เก็บตก 5 ประเด็น! ลิเวอร์พูล รัวแซง สเปอร์ส 2-1 ยึดจ่าฝูงต่อเนื่อง

เก็บตก 5 ประเด็น! ลิเวอร์พูล รัวแซง สเปอร์ส 2-1 ยึดจ่าฝูงต่อเนื่อง
90MiN

สนับสนุนเนื้อหา

"หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ยังคงฟอร์มร้อนแรงหลังพลิกสถานการณ์จากเป็นฝ่ายตามหลังกลับมาเอาชนะ สเปอร์ส 2-1 เก็บสามแต้มสำคัญ นำเป็นจ่าฝูงต่อไป ด้วยการมี 28 คะแนน ทิ้งห่าง แมนฯ ซิตี้ 6 คะแนนเหมือนเดิม และนี่คือ 5 เรื่องหลังเกมที่เกิดขึ้นในเกมนัดนี้

หงส์แดง กับความมุ่งมั่นอันแรงกล้า
สองเกมมาแล้วที่เราได้เห็นลูกทีมของ เยอร์เกน คล็อปป์ ถูกทีมคู่แข่งออกนำไปก่อน ทั้งเกมแดงเดือดกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เมื่อสัปดาห์ก่อน รวมถึงเกมบิ๊กแมทช์กับ สเปอร์ เมื่อคืนนี้ แต่สิ่งหนึ่งที่สังเกตเห็นได้ชัดเจนนั่นคือ หลังจากโดนนำ ไม่มีช่วงไหนเลยที่พวกเขาจะผ่อนเกมลง หรือแสดงอาการเหนื่อยหน่ายท้อแท้ออกมาเลยแม้แต่น้อย ไม่ว่าเกมจะตื้อจะตึงขนาดไหน พวกเขาก็จะก้มหน้าก้มตาทำหน้าที่ของตัวเองตามที่บอสสั่งต่อไปจนสิ้นเสียงนกหวีดเสมอ ดังเช่นเกมกับ บาร์เซโลนา ในซีซั่นก่อน และจบด้วยการคว้าแชมป์ในบั้นปลาย

FBL-ENG-PR-LIVERPOOL-TOTTENHAMSTRINGER/GettyImages

ลอฟเรน คนใหม่ที่พึ่งพาได้
ปัจจุบันนี้กระแสจอมเฟอะฟะของ เดยัน ลอฟเรน ที่ถูกหลายคนตั้งฉายาให้นั้น ดูจะเริ่มเงียบหายไป เพราะหลังจากอาการบาดเจ็บของ โจเอล มาติป และ เยอร์เก้น คล็อปป์ เลือกจะให้โอกาส ลอฟเรน ลงสนาม ปราการหลังดีกรีรองแชมป์โลกก็สามารถตอบแทน คล็อปป์ และแฟนบอลได้เป็นอย่างดีในในช่วงหลายเกมที่ผ่านมา ทั้งความนิ่ง การตัดสินใจ รวมถึง ความแข็งแกร่ง การเข้าปะทะ ถือว่าทำได้ดีและที่สำคัญดูไว้ใจได้ทีเดียว นี่จึงพิสูจน์ให้เห็นว่า ลอฟเรน ไม่ใช่บ่อน้ำมันให้คู่แข่งมาเจาะอีกต่อไป แต่เขาคือคู่หูคนใหม่ของ ฟาน ไดจ์ค ที่จะลงมาสร้างกำแพงเกมรับ ป้องกันแนวรุกของคู่แข่ง ในยามที่ทีมไม่มี มาติป นั่นเอง

Dejan LovrenJean Catuffe/GettyImages

ไก่เดือยทอง ทำดีแล้วแต่ยังไม่เพียงพอ
เมาริซิโอ โปเช็ตติโน จัดทีมออกสตาร์ทด้วยรูปแบบการเล่น 4-5-1 โดยผู้เล่นริมเส้นทั้ง 2 ฝั่งอย่าง ซน ฮึง-มิน และ คริสเตียน เอริคเซน มักถอยลงต่ำเพื่อช่วยเกมรับอยู่บ่อยครั้งเพื่อปิดอันตรายเกมที่ด้านข้างของ หงส์แดง

และสามารถสร้างความหงุดหงิดให้กับแนวรุกเจ้าบ้านอย่างเห็นได้ชัดอย่างน้อยก็ใน 45 นาทีแรก ขณะที่ประตูขึ้นนำตั้งแต่ไม่ถึง 1 นาทีแรกของเกมก็สามารถเรียกความมั่นใจให้กับทัพ ลิลลีไวทส์ ได้เป็นอย่างดี

แต่น่าเสียดายที่พวกเขาไม่สามารถรักษามาตรฐานเอาไว้ได้ในครึ่งเวลาหลัง และความผิดพลาดของ แซร์จ ออริเยร์ ก็กลายเป็นบทลงโทษที่ทำให้ สเปอร์ส ตกเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ไปในที่สุดเมื่อไปหวดเอาขาของ ซาดิโอ มาเน ทำให้ทีมเสียลูกจุดโทษ

Mauricio PochettinoAlex Livesey/GettyImages

 

กาซซานิก้า บินเซฟอุตลุด
เปาโล กาซซานิก้า ที่ลงสนามเฝ้าเสาให้กับ สเปอร์ส เมื่อ อูโก้ ยอริส ต้องพักยาวจากอาการบาดเจ็บสามารถงัดเซฟสำคัญได้ถึง 4 ครั้งติดๆ กันในช่วงครึ่งทางของครึ่งแรก เจ้าตัวยังเล่นด้วยความมั่นใจโดยไม่แสดงอาการตื่นสักนิดเดียวแม้ว่าก่อนหน้านี้จะไม่ได้ลงสัมผัสเกมมากนัก จนอาจเป็นคำถามถึงตำแหน่งผู้รักษาประตูหมายเลขหนึ่งของทีมเมื่อ ยอริส หายเจ็บกลับมาในอนาคตอันใกล้นี้

Paulo GazzanigaAlex Livesey/GettyImages

 

ซน ป่วนแนวรับ หงส์
เลี้ยงผ่านคู่แข่งสำเร็จ 2 ครั้งกับโอกาสในการสับไกยิงอีก 5 ครั้ง (มากที่สุดในทีม สเปอร์ส) คือสถิติของสตาร์ทีมชาติ เกาหลีใต้ ในเกมนี้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของเจ้าตัวที่มีกับทีมของ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน ได้เป็นอย่างดี

นอกจากลูกยิงชนกรอบตั้งแต่นาทีแรกของเกมจนเป็นที่มาของการได้ประตูขึ้นนำแล้วเจ้าตัวยังเกือบสร้างจุดเปลี่ยนในครึ่งหลังเมื่อหลุดไปยิงชนคานอย่างจังอีกด้วย

Heung-Min SonAlex Livesey/GettyImages