บอย ปกรณ์ ควงคู่ ส้ม ธัญสินี ลงละครเวที

หลังจากที่ผ่านงานแสดงทั้งภาพยนตร์และละครมาหลายเรื่อง ล่าสุด พระเอกกำลังมาแรงของช่อง 3 "บอย-ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์" ขอควงคู่นางเอกช่อง 7 สี "ส้ม-ธัญสินี พรมสุทธิ์" ประเดิมงานใหม่ด้วยการเล่นละครเวทีการกุศล "เทิดพระเกียรติองค์จักรี แปดสิบสี่พรรษา" เรื่อง "อานุภาพพ่อขุนรามคำแหงมหาราช" ซึ่งจัดการแสดงโดย ผอ.สิริยุพา ศกุนตะเสฐียร โรงเรียนศึกษานารี และ ผอ.สุวัฒน์ อ้นใจกล้า โรงเรียน ภ.ป.ร. ราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เนื่องในโอกาส พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระชนมายุ 84 พรรษา และ เป็นการสนองพระราชเสาวนีย์ ของ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เกี่ยวกับการศึกษาประวัติศาสตร์ชาติไทย เพื่อให้ผู้เรียนรู้เกิดความสำนึกในความรักชาติ รักแผ่นดิน
บอย ปกรณ์ ได้เผยความรู้สึกถึงการมารับเล่นละครเวทีการกุศล เรื่องนี้ว่า "ที่ผมตัดสินใจเล่นเรื่องนี้ เพราะผมเชื่อ อาเปี๊ยก พิศาล ว่าเป็นงานที่ดี เพราะอาเปี๊ยกก็เล่นเรื่องนี้ด้วย ตอนแรกผมยังไม่กล้าที่จะตัดสินใจรับเล่น เพราะกลัวด้วยเรื่องของเวลา แต่พอคุยกันแล้วเรื่องเวลาไม่มีปัญหา ผมก็ตัดสินใจเล่นเลย ในเรื่องของการแสดง ผมไม่ค่อยห่วงเท่าไหร่ แต่ผมจะห่วงในเรื่องของภาษาพูดมากกว่า เพราะมันเป็นภาษาพูดในสมัยโบราณ ที่ค่อนข้างยาก และเป็นบทที่ค่อนข้างยาวด้วย ถ้าเป็นละครทีวี บทพูดยาวแค่ไหน ผมก็ไม่กลัว เพราะมันเป็นภาษาที่เราพูดอยู่ทุกวัน และเรายังปรับเปลี่ยนให้มันเข้าใจกับความรู้สึกของเราได้ แต่เรื่องนี้มันปรับอะไรไม่ได้เลยทุกคำพูดต้องเป๊ะๆ หมดเลย เพราะมันเป็นภาษาพูดในสมัยพ่อขุนรามคำแหง เลยทำให้ผมรู้สึกเกร็งๆ ตอนแรกที่ยังไม่เห็นบท ผมก็ยังไม่รู้สึกอะไร แต่พอได้เห็นบทแล้ว ผมถึงกับเครียด และหนักใจเลย เพราะเรื่องภาษาพูดนี่แหละครับ ตอนนี้ผมต้องพยายามท่องบทให้มากที่สุด เพื่อให้เกิดความชินกับบทพูดที่เราไม่คุ้นเคย
บทของผมในเรื่องนี้เล่นเป็น "สามศร" ลูกชายของขุนสามชน เจ้าเมืองฉอด ที่เข้ามาเมืองสุโขทัย เพราะต้องการฆ่าพ่อขุนรามคำแหงเพื่อเป็นการแก้แค้นให้กับพ่อของเรา แต่พ่อขุนราม กลับเอาเรามาเลี้ยงไว้ โดยไม่ประหารชีวิต ตอนหลังสามศร ก็เลยมาช่วยพ่อขุนรามไปรบตามเมืองต่างๆ เพราะเขาเป็นคนมีฝีมือในการต่อสู้ นิสัยจะเป็นคนซื่อๆ ไม่มีเล่ห์เหลี่ยมอะไร แต่เป็นคนฉลาด และถ่อมตัว เรื่องการผิดพลาดตอนแสดงผมคิดว่า มันน่าจะมีบ้าง เพราะมันเป็นการแสดงสดประมาณ 2 ชั่วโมง และเทคไม่ได้ด้วย แต่ผมก็จะอาศัยตอนซ้อมนี่แหละ คอยแก้สถานการณ์ไปด้วย ถ้าเกิดการผิดพลาดขึ้นมา เราจะต้องแก้ไขอย่างไร ตอนนี้พอมีเวลาว่าง