายทอดสด True Premier Football HD 1 (600), True ID

ความพร้อมทั้ง 2 ทีม

บอร์นมัธ

ทีมของ เอ็ดดี ฮาว ฟอร์มกำลังย่ำแย่ในตอนนี้ แม้ในลีกจะอยู่อันดับที่ 9 มี 13 คะแนนจากการลงเล่น 10 นัด แต่ผลงาน 5 เกมหลังสุดในทุกรายการ พวกเขาไม่ชนะใครเลย แถมยิงได้เพียง 2 ประตูเท่านั้น

สัปดาห์นี้ พวกเขาต้องเปิดบ้านรับการมาเยือนของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่กำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น แต่ปีศาจแดงเองในซีซั่นนี้ก็ขึ้นชื่อว่าเอาแน่เอานอนอะไรไม่ได้เหมือนกัน โดยเฉพาะกับทีมที่เล็กกว่า ฉะนั้นต้องติดตามดูว่าเกมนี้เจ้าบ้านจะมีวิธีการรับมือกับผู้มาเยือนอย่างไร

สภาพทีม ณ ขณะนี้ จะหมดสิทธิ์ใช้งานผู้เล่นตัวหลักอย่างน้อย 4 ราย คือ เดวิด โบรคส์, ชาร์ลี แดเนียลส์, แดน กอสลิง และ จูเนียร์ สตานิสลาส ที่ยังมีอาการบาดเจ็บไม่สามารถลงสนามช่วยทีมได้แน่นอนแล้ว

คาดการณ์ 11 ตัวจริง : 4-4-2
ผู้รักษาประตู แรมส์เดล
กองหลัง ริโก้, คุก, อาเก, สมิธ
กองกลาง เฟรเซอร์, เลอร์มา, เซอร์แมน, แฮร์รี วิลสัน
กองหน้า คัลลัม วิลสัน, คิง

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

กลับมาทำผลงานได้ดีอย่างต่อเนื่องอีกครั้งสำหรับทีมของ โอเล กุนนาร์ โซลชาร์ ที่ล่าสุดบุกไปเอาชนะเชลซีได้ถึงถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ ในเกมคาราบาว คัพ เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่วนผลงานในลีกพวกเขาขยับขึ้นมาอยู่ในอันดับที่ 7 มี 13 แต้มจากการลงเล่น 10 นัด

วันเสาร์นี้ พลพรรคเรด เดวิลส์ มีคิวต้องบุกไปเยือนไวทาลิตี สเตเดียม รังเหย้าของบอร์นมัธ ซึ่งผลงานในตอนนี้กำลังย่ำแย่ แต่แน่นอน ทัพปีศาจแดงจะประมาทความเร็วของแนวรุกเจ้าถิ่นไม่ได้เด็ดขาด โดยคาดว่าโซลชาร์จะกลับมาใช้แท็คติกเซ็นเตอร์ฮาล์ฟสองคนอีกครั้ง เพื่อเพิ่มมิติให้กับเกมรุกในเกมนัดนี้

สถาพทีมในขณะนี้ ยังคงมีผู้เล่นตัวหลักบาดเจ็บอยู่รายหลายไม่ว่าจะเป็น เอริค ไบยี, ดิเอโก ดาโลต์, ทิโมธี โฟซู-เมนซาห์, พอล ป็อกบา และ อักเซล ตวนเซเบ ส่วนรายของ เนมานยา มาติช และ ลุค ชอว์ ต้องรอดูความพร้อมก่อนเกมอีกครั้ง

คาดการณ์ 11 ตัวจริง : 4-3-3
ผู้รักษาประตู เด เคอา
กองหลัง ยัง, ลินเดเลิฟ, แม็คไกวร์, วาน-บิสซากา
กองกลาง เปเรย์รา, แม็คโทมิเนย์, เฟร็ด
กองหน้า แรชฟอร์ด, มาร์กซิยาล, เจมส์

ผลงาน 5 นัดหลังสุด

บอร์นมัธ (ชนะ 0 เสมอ 3 แพ้ 2)
26 ต.ค. PL วัตฟอร์ด 0-0 บอร์นมัธ
19 ต.ค. PL บอร์นมัธ 0-0 นอริช
6 ต.ค. PL อาร์เซน่อล 1-0 บอร์นมัธ
28 ก.ย. PL บอร์นมัธ 2-2 เวสต์แฮม
26 ก.ย. EFL เบอร์ตัน 2-0 บอร์นมัธ

