สกู๊ปพิเศษ ลิเวอร์พูล - แมนฯยู "เราจะไม่มีวันเดินเดียวดาย"

สกู๊ปพิเศษ ลิเวอร์พูล - แมนฯยู "เราจะไม่มีวันเดินเดียวดาย"
Smm Sport

สนับสนุนเนื้อหา

เกมใน สัปดาห์นี้ แฟนๆของทั้ง ยูไนเต็ด และ ลิเวอร์พูล คงจะเซ็งไปตามๆกัน เนื่องจากทั้งสองทีม ต่างโดนทีมเล็กกว่าอัดซะเละไม่แพ้กัน เลยกลายเป็นว่าทั้งสองทีมต่างก็แพ้เป็นเพื่อนกันซะงั้น

หลังเกมพรีเมียร์ลีก สุดสัปดาห์ นี้ มีเรื่องให้พูดถึงมากมาย ระหว่างที่เขียนการแข่งขัน ระหว่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กับ เชลซี  กำลังเริ่มขึ้น เราจะไม่พูดถึงเรื่องนั้นแต่ เรามาพูดถึงความพ่ายแพ้ของ "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต่อ เลสเตอร์ ซิตี้ 5-3

ซึ่งก่อนหน้าเกมนี้ เมื่อวัน เสาร์ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล คู่แค้นตลอดชาติของ แมน ฯ ยูไนเต็ด ก็พลาดท่า บุกไปโดน "ขุนค้อน" เวสต์แฮม ทุบซะเละ 3-1 ถือเป็นการพ่ายแพ้ นัดที่ 3 แล้ว ในฤดูกาลนี้ ทั้งที่เพิ่งเปิดฤดูกาลไปแค่ 5 นัดเท่านั้น



สิ่งที่เห็นได้ชัดๆในฤดูกาลนี้ของ "หงส์แดง" คือ แนวรับที่อ่อนอย่างกับหยวกกล้วย โดนบอมมากๆเข้าออกอาการเป๋ ให้เห็นกันตลอด อย่างในเกมที่ พวกเขาพ่ายต่อ แอสตัน วิลล่า ประตูชัยของวิลล่า ก็มาจากจังหวะเตะมุม

ในเกมที่พวกเขาพ่าย เวสต์แฮม ฯ เพียงแค่ 10 นาทีแรกโดน "ขุนค้อน" ทะลวงไป 2 ลูก นี่เป็นจุดอ่อนของลูกทีม เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ที่ยังแก้ไม่หายซักที ช่วงซื้อ-ขาย ตลาดนักเตะซัมเมอร์พวกเขา เจียด 20 ล้านปอนด์ ดึง เดยัน ลอฟเลน มาปักหลักแนวรับให้กับทีม แต่ดูเหมือนว่า ลอฟเลน ยังไม่เข้าขากับ คู่เซ็นเตอร์แบ็คของ ลิเวอร์พูล ทั้ง มามาดู ซาโก้ และ มาร์ติน สเคอร์เทล



เกมรุกของพวกเขา ที่มี มาริโอ บาโลเตลลี่, ราฮีม สเตอร์ลิ่ง เป็นตัวชูโรงในช่วงที่ แดเนียลสเตอร์ริดจ์ บาดเจ็บ ก็ยังประสานงานกันไม่ดี กองกลางยิงแล้วเข้าไปใหญ่ ทั้ง อดัม ลาลาน่า, ลาร์ซ่า มาร์โควิช, ฟิลิปเป้ คูตินโญ, ลูคัส เลว่า, เจอร์ราร์ด, เฮนเดอร์สัน ยังประสานงานกันได้ไม่ดี บอลไปถึงกองหน้าน้อยมาก ต้องอาศัยเจาะเข้าด้านข้างแล้วเปิดเข้ากลางมาลุ้นประตู สิ่งเหล่านี้เป็นปัญหาที่ ร็อดเจอร์ส ต้องปรับแก้ไขอย่างเร่งด่วน