ผมก็จะเทคิวให้กับการซ้อมละครเรื่องนี้ทั้งหมด เพราะเป็นงานแสดงอีกแบบหนึ่ง ที่ผมยังไม่เคยลองมาก่อน และผมจะพยายามเล่นให้ดีที่สุด เพื่อให้คนดูเขาอินไปกับเราด้วย ผมจึงอยากจะเชิญชวนแฟนๆ ทุกคนไปร่วมกันชมละครเวทีเรื่องนี้ เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผม และมาร่วมทำบุญด้วยกันเพราะเป็นละครเวทีการกุศลด้วยครับ" หนุ่มบอยกล่าวทิ้งท้ายเอาไว้
ส้ม ธัญสินี ในฐานะศิษย์เก่า ของโรงเรียนศึกษานารี ได้พูดถึงงานดีเรื่องนี้ว่า "พอส้มได้รับการติดต่อมาก็รู้สึกดีใจมากๆ เพราะส้มไม่คิดว่าตัวเองจะรับโอกาสที่ดีอย่างนี้ จากทางโรงเรียน เพราะตัวส้มเอง ก็จบมาเป็นสิบปีแล้ว แต่ทางอาจารย์ก็ยังคิดถึงส้มอยู่ เพราะฉนั้นส้มจึงไม่เสียเวลา ในการที่จะตัดสินใจเล่นเลยค่ะ พอได้บทมาส้มก็จะอ่านๆๆ ทุกวันเลย เพราะส้มอยากจะจำบทให้ได้ก่อน เพราะด้วยคำพูดมันไม่ได้ย้อนไปแค่สมัยรัตนโกสินทร์ แต่มันย้อนไปถึงสมัยสุโขทัยเลย ซึ่งคำพูดบางคำพูด เราไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย ตอนนี้ส้มพยายามที่จะอ่านบทให้เข้าใจ และจำให้ได้ก่อน ส่วนเรื่องของการแสดง ส้มยังมองไม่ออกว่า ทางผู้กำกับเขาจะให้เราแสดงออกมาแบบไหน นอกจากบทจะยากแล้ว เรื่องของการพูดก็เป็นปัญหาสำหรับส้มเหมือนกัน เพราะเราจะพูดเหมือนปกติธรรมดา ที่เราเล่นละครโทรทัศน์ไม่ได้ เพราะการเล่นละครเวที เราต้องพูดให้เต็มเสียง และชัดถ้อยชัดคำ โชคดีที่ส้มเคยเรียนละครเวทีกับครูเล็ก ภัทราวดี มาบ้างแล้ว มันก็คงจะช่วยส้มได้เยอะเลยค่ะ
บทของส้มในเรื่องนี้จะเล่นเป็น "เบญจมาศ" เป็นหลานสาวของพ่อขุนรามคำแหง บุคลิกก็จะเป็นคนที่ค่อนข้างเรียบร้อยหน่อย เพราะเป็นผู้หญิงชาววัง แต่ตอนหลังก็ออกไปรบกับเขาบ้าง แต่จะมีความเก่งในเรื่องการยิงธนู เรื่องการปรับเปลี่ยนบุคลิก ก็คงต้องมีบ้าง เพราะตัวจริงของส้ม ก็ไม่ได้เรียบรอยขนาดนั้น แตเวลาที่เล่นในบางบท เราก็คงเอาความเป็นตัวของตัวเราใส่ลงไปบ้าง ตอนนี้ส้มก็พยายามเทคิวว่าง ให้กับการซ้อมละครเวทีเรื่องนี้ เพราะใกล้ถึงเวลาที่จะแสดงแล้ว ส้มจึงขอฝากละครเวที่เรื่อง "อานุภาพพ่อขุรามคำแหง" ให้ทุกๆคน ไปดูกันด้วย เพราะเป็นละครเทิดพระเกียรติ องค์จักรี และรายได้หลังหักค่าใช้จ่าย ยังจะถวายให้กับในหลวงของเราด้วยค่ะ" นางเอกสาวผิวเข้ม พูดเชิญชวนเป็นการทิ้งท้าย
ละครเวที "เทิดพระเกียรติองค์จักรี แปดสิบสี่พรรษา" เรื่อง "อานุภาพพ่อขุนรามคำแหงมหาราช" กำกับการแสดงโดยอดีตผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดัง สมพงษ์ ตรีบุปผา , สุรพล กรสวัสดิ์ และ จุมพฏ ประเสริฐสุข นอกจากนี้ ยังมี "ปกรณ์ พรพิสุทธิ์" ศิลปินเอกของกรมศิลปากร มาร่วมแสดงในบทของ "พ่อขุนรามคำแหงมหาราช " และ "พิศาล อัครเศรณี" ดาราและผู้กำกับมืออาชีพ ที่หวนคืนงานละครเวที อีกครั้งในบทของ "พ่อขุนศรีอินทราทิตย์" การแสดงจัดขึ้นในวันศุกร์-เสาร์ที่ 28-29 มกราคม 2554 วันละ 2 รอบ มีรอบ 13.00 น. และ 19.00 น. ณ หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ (ท่าพระจันทร์) สนใจติดต่อจองบัตรได้ที่โรงเรียนศึกษานารี โทร. 02 - 466 7223 และ โรงเรียน ภ.