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (ชนะ 3 เสมอ 1 แพ้ 1)
31 ต.ค. EFL เชลซี 1-2 แมนฯ ยูไนเต็ด
27 ต.ค. PL นอริช 1-3 แมนฯ ยูไนเต็ด
24 ต.ค. UEL ปาร์ติซาน 0-1 แมนฯ ยูไนเต็ด
20 ต.ค. PL แมนฯ ยูไนเต็ด 1-1 ลิเวอร์พูล
6 ต.ค. PL นิวคาสเซิ่ล 1-0 แมนฯ ยูไนเต็ด

เฮดทูเฮด : บอร์นมัธ ชนะ 0 เสมอ 1 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ชนะ 4
30/12/18 PL แมนฯ ยูไนเต็ด 4-1 บอร์นมัธ
03/11/18 PL บอร์นมัธ 1-2 แมนฯ ยูไนเต็ด
19/04/18 PL บอร์นมัธ 0-2 แมนฯ ยูไนเต็ด
14/12/17 PL แมนฯ ยูไนเต็ด 1-0 บอร์นมัธ
04/03/17 PL แมนฯ ยูไนเต็ด 1-1 บอร์นมัธ

*PL = พรีเมียร์ลีก / UEL = ยูฟ่า ยูโรปา ลีก / EFL = คาราบาว คัพ

สถิติจาก Opta ที่น่าสนใจ

- หลังจากที่ บอร์นมัธ เอาชนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ครั้งแรกในปี 2015 หลังจากนั้น 7 เกม พวกเขาก็ไม่เคยเอาชนะได้อีกเลย (ชนะ 0 เสมอ 1 แพ้ 7)
- แมนฯ ยูไนเต็ด ทำประตูไม่ได้เพียงเกมเดียวจากทั้งหมด 16 เกม ที่พบกับ บอร์นมัธ ซึ่งต้องย้อนกลับไปถึงปี 1984
- เดอะ เชอร์รีส์ ยิงประตูในเกมลีกไม่ได้มาแล้ว 3 เกมติดต่อกัน (ชนะ 0 เสมอ 2 แพ้ 1)
- ปีศาจแดง หยุดสถิติไม่ชนะในการบุกไปเยือนคู่แข่งในเกมลีกไว้ที่ 8 เกม หลังจากบุกไปชนะ นอริช เมื่อสัปดาห์ก่อน แต่พวกเขายังคงทำสถิติเสียประตูในเกมเยือน 10 นัดติดต่อกันแล้วจนถึงปัจจุบัน ซึ่งสถิติสูงสุดของสโมสรที่เคยทำเอาไว้คือ 11 เกมในปี 2002-03
- ในพรีเมียร์ลีก บอร์นมัธ ชนะเพียง 2 จาก 11 เกมหลังสุดที่เล่นในบ้าน ซึ่งหากนับเฉพาะในซีซั่นนี้ พวกเขาชนะไปเพียง 1 จากทั้งหมด 5 เกมเท่านั้น
- แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พลาดจุดโทษไปแล้ว 4 ครั้งในซีซั่นนี้ ทั้งที่ผ่านไปเพียง 10 เกม ซึ่งสถิติทีมที่พลาดจุดโทษมากที่สุดในพรีเมียร์ลีก ทำเอาไว้เพียง 5 ครั้งตลอดทั้งซีซั่น (สเปอร์ส ปี 1994/95 และ ลิเวอร์พูล ปี 2011/12)
- มาร์คัส แรชฟอร์ด ยิงประตูใส่ บอร์นมัธ ได้ทั้งเหย้าและเยือนในซีซั่นก่อน
- อ็องโตนี มาร์กซิยาล มีส่วนร่วมกับการทำประตูไป 4 ครั้ง (ยิง 3 แอสซิสต์ 1) ตลอด 4 เกมที่ถูกส่งลงเป็นตัวจริงซั่นนี้ หากนับเฉพาะเกมที่ถูกส่งลงเป็นตัวจริง 20 นัดหลังสุด เขาทำได้ถึง 13 ประตูกับอีก 3 แอสซิสต์ ซึ่งสวนทางเป็นอย่างยิ่งกับเกมที่เขาถูกส่งลงมาเป็นตัวสำรอง เพราะเขาไม่มีส่วนร่วมในการทำประตูเลยตลอด 16 เกมที่ถูกเปลี่ยนลงสนามไป