ข้ามฝากมาดู แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เกมในวัน อาทิตย์ เป็นเหมือนฝันร้ายของลูกทีม หลุยส์ ฟาน กัล เมื่อพวกเขาทำประตูหนีห่าง เลสเตอร์ ซิตี้ ไปถึงสองครั้งสองคราแต่ก็โดนลูกทีมของ ไนเจล เพียร์สัน ไล่ตามตีเสมอได้สำเร็จ ก่อนที่จะเร่งเครื่องในช่วงท้ายแซงชนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไปได้ 5-3 ซึ่งถือเป็นชัยชนะต่อ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ในรอบ 29 ปี อีกด้วย



 ไฮไลท์เกมนี้คงหนีไม่พ้น 2 จุดโทษ ที่ มาร์ค แคล็ตเท่นเบิร์ก เป่าให้กับ เลสเตอร์ ซิตี้ จุดโทษแรก ราฟาเอล พลาดไปโดน เจมี่ วาร์ดี้ กระแทกแล้วฉกบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษ ราฟาเอล วิ่งตามไปกดเจ้าตัวล้มลงในเขตโทษแล้วโดนจุดโทษ

หลังจากนั้นไม่นาน แมนฯ ยูไนเต็ด โดน เอสเตบัน กัมบิอัสโซ่ ยิงตีเสมอ แล้วแนวรับพวกเขาก็รวนปั่นป่วน การตรึงเกมไว้เพื่อที่จะจู่โจม เลสเตอร์ ทำได้ไม่ดี ฆวน มาต้า โดนฉกบอลไปแล้ว โดน วาร์ดี้ ลงโทษทันที

หลังจากโดนนำ ดูเหมือน ยูไนเต็ด จะช็อกไม่หายแล้ว เลสเตอร์ อาสัยจังหวะสวนกลับเร็ว มาเข้าทาง วาร์ดี้ อีกครั้ง แล้ว ไทเลอร์ แบล็คเก็ตต์ ก็ไปเสียบสกัด วาร์ดี้ ล้มลงในกรอบเขตโทษแบล็คเก็ตต์ โดนใบแดงทันที อูยัว สังหารจุดโทษไม่พลาด แมนฯ ยูไนเต็ด พ่ายแพ้อีกครั้งและ ชนะ เพียงแค่เกมเดียว ใน 5 เกมแรกของฤดูกาลนี้

สิ่งที่เห็นจากทั้ง 2 ทีม ไม่ว่าจะ ลิเวอร์พูล หรือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คือการประสานงานของแข้งเก่าและใหม่ที่ยังไม่เนียนสนิท และเกมรับที่อ่อนหลวมโดนบอมไม่นานก็เสียประตู



แม้ว่า ซัมเมอร์ที่ผ่านมา แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะใช้เงินไปกว่า ซื้อผู้เล่น : 157.7 ล้านปอนด์ ซื้อผู้เล่นตัวดีๆเข้ามาเสริมทีมมากมาย แต่ก็ยังต้องการเวลาปรับจูนอีกมาก

 เช่นเดียวกับทีมดังฝั่ง เมอร์ซี่ไซด์ ที่ยังต้องการเวลาปรับจูนเข้าหากันของแข้งเก่าและใหม่อีกซักพัก พรีเมียร์ลีก ยังเป็นลีกที่แข็งแกร่ง ทุกทีมสามารถชนะกันได้ทุกทีม ความสนุกเพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น

แม้ว่าสัปดาห์นี้ แมน ฯ ยูไนเต็ด จะมีเพื่อนแพ้ด้วยกัน อย่าง ลิเวอร์พูล ก็คงต้องดูกันยาวๆ อยากจะขอใช้สโลแกนที่ว่า "เราจะไม่มี วันเดินเดียวดาย แต่เราจะอับอายไปด้วยกัน" กับทั้งสองทีมนี้นะครับ


เรื่องโดย : Pong

ดูคลิปไฮไลท์ ระดับ HD พรีเมียร์ลีก แบบชัดๆ ครบทุกคู่ได้ที่นี่ >>

http://sport.sanook.com/football/premierleague/clip

 

ติดตามSanook! Sport

ผลบอลสด โปรแกรมบอล พร้อมข้อมูลก่อนเตะ ข่าวสารฟุตบอลทั้งไทยและลีกชั้นนำ รวมถึงกีฬาอื่นๆ จากทุกมุมโลก ร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook ได้ที่นี่!!