ป.ร. ราชวิทยาลัยฯ โทร. 034-311 278
บอย ปกรณ์ ได้เผยความรู้สึกถึงการมารับเล่นละครเวทีการกุศล เรื่องนี้ว่า "ที่ผมตัดสินใจเล่นเรื่องนี้ เพราะผมเชื่อ อาเปี๊ยก พิศาล ว่าเป็นงานที่ดี เพราะอาเปี๊ยกก็เล่นเรื่องนี้ด้วย ตอนแรกผมยังไม่กล้าที่จะตัดสินใจรับเล่น เพราะกลัวด้วยเรื่องของเวลา แต่พอคุยกันแล้วเรื่องเวลาไม่มีปัญหา ผมก็ตัดสินใจเล่นเลย ในเรื่องของการแสดง ผมไม่ค่อยห่วงเท่าไหร่ แต่ผมจะห่วงในเรื่องของภาษาพูดมากกว่า เพราะมันเป็นภาษาพูดในสมัยโบราณ ที่ค่อนข้างยาก และเป็นบทที่ค่อนข้างยาวด้วย ถ้าเป็นละครทีวี บทพูดยาวแค่ไหน ผมก็ไม่กลัว เพราะมันเป็นภาษาที่เราพูดอยู่ทุกวัน และเรายังปรับเปลี่ยนให้มันเข้าใจกับความรู้สึกของเราได้ แต่เรื่องนี้มันปรับอะไรไม่ได้เลยทุกคำพูดต้องเป๊ะๆ หมดเลย เพราะมันเป็นภาษาพูดในสมัยพ่อขุนรามคำแหง เลยทำให้ผมรู้สึกเกร็งๆ ตอนแรกที่ยังไม่เห็นบท ผมก็ยังไม่รู้สึกอะไร แต่พอได้เห็นบทแล้ว ผมถึงกับเครียด และหนักใจเลย เพราะเรื่องภาษาพูดนี่แหละครับ ตอนนี้ผมต้องพยายามท่องบทให้มากที่สุด เพื่อให้เกิดความชินกับบทพูดที่เราไม่คุ้นเคย
บทของผมในเรื่องนี้เล่นเป็น "สามศร" ลูกชายของขุนสามชน เจ้าเมืองฉอด ที่เข้ามาเมืองสุโขทัย เพราะต้องการฆ่าพ่อขุนรามคำแหงเพื่อเป็นการแก้แค้นให้กับพ่อของเรา แต่พ่อขุนราม กลับเอาเรามาเลี้ยงไว้ โดยไม่ประหารชีวิต ตอนหลังสามศร ก็เลยมาช่วยพ่อขุนรามไปรบตามเมืองต่างๆ เพราะเขาเป็นคนมีฝีมือในการต่อสู้ นิสัยจะเป็นคนซื่อๆ ไม่มีเล่ห์เหลี่ยมอะไร แต่เป็นคนฉลาด และถ่อมตัว เรื่องการผิดพลาดตอนแสดงผมคิดว่า มันน่าจะมีบ้าง เพราะมันเป็นการแสดงสดประมาณ 2 ชั่วโมง และเทคไม่ได้ด้วย แต่ผมก็จะอาศัยตอนซ้อมนี่แหละ คอยแก้สถานการณ์ไปด้วย ถ้าเกิดการผิดพลาดขึ้นมา เราจะต้องแก้ไขอย่างไร ตอนนี้พอมีเวลาว่าง ผมก็จะเทคิวให้กับการซ้อมละครเรื่องนี้ทั้งหมด เพราะเป็นงานแสดงอีกแบบหนึ่ง ที่ผมยังไม่เคยลองมาก่อน และผมจะพยายามเล่นให้ดีที่สุด เพื่อให้คนดูเขาอินไปกับเราด้วย ผมจึงอยากจะเชิญชวนแฟนๆ ทุกคนไปร่วมกันชมละครเวทีเรื่องนี้ เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผม และมาร่วมทำบุญด้วยกันเพราะเป็นละครเวทีการกุศลด้วยครับ" หนุ่มบอยกล่าวทิ้งท้ายเอาไว้
ส้ม ธัญสินี ในฐานะศิษย์เก่า ของโรงเรียนศึกษานารี ได้พูดถึงงานดีเรื่องนี้ว่า "พอส้มได้รับการติดต่อมาก็รู้สึกดีใจมากๆ เพราะส้มไม่คิดว่าตัวเองจะรับโอกาสที่ดีอย่างนี้ จากทางโรงเรียน เพราะตัวส้มเอง ก็จบมาเป็นสิบปีแล้ว แต่ทางอาจารย์ก็ยังคิดถึงส้มอยู่ เพราะฉนั้นส้มจึงไม่เสียเวลา ในการที่จะตัดสินใจเล่นเลยค่ะ พอได้บทมาส้มก็จะอ่านๆๆ ทุกวันเลย เพราะส้มอยากจะจำบทให้ได้ก่อน เพราะด้วยคำพูดมันไม่ได้ย้อนไปแค่สมัยรัตนโกสินทร์ แต่มันย้อนไปถึงสมัยสุโขทัยเลย ซึ่งคำพูดบางคำพูด เราไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย ตอนนี้ส้มพยายามที่จะอ่านบทให้เข้าใจ และจำให้ได้ก่อน ส่วนเรื่องของการแสดง ส้มยังมองไม่ออกว่า ทางผู้กำกับเขาจะให้เราแสดงออกมาแบบไหน นอกจากบทจะยากแล้ว เรื่องของการพูดก็เป็นปัญหาสำหรับส้มเหมือนกัน เพราะเราจะพูดเหมือนปกติธรรมดา ที่เราเล่นละครโทรทัศน์ไม่ได้ เพราะการเล่นละครเวที เราต้องพูดให้เต็มเสียง และชัดถ้อยชัดคำ โชคดีที่ส้มเคยเรียนละครเวทีกับครูเล็ก ภัทราวดี มาบ้างแล้ว มันก็คงจะช่วยส้มได้เยอะเลยค่ะ
บทของส้มในเรื่องนี้จะเล่นเป็น "เบญจมาศ" เป็นหลานสาวของพ่อขุนรามคำแหง บุคลิกก็จะเป็นคนที่ค่อนข้างเรียบร้อยหน่อย เพราะเป็นผู้หญิงชาววัง แต่ตอนหลังก็ออกไปรบกับเขาบ้าง แต่จะมีความเก่งในเรื่องการยิงธนู เรื่องการปรับเปลี่ยนบุคลิก ก็คงต้องมีบ้าง เพราะตัวจริงของส้ม ก็ไม่ได้เรียบรอยขนาดนั้น แตเวลาที่เล่นในบางบท เราก็คงเอาความเป็นตัวของตัวเราใส่ลงไปบ้าง ตอนนี้ส้มก็พยายามเทคิวว่าง ให้กับการซ้อมละครเวทีเรื่องนี้ เพราะใกล้ถึงเวลาที่จะแสดงแล้ว ส้มจึงขอฝากละครเวที่เรื่อง "อานุภาพพ่อขุรามคำแหง" ให้ทุกๆคน ไปดูกันด้วย เพราะเป็นละครเทิดพระเกียรติ องค์จักรี และรายได้หลังหักค่าใช้จ่าย ยังจะถวายให้กับในหลวงของเราด้วยค่ะ" นางเอกสาวผิวเข้ม พูดเชิญชวนเป็นการทิ้งท้าย
ละครเวที "เทิดพระเกียรติองค์จักรี แปดสิบสี่พรรษา" เรื่อง "อานุภาพพ่อขุนรามคำแหงมหาราช" กำกับการแสดงโดยอดีตผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดัง สมพงษ์ ตรีบุปผา , สุรพล กรสวัสดิ์ และ จุมพฏ ประเสริฐสุข นอกจากนี้ ยังมี "ปกรณ์ พรพิสุทธิ์" ศิลปินเอกของกรมศิลปากร มาร่วมแสดงในบทของ "พ่อขุนรามคำแหงมหาราช " และ "พิศาล อัครเศรณี" ดาราและผู้กำกับมืออาชีพ ที่หวนคืนงานละครเวที อีกครั้งในบทของ "พ่อขุนศรีอินทราทิตย์" การแสดงจัดขึ้นในวันศุกร์-เสาร์ที่ 28-29 มกราคม 2554 วันละ 2 รอบ มีรอบ 13.00 น. และ 19.00 น. ณ หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ (ท่าพระจันทร์) สนใจติดต่อจองบัตรได้ที่โรงเรียนศึกษานารี โทร. 02 - 466 7223 และ โรงเรียน ภ.ป.ร. ราชวิทยาลัยฯ โทร. 034-311 278
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี



